Page 17 - การพูดและการแสดง สำหรับวิทยุกระจายเสียง
P. 17
บุคลิกภาพเสยี งพูด 3-7
ช่วงต้นประโยค แล้วแผ่วจางหายในช่วงท้ายประโยคเสมอๆ เพราะการพูดด้วยลักษณะเช่นนี้จะสื่อ
ความหมายแก่ผู้ฟังว่า ผูพ้ ดู มคี วามไม่ม่ันใจในตนเองหรือไมม่ น่ั ใจในการพดู น้ันๆ
3. จังหวะในการพูด หรืออัตราความเร็วในการพูด (Tempo) เป็นองค์ประกอบอีกส่วนหนึ่งที่
ทำ� ใหเ้ กดิ ความแตกตา่ งในการพดู เกดิ เปน็ เอกลกั ษณข์ องบคุ คล คนบางคนพดู เรว็ ขณะทบ่ี างคนอาจจะมี
ลกั ษณะนสิ ยั เปน็ คนพดู ชา้ อยา่ งไรกต็ าม การพดู ดว้ ยความเรว็ สงู เปน็ สาเหตปุ ระการหนง่ึ ทที่ ำ� ใหก้ ารออกเสยี ง
ไมช่ ดั เจน เพราะอตั ราการพดู ทเี่ รว็ จะทำ� ใหเ้ สยี งพดู รวั พดู รวบ กลายเปน็ “คนพดู ไมช่ ดั ถอ้ ย ชดั คำ� ” ทำ� ให้
การสื่อสารอาจไม่เกิดประสิทธิภาพสูงเท่าท่ีควรจะเป็น เพราะผู้ฟังก็ฟังตามไม่ทัน ฟังแล้วเหนื่อย ดังน้ัน
จงึ ควรฝึกตนเองให้พดู ด้วยจังหวะอัตราความเร็วทีเ่ หมาะสม
4. ความมีชีวิตชีวาในการพูด ความมีชีวิตชีวา มีพลัง (Vitality) ในการพดู มผี ลทำ� ใหก้ ารพดู นนั้
ชวนฟงั และเปน็ องคป์ ระกอบอกี สว่ นหนง่ึ ของบคุ ลกิ ภาพเสยี งทจี่ ะสอื่ สารสผู่ ฟู้ งั เสยี งทมี่ ชี วี ติ ชวี าเปน็ เสยี ง
ทม่ี ีเสนห่ ์ เพราะเป็นเสยี งทถ่ี า่ ยทอดอารมณ์และความกระฉับกระเฉง ความกระตือรอื รน้ (Enthusiasm)
ไปสผู่ ฟู้ งั ตรงกนั ขา้ มกบั บคุ คลทพี่ ดู จาเนอื ยๆ ดว้ ยเสยี งเรอื่ ยๆ ทเี่ รยี กวา่ การพดู แบบไมม่ ชี วี ติ ชวี า ซง่ึ ไม่
ชวนให้ตดิ ตามฟัง
5. วิธีการออกเสียง (Pronunciation) การออกเสียงด้วยอักขรวิธีได้อย่างถูกต้อง เที่ยงตรง
ชดั เจน ไมต่ ะกกุ ตะกกั (Articulation) เปน็ อกี ปจั จยั ทบี่ ง่ บอกบคุ ลกิ ภาพเสยี งทดี่ ขี องผพู้ ดู กลา่ วคอื บคุ คล
บางคนพูดเพียงเพื่อส่ือสาร โดยมิได้ค�ำนึงถึงการออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ไม่ใส่ใจที่จะออกเสียง
ควบกล้�ำ หรือพยัญชนะ “ร” และ “ล” ใหถ้ ูกตอ้ ง เชน่ “เดก็ หญงิ พร้อม ป่วยเป็นโรคไขเ้ ลือดออก เพราะ
โดนยุงลายกัด” ผู้ทไ่ี มใ่ สใ่ จในการออกเสียง อาจออกเสียงประโยคดงั กล่าวเปน็ “เด็กหญงิ พอ้ ม ป่วยเป็น
โลกไข้เลือดออก เพาะโดนยุงลายกัด” เป็นต้น
นอกจากนั้นการออกเสียงเพ้ียน ไม่ตรงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ไม่ใส่ใจพูดให้ถูกต้องเช่นน้ี
อาจสอื่ ความหมายผดิ พลาด นอกจากนน้ั ยงั บง่ บอกบคุ ลกิ ภาพเสยี งทไ่ี มด่ ี และทส่ี ำ� คญั คอื มผี ลตอ่ การธำ� รง
รักษาสืบทอดภาษาไทย ภาษาประจ�ำชาติ ท่ีมีเพียงหนงึ่ เดยี วในโลกท่ใี ชภ้ าษานอ้ี ีกดว้ ย
นอกจากการออกเสียงด้วยอักขรวิธีได้อย่างถูกต้อง เท่ียงตรง จะเป็นส่วนประกอบที่ท�ำให้เกิด
บคุ ลกิ ภาพเสยี งแลว้ การออกเสยี งดว้ ยสำ� เนยี ง (Accent) ทแ่ี ตกตา่ งกนั ทำ� ใหก้ ารพดู ของบคุ คลแตกตา่ งกนั
ไปแม้จะพูดภาษาเดียวกัน เช่น การพูดภาษาอังกฤษของชาวอเมริกัน ชาวอังกฤษ และชาวออสเตรเลีย
แมจ้ ะเป็นภาษาองั กฤษเหมอื นกันก็ตาม แต่การออกเสียง สำ� เนยี ง ทใ่ี ชอ้ าจแตกต่างกัน กลายเป็นการพูด
ภาษาองั กฤษสำ� เนยี งองั กฤษ การพดู ภาษาองั กฤษสำ� เนยี งอเมรกิ นั หรอื การพดู ภาษาองั กฤษสำ� เนยี งออสซี่
(ออสเตรเลีย) เป็นต้น เช่นค�ำว่า “Today” ชาวอังกฤษออกเสียง “ทูเดย์” ขณะที่ชาวออสเตรเลียออก
เสียง “ทูดาย”์ เปน็ ตน้
ภาษาไทยก็เช่นกัน แม้ไม่ใช่ภาษาสากลเช่นภาษาอังกฤษท่ีมีหลายชนชาติใช้ในการส่ือสาร
แต่ภาษาไทยของคนไทยที่แสดงความเป็นเอกราชของชาติไทย มีชนชาติเดียวที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษา
ประจำ� ชาตคิ ือชาวไทย กม็ สี �ำเนียงหรอื วธิ ีการออกเสียงท่แี ตกต่างกันไปในแตล่ ะทอ้ งถิ่นของประเทศ เชน่
ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน แต่ละภาคจะมีส�ำเนียงการออกเสียงที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น
ภาคกลางกับภาคใต้ การออกเสียงสระบางตัวอาจเพี้ยน แตกต่างกัน เช่น คนภาคกลางพูดว่า “ต้นไม้

