Page 63 - วัฒนธรรมกับการท่องเที่ยว
P. 63
พพิ ิธภณั ฑ์กบั การท่องเทีย่ ว 13-53
เป็นแบบนนู ต่าํ และลอยตวั ท้งั หมด เชน่ รปู แกะสลักท่ีเสาสูง ไม่ได้แกะทเ่ี นอื้ ไมข้ องเสา แต่เอาไมม้ าแกะ
จนเป็นรปู รา่ งต่างๆ แลว้ จงึ เอาไปประกบไว้รอบเสา
ตัวอาคารหลังนี้มีขนาดความสูง 105 เมตร กว้างยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ 100 เมตร และ
ทศิ ตะวนั ออกจรดทศิ ตะวนั ตก 100 เมตร พน้ื ทใ่ี นปราสาท 2,115 ตารางเมตร ภายในปราสาทมปี ระตมิ ากรรม
ไม้แกะสลักที่วิจิตรแปลกตาอยู่แทบทุกจุด โดยเฉพาะจุดตรงใจกลางพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็น
ห้องโถงใหญ่มีบุษบกทรงสถูปไมแ้ กะสลกั สงา่ งาม สอื่ ถึงสัญลักษณแ์ ห่งการหลุดพ้น
ภายในแบ่งออกเปน็ หลายส่วนชัดเจน ดงั นี้ ส่วนท่ีหน่ึง ฝ่งั หอ้ งโถงด้านทศิ ตะวนั ออก พอ่ และแม่
(ความกตัญญูรู้คุณ) สื่อถึงประติมากรรมแกะสลักลอยตัวเป็นรูปพ่อแม่ ผู้ก่อก�ำเนิดให้ชีวิตด้วยความรัก
ความเมตตา หว่ งใยตอ่ บตุ รและธดิ า ความรกั ของพอ่ แมย่ ง่ิ ใหญแ่ ละใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ เพราะมแี ตใ่ หไ้ มห่ วงั
ผล ความรักเมตตาของพ่อแม่จึงยิ่งใหญ่กว่าท้องฟ้าและผืนมหาสมุทร ดังน้ันความสัมพันธ์ของความเป็น
มนษุ ยค์ อื ความมหศั จรรยข์ องจติ วญิ ญาณ สามารถสงั่ สอนถา่ ยทอดการเรยี นรทู้ จ่ี ะมชี วี ติ ไดด้ ว้ ยการมคี วาม
รกั ความเคารพ ความกตัญญูตอบแทนคณุ ต่อผู้มอี ปุ การะดว้ ยความดี ความซือ่ สตั ย์ เพราะฉะนน้ั ความ
เป็นมนุษยจ์ งึ แตกต่างจากสงิ่ มชี ีวติ อืน่ ๆ บนโลกน้ีอยา่ งมากมาย
ฝั่งท่ีสอง หอ้ งโถงดา้ นทศิ ตะวนั ตก ฟา้ ดนิ (ธาตุ 4) ภาพจำ� หลกั ทแ่ี สดงถงึ เรอื่ งราวการกอ่ กำ� เนดิ
ของโลกที่ประกอบขึ้นด้วยมหาภูตะรูปหรือธาตุท้ัง 4 เริ่มตั้งแต่ปฐมกาล “ฟ้า (จักรวาล)” สื่อถึงธาตุลม
และธาตุไฟในจักรวาล และ “ดิน” สื่อถึงธาตุนํ้าและธาตุดิน เป็นสถานท่ีซึ่งเป็นแหล่งก่อก�ำเนิดของ
ทกุ สรรพสิ่ง เรยี กว่าสังขารโลก อนั ไม่เที่ยงเปน็ ทุกข์ ไมม่ ตี ัวตนแน่นอนและยังเป็นสงิ่ สมมติขึน้
เหนอื มขุ ดา้ นนี้ ด้านบนจ�ำหลกั เป็นรปู พรหมพักตร์ขนาดใหญ่ พระพรหม ทรงเปน็ เทพผ้ยู ิง่ ใหญ่
องคห์ นง่ึ แหง่ “ตรมี รู ต”ิ (พระพรหม พระอศิ วร พระนารายณ)์ ทรงเปน็ สยมภคู อื กำ� เนดิ ขนึ้ เอง นบั ถอื กนั
ว่า ทรงเป็นผู้สร้างโลกและให้ก�ำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ ในทางพุทธศาสนา ธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม
หรอื ของท่านผเู้ ป็นใหญ่คือ พรหมวหิ าร 4 ประกอบดว้ ย เมตตา กรุณา มุทติ า อเุ บกขา
ฝั่งท่ีสาม ห้องโถงด้านทิศเหนือ ภาพสลักนูนสูง แสดงความเช่ือของลัทธิเต๋า-ขงจื๊อ ท่ีแสดงถึง
ความมคี ุณธรรมสูงสง่ ของพระโพธิสัตวใ์ นลทั ธิพทุ ธมหายาน พระบัญชูศรี พระอมติ าพุทธ พระโพธิสัตว์-
อวโลกิเตศวรกวนอิม โป๊ยเซียน เทพ และเซียนต่างๆ ตามคติของชาวพุทธมหายาน สื่อความหมายว่า
มนษุ ยแ์ มว้ า่ จะมชี าตกิ ำ� เนดิ ทแี่ ตกตา่ งกนั แตถ่ า้ มงุ่ มนั่ เปน็ คนดกี ส็ ามารถหลดุ พน้ บว่ งกรรม โดยปลดปลอ่ ย
ตวั จากส่งิ สมมุตแิ ละกิเลส ตณั หา อุปทาน แลว้ เรียนร้กู ารเสียสละ การแบ่งปันกนั ดว้ ยความรกั ซง่ึ กันและ
กนั มนษุ ยน์ น้ั สามารถหลดุ พน้ จากบว่ งแหง่ กรรมไดเ้ ชน่ กนั (หรอื แกไ้ ขในพฤตกิ รรมไมด่ ี โดยการประกอบ
บุญกุศลอันเป็นมงคล) ในด้านน้ีบ่งบอกปรัชญาชาวพุทธลัทธิมหายาน ว่าศาสนาพุทธเป็นเหมือนยาน
พาหนะล�ำใหญ่ที่จะพาผู้คนข้ามพ้นสังสารวัฏ การเวียน ว่าย ตาย เกิด ถึงแม้จะมีชาติก�ำเนิดต่างกันก็
สามารถหลดุ พน้ จากกรรมได้ดว้ ยการทำ� ความดี
ตอ่ มา ฝง่ั ทสี่ ี่ หอ้ งโถงดา้ นทศิ ใต้ ดวงดาว-พระอาทติ ย-์ พระจนั ทร์ ภาพจำ� หลกั แสดงถงึ พระอาทติ ย์
พระจนั ทร์ และประตมิ ากรรมลอยตวั เปน็ ภาพไมส้ ลกั นนู สงู ทหี่ นา้ ตา่ ง แสดงเรอ่ื งราวเกย่ี วกบั พระนารายณ์
อวตาร มีรูปเทพเจ้าประจ�ำดาวนพเคราะห์ท่ีโคจรอยู่บนฟากฟ้า ดวงดาวเหล่าน้ีมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม
และวิถชี วี ิต สง่ ผลตอ่ สรรพสงิ่ ท�ำให้เกดิ การววิ ัฒนาการและพฤตกิ รรมตา่ งๆ บนโลก เกดิ ความแตกต่าง

