Page 13 - ปรัชญาการเมือง
P. 13
พนั ธะทางการเมอื ง 8-3
รายละเอียดถึงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของพลเมือง การปฏิบัติตามกฎหมาย ความรักใน
ปิตุภูมิและการต้ังค�ำถามถึงความยุติธรรมและความรู้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย พันธะ
ทางการเมืองได้ถูกส่งผ่านมายังเพลโตอธิบายให้ความส�ำคัญกับพันธะทางการเมืองที่มีความ
เชอ่ื มโยงกบั การอบรมศกึ ษาและพฒั นาของจติ วญิ ญาณทเ่ี พลโตจดั ออกเปน็ ไตรลกั ษณจ์ ติ ซง่ึ
ความรู้และการอบรมศึกษาท่ีส่งผลกับการสร้างระบอบการเมืองท่ีเพลโตตั้งความหวังและ
ปรารถนาใหเ้ กดิ ขนึ้ มา จนมาถงึ อรสิ โตเตลิ ทเ่ี สนอแนวคดิ พนั ธะทางการเมอื งผกู อยกู่ บั แนวคดิ
ในเรอื่ งเปา้ หมายของความสมบรู ณ์และความสุขภายใต้ความเป็นสัตวก์ ารเมอื ง
3. พ ันธะทางการเมืองยุคใหม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับพันธะ
ทางการเมอื งยคุ โบราณ สบื เนอ่ื งมาจากพนื้ ฐานของการปฏเิ สธแนวความคดิ ในคำ� อธบิ ายเรอ่ื ง
ของชุมชนการเมืองหรือรัฐเป็นส่ิงเกิดข้ึนมีมาก่อนบุคคล กล่าวในอีกนัยหน่ึงชุมชนการเมือง
เป็นสิ่งที่ด�ำรงอยู่อย่างธรรมชาติ มนุษย์เกิดมาก็ต้องอาศัยชุมชนการเมืองหรือรัฐเพื่อช่วยให้
ชีวิตตนเองมีความสมบูรณ์ขึ้น ส�ำหรับปรัชญาการเมืองโบราณมนุษย์จึงเกิดมามีสถานะของ
ความเปน็ สตั วก์ ารเมอื งโดยอตั โนมตั ิ ในขณะทป่ี รชั ญาการเมอื งยคุ ใหมน่ บั ตง้ั แตโ่ ทมสั ฮอบส์
เปน็ ตน้ มา สรา้ งสมมตฐิ านวา่ รฐั เปน็ สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ มาภายหลงั บคุ คล มนษุ ยม์ ชี วี ติ ภายใตส้ ภาวะ
ธรรมชาตมิ าก่อน รฐั หรือองคอ์ ธปิ ตั ย์คือสงิ่ ทม่ี นุษย์สรา้ งสรรค์หรอื เป็นส่ิงทถี่ กู ประดษิ ฐ์ข้ึนมา
เพื่อวัตถุประสงค์ในการที่มนุษย์ต้องการก้าวพ้นออกมาจากสภาวะธรรมชาติ พันธะทาง
การเมืองจึงเช่ือมโยงกับก�ำเนิดและท่ีมาของรัฐบาลในการปกป้องคุ้มครองเพ่ือสร้างความ
ปลอดภัยให้เกิดกับชีวิตในเชิงกายภาพและทรัพย์สิน ประกอบเข้ากับความคิดในสายสัญญา
ประชาคม ให้ความส�ำคัญกับความชอบธรรมและที่มาของรัฐและผู้ปกครองว่าจะต้องมาจาก
ความยนิ ยอม ความเหน็ พอ้ งของประชาชนหรอื ผใู้ ตป้ กครองเทา่ นน้ั ทำ� ใหพ้ นั ธะทางการเมอื ง
สมยั ใหม่จึงเป็นเรื่องของการตกลงกนั ในรูปแบบของการมสี ญั ญาประชาคม
4. ป ญั หาพนั ธะทางการเมอื งมาจากความขดั แยง้ ระหวา่ งเรอื่ งของการทำ� หนา้ ทใี่ นฐานะของความ
เปน็ คนดกี บั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นสถานะของสมาชกิ ชมุ ชนการเมอื งและระบอบการปกครองทม่ี ี
ความแตกตา่ งกนั ออกไป นอกจากนย้ี งั เกดิ ปญั หาพนั ธะทางการเมอื งในเชงิ กฎหมายและสทิ ธิ
อำ� นาจ (authority) ของฝา่ ยรฐั บาลกบั ความเปน็ อสิ ระและความสามารถในการปกครองตนเอง
(autonomous) ท่ีเปน็ ของบุคคลแตล่ ะคน
วัตถุประสงค์
เมือ่ ศึกษาหนว่ ยท่ี 8 จบแลว้ นกั ศึกษาสามารถ
1. อธบิ ายความเชอื่ มโยงระหว่างพนั ธะทางการเมอื งกับปรัชญาการเมืองได้
2. อธบิ ายความคิดพนั ธะทางการเมอื งของยุคโบราณได้
3. อธบิ ายพันธะทางการเมอื งของยคุ ใหม่ได้
4. อธบิ ายปัญหาของพันธะทางการเมอื งได้

