Page 15 - ปรัชญาการเมือง
P. 15

พนั ธะทางการเมือง 8-5

ตอนท่ี 8.1
พันธะทางการเมืองกับปรัชญาการเมือง

โปรดอา่ นหวั เรอื่ ง แนวคดิ และวตั ถปุ ระสงค์ของตอนท่ี 8.1 แล้วจงึ ศกึ ษารายละเอยี ดตอ่ ไป

หัวเร่ือง

       8.1.1 	ความหมายและความเป็นมาของพันธะทางการเมอื ง
       8.1.2	ลกั ษณะและรปู แบบของพนั ธะทางการเมอื ง: ความแตกตา่ งระหวา่ งพนั ธะทางการเมอื ง

            กบั แนวคิดคณุ ธรรมและมนษุ ยธรรม

แนวคิด

       1. 	พันธะทางการเมือง (political obligation) เปน็ อีกแนวคิดหนง่ึ ทม่ี ีความสำ� คัญในการ
          ศึกษาปรัชญาการเมือง ซึ่งท้ังเป็นโจทย์ใหญ่ สร้างให้เกิดความขัดแย้งและเป็นหน่ึงใน
          ค�ำถามที่เป็นพ้ืนฐานและมีความเก่าแก่ยาวนานเกิดข้ึนมาพร้อมกับปรัชญาการเมือง
          พันธะทางการเมืองยังเป็นประเด็นแนวคิดหลัก (theme) ที่ปรากฏอยู่ในผลงานการโต้
          เถียงทางปรัชญาการเมืองมาทุกยุคสมัย อีกทั้งอยู่ในความสนใจศึกษาของนักปรัชญา
          การเมืองมาตลอด เน่ืองจากพันธะทางการเมืองเป็นเร่ืองของการตั้งค�ำถามถึง
          ปรากฏการณ์ท่ีว่า ท�ำไมประชาชนในสถานะของการเป็นสมาชิก (membership)
          พลเมอื ง (citizenship) และผใู้ ตป้ กครอง (subject) ตอ้ งเชอ่ื ฟงั และปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย
          ทง้ั ในรปู แบบของจารตี ประเพณแี ละปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บแบบแผนของบา้ นเมอื ง ไปจนถงึ
          คำ� ถามทวี่ า่ มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งเชอื่ ฟงั รฐั บาลหรอื ผปู้ กครองในระดบั ทม่ี ากนอ้ ยแคไ่ หน ที่
          จะออกมาเปน็ หลกั เกณฑ์ เปน็ กตกิ ากลางทใี่ ชก้ ำ� หนดความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ในลกั ษณะ
          ใด ซึ่งจะน�ำไปสู่เรื่องของรูปแบบ ขอบข่าย บทบาทหน้าท่ีและความรับผิดชอบของรัฐ
          อกี ทงั้ คำ� ถามทพี่ นั ธะทางการเมอื งไดส้ น้ิ สดุ ลงเมอื่ ใด การสน้ิ สดุ นนั้ มที ม่ี าจากเหตผุ ลและ
          ใช้ข้ออ้างใด จึงกล่าวได้ว่าพันธะการเมืองมีความหมายและความส�ำคัญกินความต้ังแต่
          จดุ กำ� เนดิ ของสังคมการเมืองไปจนถงึ การสิน้ สุดของสงั คมการเมอื ง
   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20