Page 18 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 18
13-8 ลัทธิการเมอื งและยทุ ธศาสตรใ์ นการพัฒนา
ค.ศ. 1497 เพ่ือเดินทางไปยังอินเดีย โปรตุเกสไม่ได้สนใจดินแดนแอฟริกาใต้เนื่องจากเป็นบริเวณที่เป็น
ชายฝัง่ โขดหิน มพี ายรุ ุนแรง นำ� เรอื เทียบทา่ ลำ� บาก และเมือ่ พยายามติดตอ่ คา้ ขายกบั ชาวพื้นเมืองผวิ ดำ�
กไ็ มป่ ระสบความสำ� เรจ็ และจบลงดว้ ยการเกดิ ขอ้ ขดั แยง้ ระหวา่ งกนั ชายฝง่ั โมซมั บกิ ทอี่ ยถู่ ดั ไปทางตะวนั ออก
น่าสนใจกว่า เพราะคล่ืนลมสงบ ชนพื้นเมืองเป็นมิตร และมีสินค้าที่ต้องการหลายอย่าง อาทิ แร่ทองค�ำ
งาช้าง หนังสัตว์ และอาหารทะเล เป็นต้น ดังนั้นใน ค.ศ. 1505 โปรตุเกสจึงได้ยึดครองโมซัมบิกเป็น
อาณานคิ ม
เนเธอร์แลนด์เป็นยุโรปชาติที่สองท่ีแวะจอดเรือที่ชายฝั่งแอฟริกาใต้บริเวณแหลมกู๊ดโฮปใน ค.ศ.
1647 และได้สร้างปอ้ มปราการเลก็ ๆ ทนี่ ัน่ กอ่ นเดินทางมุ่งส่ตู ะวันออกไกล ตอ่ มาใน ค.ศ. 1652 เรือของ
บรษิ ทั สหอนิ เดยี ตะวนั ออกของเนเธอรแ์ ลนด์ (Vereenigde Oostindische Compagnie: VOC)2 ภายใต้
การบงั คบั บญั ชาของยอน ฟอน รีเบค (Jan van Riebeeck) ได้เปิดสถานกี ารคา้ บริเวณแหลมท่ีเปน็ เมอื ง
เคปทาวน์ในปัจจุบัน โดยต้งั ชื่อว่า “Kaapstad” (คาปสตัด)3 และได้นำ� ผ้เู ดินทางจ�ำนวน 90 คนเข้าไปต้ัง
หลกั แหลง่ เปน็ กลมุ่ แรก ตอ่ มายอน ฟอน รเี บคไดเ้ ปน็ ผวู้ า่ การแอฟรกิ าใตค้ นแรกของเนเธอรแ์ ลนด์ และได้
ริเรมิ่ น�ำองุ่นพันธฝุ์ ร่ังเศสเขา้ ไปปลูก ชาวยุโรปเร่มิ อพยพเขา้ มาในแอฟรกิ าใตเ้ รื่อยๆ ซง่ึ ส่วนใหญเ่ ปน็ ชาว
เนเธอรแ์ ลนดแ์ ละชาวฝรงั่ เศสทหี่ นภี ยั สงคราม 30 ปใี นยโุ รประหวา่ งครสิ ตศ์ าสนานกิ ายโรมนั คาทอลกิ กบั
นิกายโปรเตสแตนต์ โดยเฉพาะพวกอูเกอโนต์ (Huguenots) และพวกกัลแว็ง (Calvinistes) ท่ีเป็น
โปรเตสแตนต์และถกู ปราบปรามโดยพระเจ้าหลยุ สท์ ่ี 14 (Louis XIV) แห่งฝรงั่ เศส นอกจากนน้ั กม็ ชี าว
เยอรมันและชาวสแกนดิเนเวยี ด้วย ใน ค.ศ. 1662 ชาวผิวขาวมีจำ� นวน 250 คน ใน ค.ศ. 1707 เพม่ิ เป็น
1,780 คน คนเหล่าน้ีส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพชาวไร่ชาวนา ใน ค.ศ. 1685 สมยั ผูว้ า่ การซมิ อน ฟอน แดร์
สเตล (Simon van der Stel) ไดส้ ง่ เสริมการปลกู อง่นุ โดยให้สรา้ งไรอ่ งุ่น Groot Constantia และคัด
พันธุ์ท่ีดีที่สุดมาจากฝรั่งเศส4 ในการน้ีได้มีการน�ำทาสผิวด�ำจากดินแดนต่างๆ ในแอฟริกา มาดากัสการ์
และอนิ โดนเี ซยี เขา้ มาใชง้ านดว้ ย ใน ค.ศ. 1717 ผตู้ ง้ั ถน่ิ ฐานมี 2,500 คน ทาสมี 2,500 คน ใน ค.ศ. 1795
ผตู้ ง้ั หลกั แหลง่ เพม่ิ เปน็ 16,000 คน ทาสเพม่ิ เปน็ 16,839 คน5 ในชว่ งนจี้ งึ มกี ารแตง่ งานขา้ มเชอื้ ชาตริ ะหวา่ ง
ผ้ตู ัง้ รกรากชาวผวิ ขาวกบั ทาสชาวผวิ สีมากขึ้น เกิดมีคนรุน่ ใหม่ที่เป็นลูกผสมจำ� นวนมาก คนเหล่านีถ้ ูกจดั
วา่ เป็นพวกผวิ สี
ในชว่ งแรกการเกษตรผกู ขาดโดยระบบไรน่ าของบรษิ ทั สหอนิ เดยี ตะวนั ออกของเนเธอรแ์ ลนด์ แต่
ต่อมาได้เปิดโอกาสใหผ้ ู้ตั้งรกรากท�ำไรน่ าโดยอิสระ แล้วขายผลผลติ ใหบ้ รษิ ัท ท�ำให้การเพาะปลกู ประสบ
ผลส�ำเร็จอยา่ งมาก ธัญพืช ผัก ผลไม้ ตลอดจนปศสุ ัตว์มผี ลผลิตสงู และสง่ ออกไปยงั ยโุ รปได้มากจนตอ้ ง
ขยายพนื้ ทกี่ ารเกษตรเขา้ ไปในดนิ แดนของชนพน้ื เมอื งผวิ ดำ� ทางเหนอื และทางตะวนั ออก มกี ารแยง่ ชงิ ทดี่ นิ
2 ภาษาอังกฤษคือ Dutch East India Company
3 ภาษาองั กฤษคอื Cape town
4 The Dutch Governor, Jan van Riebeeck settled in South. www.wipo.int/edocs/.../wipo_geo_sfo_03_19-
part2. pdf (14/11/2013)
5 Marco Ramerini. “The Dutch in South Africa 1652-1795, 1802-1806”, Dutch Colonial History. (English
text revision by Dietrich Köster) http://www.colonialvoyage.com/eng/africa/south_africa/dutch.html (14/11/2013)

