Page 64 - ปรัชญาการเมือง
P. 64

8-54 ปรัชญาการเมือง
obedience)93 นบั เปน็ การเออ้ื อำ� นวยไปส่กู ารเกิดผู้ปกครองในลกั ษณะรวมศูนยอ์ ำ� นาจ ปัจเจกผู้เมินเฉย
ตอ่ บา้ นเมือง (atomistic individual) สงั คมแบบมวลชนและระบอบเผดจ็ การเกิดข้ึนตามมา

       ความสามารถในการปกครองตนเองในอีกความหมายหนึ่งคือการปล่อยให้อ�ำนาจอิทธิพลจาก
ภายนอก จากผู้ปกครองเข้ามาบงการหรือชี้น�ำให้เกิดขึ้นหรือมีอยู่ในระดับที่น้อยท่ีสุด ที่จะเชื่อมโยงไปสู่
เร่ืองของแนวคดิ เสรนี ิยมประชาธปิ ไตย เร่มิ ตน้ ขนึ้ มาจากการท่ีประชาชนดว้ ยกันเองซง่ึ มีสถานะเทา่ เทียม
กันมาประชุมเพ่ือออกกฎหมายและสร้างระเบียบมาปกครองกันเอง ในแบบที่ตัวเองเป็นเจ้านายตัวเอง
สะทอ้ นถงึ ความมอี สิ ระไมต่ อ้ งตกอยภู่ ายใตก้ ฎหมาย การบงั คบั บญั ชาและสง่ั การจากผปู้ กครองคนเดยี วใน
ระบอบราชาธิปไตยหรอื จากกล่มุ คนภายใตร้ ะบอบอภชิ นาธิปไตย เสรนี ิยมประชาธปิ ไตยจึงเป็นส่งิ ทเ่ี ชื่อม
โยงต่อเน่ืองจากความสามารถในการปกครองตนเอง เนื่องจากบุคคลแต่ละคนต่างมีสิทธิในการเสนอและ
ออกกฎ (หมาย) (the author of the laws to which I submit) เปน็ สิ่งท่จี ะถกู น�ำมาใช้บงั คบั หรอื กอ่
ให้เกิดพันธะทางการเมืองระหว่างบุคคลของชุมชนการเมืองข้ึนมาอย่างมีความถูกต้องและชอบธรรมและ
ตอ่ เนอ่ื งในประเดน็ การจำ� กดั บทบาทและหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของผปู้ กครองและจากรฐั บาลลงไปใหเ้ หลอื
นอ้ ยทสี่ ดุ (minimal state) ในขณะทป่ี ลอ่ ยใหป้ ระชาชนและสงั คมดำ� เนนิ การตา่ งๆ ไปไดด้ ว้ ยตนเอง หาก
ประชาชนจะขอความช่วยเหลือเท่าท่ีมีความจ�ำเป็นหรือไม่ก็จะเป็นในเร่ืองที่เกินความรู้ความสามารถและ
ศักยภาพของพวกเขาจะจดั การได9้ 4
กิจกรรม 8.4.3

       จงอธบิ ายถงึ ความขดั แยง้ ระหวา่ งพนั ธะทางการเมอื งในเชงิ กฎหมายและสทิ ธอิ ำ� นาจ (authority)
กับความเปน็ อิสระและความสามารถในการปกครองตนเอง (autonomous)
แนวตอบกิจกรรม 8.4.3

       หากรฐั บาลมบี ทบาทหน้าทอี่ ย่างไมจ่ �ำกัด และไมม่ กี ระบวนการจำ� กัดการใช้อำ� นาจกม็ ีแนวโนม้ ท่ี
จะเขา้ มาจดั การ ควบคมุ ความเปน็ อสิ ระและความสามารถในการปกครองตนเองของบคุ คล ในขณะเดยี วกนั
หากบคุ คลไมส่ ามารถใชค้ วามเปน็ อสิ ระและความสามารถในการปกครองตนเองไปในทางทส่ี รา้ งสรรคห์ รอื
ก่อให้เกิดประโยชนก์ บั สงั คมได้ มีแนวโน้มการเกดิ สภาวะอนาธิปไตยขึ้นมาไดส้ ูง

         93 ความสามารถในการปกครองตนเองไม่ใหห้ มายความว่าบคุ คลผู้น้ันจ�ำเปน็ ต้องปฏิเสธและไมย่ อมรับอ�ำนาจสง่ั การและ
การบังคับบัญชาเสมอไป ดั่งตัวอย่างในกรณีท่ีคนป่วยต้องปฏิบัติตามค�ำส่ังของนายแพทย์ หรือในยามท่ีบ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะ
อันตรายถูกรุกรานจากศัตรภู ายนอกพลเมืองก็ตอ้ งปฏิบัติตามค�ำสั่งของรัฐบาล	

         94 Robert Paul Wolff. (1998). Ibid. (pp. 20-23).
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68