Page 69 - วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
P. 69

สีใ​น​การ​พิมพ์​และบ​ รรจุภ​ ัณฑ์ 11-59

เรื่องท​ ่ี 11.2.5
โมเดล​สแี​ อล​เอบี

1. 	ทฤษฎ​ีส�ำ คัญท​ ่เ​ี ก่ียวขอ้ ง​กับโ​มเดลส​ ี​แอลเ​อบี

       ทฤษฎีส​ ำ�คัญ​ที่ม​ ีค​ วามเ​กี่ยวข้องก​ ับ​โมเดล​สี​แอล​เอบี (Lab color model) คือ ทฤษฎสี​ ีต​รงข​ า้ ม (Opponent
color theory) ซึ่ง​คิด​ขึ้น​โดยอ​ ีว​ า​ลด์ เฮ​อริง​ (Ewald Hering) นัก​สรีรวิทยา ชาวเ​ยอรมัน เมื่อ​ พ.ศ. 2421 (ค.ศ. 1878)
ใจความส​ ำ�คัญข​ องท​ ฤษฎีส​ ีต​รงข​ ้าม​มีอ​ ยู่ว​ ่า “สี​ต่างๆ ได้​จากก​ ารผ​ สม​กัน​โดยใ​ช้ส​ ีห​ลักส​ ี่​สี คือ สีแ​ ดง สีเ​ขียว สี​เหลือง
และส​ ีนํ้าเงิน โดยส​ ี​แดงเ​ป็น​สีตร​ ง​ข้ามก​ ับ​สี​เขียว และ​สีเ​หลืองเ​ป็นส​ ีต​รง​ข้าม​กับ​สีนํ้าเงิน” เมื่อน​ ำ�​คู่​สีต​รงข​ ้ามก​ ันม​ าผ​ สม​
กัน สีใ​หมท่​ ี่เ​กิดข​ ึ้นไ​ม่เ​ป็นส​ ีท​ ี่อ​ ยู่ร​ ะหว่างส​ ีข​ องค​ ู่ส​ ีตร​ งข​ ้ามท​ ี่น​ ำ�​มาผ​ สมก​ ันน​ ั้น ไม่เ​หมือนก​ ับส​ ีที่ได้จากการผ​ สมส​ ีร​ ะหว่าง​
สี​ที่ไ​ม่ใช่ส​ ี​คู่ต​ รง​ข้ามก​ ัน เช่น เมื่อผ​ สม​สี​แดง​กับส​ ีเ​หลือง ซึ่งไ​ม่ใช่​คู่​สีต​รง​ข้ามก​ ัน ได้ส​ ีเ​ป็นส​ ี​ส้ม สี​แดง​อมเ​หลือง หรือ​ส​ี
เหลืองอ​ ม​แดง แต่เ​มื่อ​ผสมส​ ีแ​ ดง​กับ​สี​เขียว ซึ่ง​เป็น​คู่ส​ ีต​รงข​ ้ามก​ ัน จะ​ไม่ไ​ด้ส​ ีแ​ ดง​อม​เขียว หรือ​สี​เขียวอ​ มแ​ ดง หรือ​เมื่อ​
ผสม​สี​เหลืองก​ ับ​สีนํ้าเงินเ​ข้าด​ ้วยก​ ัน จะไ​ม่ไ​ด้​สีเ​หลือง​อม​นํ้าเงิน หรือ​สีนํ้าเงิน​อมเ​หลือง นอกจากส​ ีสันท​ ั้งส​ ี่​สี​ที่​กล่าว​มา
เฮอ​ ริง​ ย​ ังไ​ด้ร​ วมเ​อาส​ ีข​ าวแ​ ละส​ ีด​ ำ�​เป็นค​ ู่ส​ ีตร​ งข​ ้ามด​ ้วย เนื่องจากใ​นก​ ารเ​ห็นแ​ ละร​ ับร​ ู้ส​ ีข​ องม​ นุษย์ม​ ีส​ ีเ​หล่าน​ ี้ร​ วมอ​ ยู่ด​ ้วย
แม้ว่า​สีข​ าว​และ​สีด​ ำ�​ไม่​เป็น​ไป​คู่​สีต​รง​ข้าม​กัน​ตาม​ทฤษฎีก็ตาม กล่าว​คือ เมื่อ​ผสม​สีข​ าว​และ​สีด​ ำ�​จะ​ได้​สี​เทา ซึ่ง​เป็น​สีท​ ี่​
อยู่ร​ ะหว่าง​สีข​ าวแ​ ละส​ ีด​ ำ� 

