Page 20 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 20

13-10 ลัทธกิ ารเมอื งและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
ว่าชาวอังกฤษและชาวเนเธอร์แลนด์เป็นคนละพวกกัน มีภาษาและวัฒนธรรมท่ีแตกต่างกัน อังกฤษมุ่งท่ี
จะเขา้ ครอบครองแอฟรกิ าใตโ้ ดยเดด็ ขาด มนี โยบายทจ่ี ะใชภ้ าษาองั กฤษเปน็ ภาษาทางการของอาณานคิ ม
เขา้ ครอบงำ� ระบอบการปกครอง การคา้ การคลงั เหมอื งแร่ หตั ถกรรม และการจดั การบรหิ ารเมอื งทง้ั หมด
โดยใหพ้ วกบวั รเ์ ปน็ ชาวชนบททอี่ ยกู่ บั ไรน่ าตอ่ ไป เมอ่ื องั กฤษประกาศนโยบายเลกิ ระบบทาสใน ค.ศ. 1833
ย่ิงสร้างความไม่พอใจให้แก่พวกบัวร์ที่ต้องการใช้แรงงานทาสในการท�ำไร่ท�ำนาเป็นอย่างมาก จนอังกฤษ
ต้องผ่อนผันโดยการออกกฤษฎีกานาย-บ่าว (Masters and Servants Ordinance) เพ่อื ใหช้ าวผวิ ขาว
ยังมีอ�ำนาจควบคุมเหนือชาวผิวสีอื่นๆ และกฎหมายฉบับนี้จะเป็นพื้นฐานของระบอบการแบ่งแยกสีผิว
(Apartheid) ตอ่ ไปในอนาคต

       ใน ค.ศ. 1816 กษัตริยช์ ากา (Shaka) แหง่ ชนเผา่ ซลู ูได้ขยายดินแดนสร้างอาณาจักรโดยรกุ ราน
เขา้ สดู่ นิ แดนของชนเผา่ โซโท (Sotho) และชนเผา่ สวาซี (Swazi) ในทสี่ ดุ ชนเผา่ ซลู กู ไ็ ดป้ ะทะกบั พวกบวั ร์
ท่ีบุกเบิกเข้าไปในดินแดนของชนพ้ืนเมือง มีสงครามเกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1837-1838 และสิ้นสุดลงด้วย
ชยั ชนะของพวกบวั ร์ พวกบวั ร์ดีใจที่จะไดค้ รอบครองผนื ดนิ ที่บุกเบกิ มา แต่แลว้ ใน ค.ศ. 1843 ดนิ แดนที่
พวกบวั ร์บุกเบกิ ก็ถกู ผนวกให้อย่ภู ายใต้จกั รวรรดิอังกฤษ องั กฤษยังรกุ ตอ่ ไปในดินแดนของอาณาจกั รซูลู
และเกดิ สงครามขนึ้ ใน ค.ศ. 1879 สงครามยตุ ลิ งดว้ ยชยั ชนะขององั กฤษ นบั ตงั้ แตน่ นั้ มาชนเผา่ ซลู กู ต็ กอยู่
ภายใตก้ ารปกครองขององั กฤษในฐานะอาณานคิ ม

สงครามระหว่างอังกฤษกับพวกบัวร์

       ชาวเนเธอร์แลนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการท่ีจะเป็นอิสระจากการปกครองของอังกฤษมา
โดยตลอด ใน ค.ศ. 1939 พวกบัวร์ท่ีรบชนะชนเผ่าซูลูได้ประกาศจัดต้ังสาธารณรัฐนาตาเลีย (Natalia
Republiek) หรอื “สาธารณรฐั ของผบู้ กุ เบกิ ” (Voortrekkers Republiek) ขนึ้ ปกครองตนเองในดนิ แดน
ที่ยึดได้จากชนเผ่าซลู ทู างตะวันออก แตใ่ น ค.ศ. 1843 ก็ถูกผนวกเขา้ เปน็ ส่วนหน่งึ ของอาณานิคมองั กฤษ
ต่อมาใน ค.ศ. 1848 พวกบัวร์อีกกลุ่มหน่ึงได้ก่อต้ังสาธารณรัฐทรานสวาล (Transvaal Republiek)
ทางตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มเี มอื งเปรโตเรยี (Pretoria) เปน็ เมอื งหลวง ซง่ึ องั กฤษไดใ้ หก้ ารรบั รองใน ค.ศ.
1852 ซึ่งในปีเดียวกันนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (Zuid-Afrikaansche Republiek)
ใน ค.ศ. 1848 เช่นกันพวกบัวร์อีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ประกาศเขตปกครองอิสระที่เรียกว่า “เขตอธิปไตยเหนือ
แม่นํา้ โอรองย์” (Oranjerivier-Soevereiniteit) ซง่ึ อย่ทู างใตข้ องสาธารณรฐั แอฟริกาใตน้  ี้  ระหวา่ งแมน่ ้ํ
าโอรองย์ (Oranje) และแมน่ า้ํ วาล (Vaal) มเี มอื งบลมู ฟงแตน (Bloemfontein) เปน็ เมอื งหลวง โดยชาวบวั ร์
ไดใ้ หท้ ี่นงั่ ในสภาผ้แู ทนราษฎรของเขตปกครองอสิ ระโอรองยแ์ กช่ าวองั กฤษที่ต้ังรกรากที่นัน่ 1 ที่ องั กฤษ
ไดใ้ หก้ ารรบั รองเขตปกครองอสิ ระแหง่ นใ้ี น ค.ศ. 1854 ซง่ึ ในปเี ดยี วกนั นนั้ จงึ ไดม้ กี ารสถาปนาเปน็ รฐั อสิ ระ
โอรองย์ (Oranje-Vrystaat)8

         8 “Orange Free State”, Wikipedia, the free encyclopedia. http://en.wikipedia.org/wiki/Orange_Free_State
(15/11/2013)
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25