Page 18 - การเขียนบทวิทยุกระจายเสียง
P. 18

10-8 การเขยี นบทวทิ ยุกระจายเสยี ง
(ประมาณครงึ่ หนา้ กระดาษ A4) โดยทว่ั ไปบทความจะมคี วามยาวประมาณ 3 นาที หากบทความทม่ี คี วาม
ยาวมากผฟู้ งั ทฟ่ี งั รายการอาจจะหมดความสนใจ เนอ่ื งจากมแี ตเ่ สยี งผอู้ า่ นอา่ นอยา่ งเดยี ว ผฟู้ งั ฟงั บทความ
แล้วอาจจะเกิดความรู้สึกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือโต้แย้งโดยมีเหตุผลของตนมารองรับ ทั้งน้ีข้ึนอยู่
กับวัตถปุ ระสงค์ของบทความ เชน่ บทความเก่ยี วกบั การให้สาระความรู้ “วันน้กี ับวทิ ยาศาสตร”์ ของกรม
วิทยาศาสตร์บริการ ออกอากาศในรายการสาระยามบ่าย ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เวลา 16.30-17.00 น. เปน็ ประจำ� ทกุ เดอื น เชน่ เรอ่ื ง โภชนาการจากเหด็ (กนั ยายน 2560) การจดั หานา้ํ
คุณภาพดีใช้ในการประกอบอาหาร (มิถุนายน 2560) บทความ 2 เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ในการให้สาระ
เกี่ยวกับประโยชน์จากการรับประทานเห็ด การใช้นํ้าท่ีเหมาะสมกับสุขอนามัย หรือบทความปรองดอง
สมานฉันท์เพ่ือการปฏิรูปฯ เรื่อง อภัยเพ่ือสร้างมิตรคนไทยกับค่านิยมหลัก 12 ประการ ในโครงการ
ประชาสัมพันธ์สร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง
ประเทศไทย เป็นต้น (สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, 2560) เปน็ บทความท่ใี ห้หลกั คดิ ในการ
อยู่รว่ มกันอยา่ งสงบสขุ ตวั อย่างเหล่าน้ีแสดงใหเ้ หน็ ถึงรายการทน่ี �ำเสนอสาระ ความร้สู ่ผู ฟู้ งั

3. 	 โครงสร้างของบทความทางวิทยุกระจายเสียง

       บทความทเ่ี สนอทางวทิ ยกุ ระจายเสยี ง ประกอบดว้ ย โครงสร้าง 4 ส่วน ได้แก่
       3.1 	ช่ือเรอื่ ง
       3.2 	ความน�ำ
       3.3 	เน้ือหา
       3.4 	บทสรุป
       3.1 	ช่ือเร่ือง (Title) บทความจ�ำเปน็ ต้องมชี ือ่ เรอ่ื ง โดยชือ่ เรอ่ื งนน้ั จะสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์
ของบทความ ตัวอย่าง โครงการประชาสัมพันธ์ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสถานีวิทยุกระจายเสียง
แหง่ ประเทศไทยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ประชาสมั พนั ธ์ แนวคดิ เกยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็
พระเจา้ อยหู่ วั ปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เนอื้ หาสาระจะเกยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง แตจ่ ะมชี อ่ื บทความ
แตกต่างกันไปตามเน้ือหา เช่น ส่งเสริมเกษตรกรยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลดีของการน�ำ
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยกุ ตใ์ นชวี ติ ประจ�ำวนั ความพอเพยี งของชาวควนโตะ๊ หลง เกษตรทฤษฎใี หม่ ชวี ติ
วัยรุ่นกับความพอเพียง เป็นตน้ (สถานีวิทยกุ ระจายเสยี งแห่งประเทศไทย, 2560)
       3.2 	ความน�ำ (Head or Lead) เป็นการกล่าวน�ำถือว่าเป็นส่วนสำ� คญั ในการท่จี ะแจ้งวา่ จะพดู ถงึ
เร่ืองใด ครอบคลุมเน้ือหาสาระแค่ไหน เพ่ือเป็นการก�ำหนดกรอบแนวความคิดท่ีผู้ฟังจะสามารถคิดและ
พจิ ารณาตามไปดว้ ยจนจบรายการ ปกติแลว้ จะมคี วามยาว 1 ใน 5 ของบทความ
       3.3 	เนื้อหา (Body) คอื รายละเอยี ดของเรอ่ื งทจ่ี ะบอกกลา่ วถงึ ความเปน็ มาเปน็ ไป ขอ้ มลู ทางสถติ ิ
หรือหลักวิชาหรือข้อสนับสนุนการอ้างอิงที่เชื่อถือได้ รวมทั้งข้อคิดเห็นของผู้เขียนหรือผู้น�ำเสนอแทรกไว้
เนอื้ เรอื่ งนจี้ ะอยตู่ อ่ จากบทนำ� โดยจะมสี ว่ นเชอื่ มหรอื ไมม่ กี ไ็ ด้ โดยทวั่ ไปเนอื้ หาจะมสี ดั สว่ นมากกวา่ ความนำ�
และบทสรุป เพราะเป็นส่วนส�ำคัญท่ีสดุ
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23