       เฮ​อริ​ง​คิด​ทฤษฎี​สีต​รง​ข้าม​ขึ้น​เพื่อ​ใช้​อธิบาย​ปรากฏการณ์​การ​เห็น​สี​บาง​อย่าง​ที่​ไม่​สามารถ​อธิบาย​ด้วย​ทฤษฎี​
การ​เห็น​สี​ไตร​โค​รมา​ติก ซึ่งน​ ัก​ฟิสิกส์ช​ าวอ​ ังกฤษ ทอมั​ส ยัง (Thomas Young) คิดข​ ึ้น​เมื่อ​ พ.ศ. 2345 (ค.ศ. 1802)
และ​ปรับปรุงโ​ดย​นัก​ฟิสิกส์​ชาวเ​ยอรมัน เฮอ​ ร์ม​ ัน​น์ ฟอน เฮล์ม​โฮลซ์ (Hermann von Helmholtz) เมื่อ​ พ.ศ. 2393
(ค.ศ. 1850) ตัวอย่างข​ องก​ าร​เห็น​สี​ที่​ไม่ส​ ามารถอ​ ธิบายด​ ้วย​ทฤษฎีไ​ตรโ​คร​ มาต​ ิก เช่น เพราะ​เหตุใ​ด​จึงเ​กิด​สีเ​หลือง​เมื่อ​
ผสมแ​ สงส​ แี​ ดงแ​ ละแ​ สงส​ เี​ขียวเ​ข้าด​ ้วยก​ ัน เพราะเ​หตใุ​ดม​ นุษย์เ​ราจ​ ึงไ​ม่เ​ห็นส​ แี​ ดงอ​ มเ​ขียว สเี​ขียวอ​ มแ​ ดง สเี​หลืองอ​ มน​ ํ้า
เงิน และส​ ีนํ้าเงินอ​ มเ​หลือง หรือเ​พราะเ​หตใุ​ดค​ นท​ ีต่​ าบอดส​ แี​ ดงจ​ ึงไ​มเ่​ห็นท​ ั้งส​ แี​ ดงแ​ ละส​ เี​ขียว อย่างไรก​ ็ตามท​ ฤษฎสี​ ีตร​ ง​
ข้ามข​ อง​เฮอร​ ิง​ ก็ม​ ี​ข้อ​จำ�กัด​ใน​การอ​ ธิบาย​ปรากฏการณ์ก​ าร​เห็น​สีบ​ างอ​ ย่าง​ของ​มนุษย์เ​ช่น​กัน จึง​ได้ม​ ีผ​ ู้ร​ วม​แนวคิด​ของ​
ทฤษฎี​ทั้ง​สอง​เข้า​ไว้​ด้วย​กัน เพื่อ​ให้​สามารถ​อธิบาย​ปรากฏการณ์​การ​เห็น​สี​ต่างๆ ได้​ครอบคลุม​และ​ถูก​ต้อง​มาก​ยิ่ง​ขึ้น
กล่าว​คือ ใน​ระบบ​การ​เห็น​สี​ของ​มนุษย์ เกิด​จาก​การ​ทำ�งาน​ของ​เซลล์​รูป​กรวย​ทั้ง​สาม​ชนิด ร่วม​กับ​การ​ทำ�งาน​ของ​
เซลล์ส​ ีต​รงข​ ้าม (color-opponent cell) หรือ​เซลล์แ​ กงเ​กล​ ียน ตามท​ ี่​ได้​กล่าว​มาบ​ ้าง​แล้วใ​น​เรื่องท​ ี่ 11.1.3 โดย​เซลล​์
แกง​เก​ลีย​นมี​อยู่​ด้วย​กัน​สาม​ชนิด ได้แก่ เซลล์​แกง​เก​ลียน​แดง-เขียว เซลล์​แกง​เก​ลียน​เหลือง-นํ้าเงิน และ​เซลล์​
แกงเ​กล​ ีย​นขา​ว-ดำ� แต่ละ​ชนิดม​ ีก​ ารท​ ำ�งาน​ใน​ลักษณะ​ตรง​ข้ามก​ ัน และผ​ ลิตส​ ัญญาณป​ ระสาท​ที่​มีค​ ่าต​ รง​ข้าม​กัน ถ้าใ​ห​้
ค่า​สัญญาณท​ ี่​ตรงข​ ้าม​กัน​มี​ค่า​เป็นบ​ วกห​ รือ​เป็น​ลบแ​ ล้ว จะ​ได้​ว่า

       1) 	เซลล์​แกง​เก​ลียน​แดง-เขียว​ให้​สัญญาณ​ประสาท​ส่ง​ไป​ยัง​สมอง​ที่​ทำ�ให้​เกิด​การ​รับ​รู้​ว่า​เป็น​สี​แดง เมื่อ​
สัญญาณม​ ี​ค่าเ​ป็น + และใ​ห้​สัญญาณท​ ี่​เกิดก​ ารร​ ับ​รู้​ว่าเ​ป็นส​ ีเ​ขียว เมื่อ​สัญญาณม​ ีค​ ่า​เป็น ­—­

       2) 	เซลล์แ​ กงเ​กล​ ียนเ​หลือง-นํ้าเงินใ​ห้ส​ ัญญาณป​ ระสาทส​ ่งไ​ปย​ ังส​ มองท​ ี่ท​ ำ�ให้เ​กิดก​ ารร​ ับร​ ู้ว​ ่าเ​ป็นส​ ีเ​หลือง เมื่อ​
สัญญาณ​มี​ค่าเ​ป็น + และ​ให้​สัญญาณ​ที่​เกิด​การ​รับ​รู้​ว่าเ​ป็นส​ ีนํ้าเงิน เมื่อส​ ัญญาณม​ ี​ค่า​เป็น ­—­

       3) 	เซลล์แ​ กงเ​กล​ ียน​ ขาว​ -ดำ�​ให้ส​ ัญญาณป​ ระสาทส​ ่งไ​ปย​ ังส​ มองท​ ี่ท​ ำ�ให้เ​กิดก​ ารร​ ับร​ ู้ว​ ่าเ​ป็นส​ ีข​ าว เมื่อส​ ัญญาณ​
มีค​ ่าเ​ป็น + และใ​ห้ส​ ัญญาณท​ ี่​เกิด​การ​รับ​รู้ว​ ่า​เป็น​สี​ดำ� เมื่อ​สัญญาณ​มีค​ ่าเ​ป็น ­—­
   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74