Page 40 - วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
P. 40
11-30 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการพ ิมพ์แ ละบรรจุภ ัณฑ์
จากภาพ จะเห็นได้ว่าโค้งความไวแสงของเซลล์รูปกรวยของการเห็นโฟทอพิกคล้ายคลึงกับโค้งความไวแสง
ของเซลลร์ ูปแ ท่งข องก ารเห็นส โคท อพ ิก แต่ค วามไวแ สงส ูงสุดข องก ารเห็นโฟท อพ กิ อย ู่ท ีค่ วามยาวคลื่น 550-560 นาโน
เมตร หรือไวต ่อแ สงท ี่ม ีส ีเขียวเหลืองม ากท ี่สุด ส่วนท ี่ค วามย าวค ลื่นอ ื่นๆ นั้น เซลล์ร ูปก รวยม ีค วามไวแ สงน ้อยล ง ทั้งนี้
การม องเห็นแ บบโฟท อพ ิกเกิดข ึ้นได้ในเวลาก ลางว ัน หรือเมื่อแ สงม ีความส ว่างอ ยู่ร ะหว่างป ระมาณ 0.1-100,000 ลักซ ์
ซึ่งห ากเปรียบเทียบก ับเซลล์รูปแ ท่งแ ล้ว จะเห็นได้ว ่าเซลล์รูปก รวยมีค วามไวแสงน ้อยก ว่าเซลล์ร ูปแ ท่ง เนื่องจากต ้อง
ได้รับแ สงที่ม ีค วามเข้มส ูงกว่าจึงเกิดก ารต อบสนอง
2.3 การเห็นสีจากการทำ�งานของเซลล์ประสาท นอกจากการทำ�งานของเซลล์รูปแท่งและเซลล์รูปกรวยที่
ได้กล่าวมาแล้ว การเห็นและรับรู้สีของมนุษย์ยังเกี่ยวข้องกับการทำ�งานของเซลล์ประสาทในชั้นจอตาด้วย โดยเซลล์
ประสาทท ี่ส ำ�คัญ คือ เซลล์แ กงเกล ียน (ganglion cell) ดังภ าพท ี่ 11.13 เมื่อเซลล์ร ับแ สงผ ลิตส ัญญาณไฟฟ้า สัญญาณ
ไฟฟ้าจะได้รับการส่งต่อไปยังเซลล์ประสาทต่างๆ จนถึงเซลล์แกงเกลียน เซลล์แกงเกลียนแปลงสัญญาณที่ได้รับให้
เป็นสัญญาณประสาทที่มีค่าสัญญาณตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ กล่าวคือ สีแดงมีค่าสัญญาณตรงข้ามกับสีเขียว สีเหลืองมี
ค่าสัญญาณตรงข ้ามกับสีนํ้าเงิน และส ีข าวมีค ่าส ัญญาณตรงข ้ามก ับสีด ำ� ดังนั้น นอกจากก ารเห็นส ีไตรโคร มาต ิกแล้ว
มนุษย์เราย ังม กี ารเหน็ สีตรงขา้ มก ัน (opponent color vision) สัญญาณป ระสาทท ี่ม ีค ่าส ัญญาณต รงข ้ามก ันจ ะเดินท าง
ผ่านเส้นป ระสาทต าไปย ังส มองส ่วนว ิช วลค อร์เท็กซ์เพื่อแ ปลผ ลต ่อไป การท ำ�งานข องเซลล์แ กงเกล ียนจ ึงเปรียบได้ก ับ
การท �ำ งานข องต วั แ ปลงส ญั ญาณแ อน ะล อ็ กไปเปน็ ส ญั ญาณด จิ ทิ ลั (analog-to-digital converter) เพือ่ ใหค้ อมพวิ เตอร์
สามารถประมวลผ ลได้
การเห็นสีตร งข ้ามก ันนี้เป็นพ ื้นฐ านของการว ัดส ีด้วยค ่าส ีซ ีแ ล็บ (CIELAB) ซึ่งจ ะได้กล่าวถึงรายล ะเอียดต ่อ
ไปในตอนที่ 11.2 และต อนท ี่ 11.3
กจิ กรรม 11.1.3
1. เพราะเหตใุ ด ชัน้ จ อตาจงึ เปน็ ช้ันเนอ้ื เย่ือท ่ีมคี วามส �ำ คัญต ่อก ารเห็นสีข องมนุษย์
2. การเห็นสโคทอพกิ แตกต่างจ ากการเห็นโฟท อพกิ อย ่างไร
3. การเหน็ ส ีท ่เีกิดจ ากก ารท�ำ งานของเซลล์รปู กรวยเรยี กว า่ อะไร และเกดิ ข น้ึ ได้อยา่ งไร
4. หากค วามไวต อ่ แ สงค วามยาวคลน่ื ห นง่ึ ข องเซลลร์ ปู ก รวย S, M และ L เปน็ 6%, 60% และ 30% ของ
ความไวแ สงส งู สุดตามล �ำ ดบั แ ลว้ แสงนคี้ วรม คี วามยาวคล่ืนใดระหว่าง 420, 500 และ 675 และมสี เี ปน็ อะไร
5. การเห็นส ตี รงข า้ มก ันเกดิ ข ึน้ ได้อย่างไร
แนวตอบกิจกรรม 11.1.3
1. ชั้นจ อต ามีเซลลร์ ับแ สงเปน็ อ งคป์ ระกอบ ซ่งึ เมื่อไดร้ ับแ สง จะตอบส นองห รือทำ�งานท �ำ ให้เกดิ ก าร
เหน็ ส ี
2. การเหน็ ส โคท อพ กิ เปน็ การเหน็ ท เี่ กดิ จ ากก ารท �ำ งานข องเซลลร์ ปู แ ทง่ ซงึ่ เกดิ ข นึ้ ไดใ้ นส ภาพท ม่ี แี สง
นอ้ ย หรือมคี วามสว่างอ ยรู่ ะหวา่ งประมาณ 0.0001-0.01 ลกั ซ์ สว่ นก ารเหน็ โฟทอพ กิ เปน็ การเห็นท เี่ กดิ จากการ
ทำ�งานข องเซลลร์ ูปกรวยท้งั สามชนดิ รวมก ัน ซ่ึงเกิดข ้นึ ได้ในเวลาก ลางวนั หรอื เมือ่ แสงมีค วามส วา่ งอ ย่รู ะหวา่ ง
ประมาณ 0.1-100,000 ลกั ซ ์
3. การเหน็ สที เ่ี กดิ จากการท�ำ งานของเซลลร์ ปู กรวยเรยี กวา่ การเหน็ สไี ตรโครมาตกิ โดยเซลลร์ ปู ก รวย
แตล่ ะช นดิ ม คี วามไวต อ่ แ สงท ค่ี วามยาวคลน่ื ต า่ งๆ ไมเ่ ทา่ ก นั เมอ่ื ด ดู ก ลนื แ สงท ม่ี คี วามยาวคลน่ื แ ตกต า่ งก นั จงึ ผ ลติ

