Page 63 - ปรัชญาการเมือง
P. 63

พนั ธะทางการเมอื ง 8-53
ยกตวั อยา่ งเชน่ เมอ่ื โจรใชป้ นื จใ้ี หส้ ง่ กระเปา๋ สตางค์ ขณะทส่ี ทิ ธอิ ำ� นาจไดแ้ กเ่ รอื่ งของการจา่ ยภาษี90 (แมว้ า่
ในบางคร้ังเมอ่ื โอกาสอำ� นวยผเู้ สียภาษมี ักจะแอบโกงภาษีกต็ าม)

       สิทธิอ�ำนาจไม่ใช่ส่ิงที่เกิดขึ้นโดยตัวของมันเอง แต่เกิดข้ึนมาจากการอ้างถึงความชอบธรรมทาง
การเมือง (political legitimacy) ซึ่งมีท่ีมาจากอดีตในรูปของจารีตธรรมเนียมท่ีแต่ละสังคมได้มีการยึด
ปฏบิ ตั กิ นั มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งยาวนาน หรอื อาจมาจากคณุ ลกั ษณะสว่ นตวั ของบคุ คล อยา่ งเชน่ ผนู้ ำ� ฟา้ สง่ มาปก
ครอง (charisma leadership) มาจนกระท่ังถึงยุคใหม่ผ่านระบบและโครงสร้างของทางราชการ
(bureaucratic regulation) ทส่ี ทิ ธอิ ำ� นาจและความชอบธรรมปรากฏอยใู่ นรปู ของเอกสาร เครอ่ื งแบบและ
การสรา้ งอดุ มการณข์ องรฐั และสงั คม ในทางการเมอื งทงั้ สทิ ธอิ ำ� นาจและความชอบธรรมทางการเมอื งกลาย
มาเป็นพื้นฐานของความสัมพันธร์ ะหว่างผูป้ กครองกับผู้ใตป้ กครองในลักษณะของพนั ธะทางการเมือง อกี
ท้ังยงั เปน็ การปฏิบัตทิ ส่ี รา้ งประโยชน์ให้แก่ทั้งสองฝ่าย91

       อย่างไรก็ตามฝ่ายแนวคิดอนาธิปไตยมองว่าบุคคลมีความเป็นอิสระและความสามารถในการ
ปกครองตนเอง (autonomous) มาจากความคิดของนักปรัชญาสมัยใหม่ชาวเยอรมันอย่าง Immanuel
Kant โดยที่ Kant พิจารณาบุคคลที่สามารถปกครองตนเองได้ต้องมาจากพื้นฐานของการมีเสรีภาพ
(metaphysically free) และมีความสามารถพิจารณาไตร่ตรองในเชิงเหตุผลหรือต้องมีเหตุผลมาก�ำกับ
การกระทำ� ของตนเสมอ ดงั นนั้ การทบ่ี คุ คลมีเสรีภาพในการเลือก (freedom of choice) หรอื ชอ่ งทางใน
สง่ิ ทต่ี ัวเองจะลงมอื ปฏิบัติ (freedom to choose) โดยไมม่ ีใครมาบังคบั ทำ� การช้ีน�ำและควบคุมทงั้ ในเชิง
อ�ำนาจและศีลธรรม เป็นการกระท�ำและลงมือปฏิบัติโดยความสมัครใจโดยบุคคลผู้นั้นเอง อีกทั้งยังเป็น
บคุ คลท่วี างหลกั เกณฑใ์ หแ้ กก่ ารปฏบิ ตั ิท่ดี แี ละมคี วามถกู ตอ้ งให้กบั ตัวเองได้ (self-legislation) ในฐานะ
ของการเปน็ บคุ คลผทู้ รี่ จู้ กั แยกแยะตดั สนิ ดชี วั่ ถกู ผดิ (moral autonomous) ซงึ่ การทบี่ คุ คลผนู้ น้ั มอี สิ ระใน
การที่ตวั เองสามารถเลือกท่จี ะไมป่ ฏบิ ัติหรอื ปฏิบัติส่ิงใดก็ตาม บคุ คลผูน้ ัน้ กย็ ่อมทจ่ี ะมีความรับผดิ ชอบต่อ
สิง่ ทีต่ ัวเองไดป้ ฏิบตั ิหรอื การไม่ปฏิบตั เิ กดิ ข้นึ ควบคตู่ ามมาโดยอัตโนมตั ิ (responsibility) รวมไปถึงผลที่
เกดิ ข้ึนตามมาจากการท่ีลงมอื ปฏบิ ัติหรอื ไมล่ งมอื ปฏบิ ัต9ิ 2

       คณุ ธรรมจากความสามารถในการปกครองตนเองชว่ ยใหบ้ คุ คลผนู้ นั้ ไมต่ กอยภู่ ายใตอ้ ำ� นาจ ไมข่ น้ึ
อย่กู ับการตัดสนิ ใจของบคุ คลอ่นื เนอ่ื งจากตวั เขาเองสามารถคดิ และตดั สินใจรวมไปถึงการมีวจิ ารณญาณ
ตอ่ สง่ิ ตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ ของตนเองแมว้ า่ อำ� นาจและการตดั สนิ ใจนนั้ จะเปน็ สงิ่ ทด่ี แี ละชาญฉลาดกต็ าม โดยทคี่ วาม
ส�ำคัญของความสามารถในการปกครองตนเองคือการที่บุคคลผู้น้ันไม่ตกอยู่ภายใต้อ�ำนาจ ก�ำลังและ
สตปิ ญั ญาของบคุ คลใด โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การกม้ หนา้ เชอ่ื ฟงั ไปโดยปราศจากการคดิ ไตรต่ รอง (mindless

         90 Robert Paul Wolff. (1998). In Defense of Anarchism (pp. 3-4). Berkeley: University of California
Press.	

         91 Robert Paul Wolff. (1998). Ibid. (pp. 5-7).	
         92 มาจากค�ำว่า ‘auto’ กบั ‘nomos’ มีความหมายถึงการเป็นบคุ คลทสี่ ามารถสรา้ งกฎระเบียบใหก้ บั ตัวเอง ข้ึนตรงตอ่
กฎระเบียบท่ีตัวเองวางไว้ ซ่ึงผู้ใดก็ตามท่ีสร้างกฎระเบียบให้กับตนเองโดยไม่ต้องให้บุคคลภายนอกหรือสังคมมาวางกฎระเบียบให้
ถือว่าสามารถปกครองตวั เอง พึ่งพาและดแู ลตวั เองได้จงึ จัดอย่ใู นสถานะเป็นเจ้านายตัวเอง
   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68