Page 27 - วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
P. 27
สีในการพิมพ์แ ละบ รรจุภ ัณฑ์ 11-17
3. แหลง่ ก�ำ เนิดแ สง A ให้สที ปี่ รากฏของว ตั ถุมสี ตี า่ งๆ เหมอื นกบั แสงจ ากแหล่งก �ำ เนดิ แ สงม าตรฐาน
ม95ากซก่งึ วส่างูแกหวลา่ ง่ 9ก0ำ�เดนังดิ นแ้นั สงจึงBไดเน้มือ่าตงจราฐกานมคีต า่ามRมaาใตกรลฐ้ า1น00ISมOาก3ก6ว6่า4และค า่ Ra ของแหล่งก ำ�เนิดแสง A มคี ่าเท่ากับ
เรื่องท ่ี 11.1.2
วัตถมุ สี ี
โดยทั่วไป วัตถุมีสีได้ เนื่องจากมีสารให้สีหรือรงควัตถุ (colorant) เป็นองค์ประกอบ เมื่อมีแสงจากแหล่ง
กำ�เนิดใดๆ ตกกระท บบนวัตถุม ีส ีต่างๆ แล้วเกิดก ารกระทำ�ระหว่างกัน (interaction) ระหว่างแ สงและสารให้สี ส่งผ ล
ให้อ งค์ประกอบเชิงสเปกตรัมหรือพ ลังงานในแต่ละความยาวคลื่นของแ สงต กกระทบเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจ ากเดิม
ทำ�ให้ว ัตถุปรากฏสีได้ ดังน ั้นวัตถุมีส ีอ ะไรนั้น จึงข ึ้นกับว่าการก ระทำ�ระหว่างแสงแ ละสารให้ส ีเป็นอ ย่างไร ซึ่งแ ปรต าม
สมบัติข องแ สงต กกระท บแ ละส มบัติแ ละล ักษณะข องส ารให้สีเป็นส ำ�คัญ
การกร ะทำ�ระหว่างแ สงแ ละวัตถุม ีส ีที่ทำ�ให้วัตถุปรากฏส ีต่างๆ ได้แก่ การส ะท้อน การส ่องผ ่าน การดูดกลืน
การกร ะเจิง การห ักเห การกร ะจ าย การเลี้ยวเบน และก ารแ ทรกส อด โดยส ีท ี่ป รากฏข องว ัตถุม ีส ีม ักเกิดจ ากก ารกร ะท ำ�
ระหวา่ งก นั ห ลายแ บบร ว่ มก นั ขึน้ ก บั ว า่ ว ตั ถมุ สี นี ัน้ เปน็ ว ตั ถปุ ระเภทใด มอี งคป์ ระกอบเปน็ อ ะไร และม สี มบตั อิ ยา่ งไร ทัง้ นี้
สามารถจำ�แนกว ัตถุม ีสีอ อกได้เป็นส ามประเภทใหญ่ๆ คือ วัตถุโปร่งใส (transparent) วัตถุโปร่งแสง (translucent)
และว ัตถุทึบแสง (opaque) ซึ่งวัตถุทั้งส ามป ระเภทมีใช้ในก ระบวนการผ ลิตส ิ่งพ ิมพ์ รายล ะเอียดเกี่ยวก ับก ารปรากฏ
สีของว ัตถุมีส ีแต่ละประเภท มีดังนี้
1. การป รากฏส ีของว ัตถุโปร่งใส
วัตถุโปร่งใส คือ วัตถุท ี่ย อมให้แ สงต กกระท บเดินท างผ ่านจ ากด ้านห นึ่งข องว ัตถุไปย ังอ ีกด ้านห นึ่งในล ักษณะ
ของการส่องผ่านตรง (specular transmission) กล่าวคือ ทิศทางของแสงตกกระทบและแสงส่องผ่านอยู่ในแนว
เดียวกัน อย่างไรก ็ตามว ัตถุโปร่งใสบ างช นิดอ าจเกิดก ารกร ะท ำ�กับแ สงในล ักษณะอ ื่นๆ ด้วย อาทิ การส ะท้อนก ลับ และ
การห ักเห ซึ่งส ่งผ ลใหค้ วามใสล ดน ้อยล ง แต่ถ ้าไม่เกิดม ากจ นเกินไป ก็ย ังค งค วามใสไวไ้ด้ และถ ้าว ัตถุโปร่งใสน ั้นม กี าร
เลือกดูดกลืนแ สงบ างช่วงความยาวคลื่นของแสงต กกระท บไว้ วัตถุโปร่งใสน ั้นย่อมป รากฏสีด ้วย
ตัวอย่างเช่น ถ้วยแก้วใสที่มีน ํ้าเปล่าบ รรจุอยู่เป็นว ัตถุโปร่งใส หากแ สงท ี่ตกกระท บบนถ้วยแก้วใสน ี้เป็นแสง
ขาวซ ึ่งมีแสงส ีแ ดง แสงสีเขียว และแสงสีนํ้าเงิน เป็นอ งค์ป ระกอบแ สงท ั้งส ามสีย ่อมเดินท างผ ่านถ ้วยแ ก้วใสอ อกไปใน
แนวเดียวกับทิศทางที่ตกกระทบ เมื่อมองถ้วยแก้วใสที่ด้านตรงข้ามกับด้านที่แสงตกกระทบ ย่อมสามารถเห็นแหล่ง
กำ�เนิดแ สงหรือว ัตถุอ ื่นๆ ที่อยู่ด ้านเดียวก ับท ี่แ สงต กกระทบได้ ถ้าเติมนํ้าหวานสีแ ดงลงไปในถ ้วยแก้ว เมื่อม องท ี่ด ้าน
ตรงข้ามกับด้านที่แสงตกกระทบ ก็จะพบว่า ยังสามารถเห็นแหล่งกำ�เนิดแสงหรือวัตถุอื่นๆ ที่อยู่ด้านเดียวกับที่แสง
ตกกระท บได้ แต่น ํ้าห วานส ีแดงเลือกด ูดก ลืนแ สงส ีนํ้าเงินแ ละแ สงส ีเขียวไว้ ปล่อยให้แ สงสีแ ดงเท่านั้นผ่านออกม าเข้า
สู่ตาเรา ทำ�ให้เห็นเป็นสีแ ดง ดังภาพ

