Page 33 - การผลิตภาพยนตร์เบื้องต้น
P. 33

แสงและอปุ กรณใ์ นการจดั แสง 8-23

SED กราฟของ Sodium Lamp ใหพ้ ลงั งานสงู ในชว่ งความยาวคล่นื สีเหลอื งเพียงสเี ดียว
ภาพที่ 8.15 ภาพ SED แสดงพลงั งานทีป่ ลอ่ ยออกมาจากแหลง่ แสงในความยาวคล่ืนตา่ ง ๆ

ประเภทของหลอดไฟ

       1. 	อินแคนเดสเซนท์ (Incandescent) เปน็ หลอดท่ีใหค้ วามสวา่ งโดยการเผาไส้หลอด หลกั การ
ท�ำงานของหลอดไสค้ อื การปลอ่ ยกระแสไฟฟ้าผา่ นไสห้ ลอด เมอ่ื อณุ หภมู ขิ องไส้หลอดสงู จะเกิดการเปล่ง
แสงออกมา วัสดุที่จะน�ำมาท�ำเป็นไสห้ ลอดจงึ ตอ้ งมจี ดุ หลอมเหลวตำ่� ทนต่อความร้อนสงู และมอี ัตราการ
ระเหยตวั ตำ่� ในยคุ แรกของหลอดไสน้ ยิ มใชแ้ ทง่ คารบ์ อน ตอ่ มาไดม้ กี ารคดิ คน้ นำ� โลหะทงั สเตนมารดี ใหเ้ ปน็
เสน้ พบว่าใหก้ �ำลังสอ่ งสวา่ งไดด้ ี อกี ทั้งยงั มีอายุการใชง้ านทนนานกวา่ หลอดไส้มีการสอ่ งสว่างพรอ้ มกบั
ความรอ้ น จงึ มกี ารปลอ่ ยพลงั งานในทกุ ความยาวคลนื่ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ดงั นน้ั จงึ สามารถใชค้ า่ อณุ หภมู เิ คลวนิ
ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากการเผาวัตถุสีด�ำได้ ในทางปฏิบัติ ผู้ผลิตหลอดไฟจะบอกก�ำลังส่องสว่างของหลอดไฟ
แตล่ ะชนดิ เปน็ ลเู มนตอ่ วตั ต์ หลอดไฟประเภทไสน้ มี้ กี ำ� ลงั สอ่ งสวา่ งไมม่ ากนกั เมอ่ื เทยี บกบั หลอดอารก์ หรอื
หลอดปล่อยประจุ เพราะพลังงานแสงทีไ่ ด้จะสูญเสยี ไปเปน็ พลังงานความรอ้ น

Nitrogen or  Filament
argon gas

Lead wires

ภาพที่ 8.16 หลอดอนิ แคนเดสเซน
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38