Page 51 - ปรัชญาการเมือง
P. 51

พันธะทางการเมอื ง 8-41

       การเปล่ียนผ่านจากสภาวะธรรมชาติไปสู่การสร้างสังคมการเมืองเป็นปัญหาที่รุสโซต้ังไว้ในตอน
เร่ิมตน้ ของ The Social Contract วา่ ‘ผูแ้ ขง็ แรงทส่ี ุดไมเ่ คยแข็งแรงพอท่จี ะเปน็ นายได้ตลอดไปถา้ เขาไม่
แปลงกำ� ลังของตนไปเปน็ สทิ ธิ (force into right) และท�ำให้การเช่อื ฟังตนกลายเป็นหน้าท่ี (obedience
into duty) ...กำ� ลงั คอื แรงทางกายภาพ ซงึ่ ขา้ พเจา้ มองไมเ่ ห็นวา่ มนั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลเชงิ จรยิ ธรรมขนึ้ มาได้
เพราะการจ�ำนนตอ่ ก�ำลงั เปน็ การกระท�ำทม่ี าจากความจ�ำเปน็ (เพอ่ื ความอยรู่ อด) ไมใ่ ชม่ าจากความสมคั ร
ใจ (an act of necessity, not of will)’68

       แนวคดิ ทางการเมอื งของรสุ โซเปน็ แนวความคดิ ทางการเมอื งทป่ี ฏเิ สธสทิ ธโิ ดยธรรมชาตทิ ผี่ แู้ ขง็ แรง
กว่า มีกำ� ลังเหนอื กว่าต้องเปน็ ผู้ชนะหรือผู้ปกครองเสมอไป แต่อยูท่ ีก่ ารคดิ ยทุ ธวธิ ี สร้างกศุ โลบายในการ
ปกครอง ในขณะที่ก�ำลังคืออ�ำนาจทางกายภาพ โดยตัวของก�ำลังเองไม่สามารถสร้างศีลธรรม ในความ
หมายคอื ความเคารพจากผถู้ กู ปกครองขน้ึ มา การยนิ ยอมตอ่ กำ� ลงั หรอื ตกอยภู่ ายใตก้ ำ� ลงั อาจเปน็ เรอื่ งของ
ความกลัว มาจากความจ�ำเป็นและการถูกบังคับแต่ไม่ได้มาจากเจตจ�ำนง และเป็นสิ่งที่ไม่อาจใช้ปกครอง
ได้นาน เปรียบเหมือนกบั การเอาอาวธุ ไปจี้บงั คับผคู้ นเอาไว้ เมือ่ ใดทไ่ี มม่ อี าวธุ ไปจบี้ ังคับผคู้ นกไ็ มเ่ ชอ่ื ฟงั

       ส�ำหรับรุสโซปัญหาส�ำคัญของผู้ปกครองก็คือต้องท�ำพละก�ำลัง (might) ให้เป็นเรื่องของสิทธิ
(right) ทมี่ เี หนอื เสรภี าพ เจตจำ� นงและรา่ งกายใหไ้ ด้ มนั เปน็ สงิ่ ทผ่ี ใู้ ตก้ ารปกครองไดเ้ ลอื กและมาจากความ
ยินยอม ความสมคั รใจทีจ่ ะเปน็ ผใู้ ต้ปกครองเอง เปน็ ประเด็นทร่ี ุสโซได้กล่าวยำ้� ตอ่ มาวา่ ‘แน่นอนเราตอ้ ง
ยอมรบั วา่ จะอา้ งสทิ ธโิ ดยอาศยั กำ� ลงั ไมไ่ ดแ้ ละหนา้ ทใ่ี นการเชอื่ ฟงั มาจากอำ� นาจทมี่ คี วามชอบธรรมเทา่ นนั้
(legitimate power)’69 เนอื่ งจากกำ� ลงั นนั้ ไมอ่ าจนำ� ไปสคู่ วามถกู ตอ้ งหรอื ความชอบธรรมในการปกครอง
ได้ หากก�ำลงั เป็นสง่ิ ทีไ่ มส่ ามารถใชป้ กครองมนษุ ย์ได้ (นาน) หรือหากใช้แลว้ มแี นวโน้มว่าจะสร้างให้เกิด
ปัญหา การต่อต้านและความวุ่นวายตามมา การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมการเมืองของมนุษย์ก็น่าที่จะใช้
รูปแบบอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า ซึ่งรุสโซเสนอไว้อย่างชัดเจนว่าควรจะมีการตกลงร่วมกัน ‘ในเม่ือ
ไม่มีมนุษย์คนใดมีสิทธิอ�ำนาจโดยธรรมชาติเหนือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และในเมื่อก�ำลังไม่ใช่สิทธิจึงเหลือ
เพยี งแค่การตกลงร่วมกันเทา่ นนั้ (convenants)’70

       กอ่ นทจ่ี ะกลา่ วถงึ ขอ้ ตกลงทางสงั คม แนวคดิ ในเรอ่ื งการเกดิ ขน้ึ ของสงั คมการเมอื ง (civil society)
ซง่ึ เปน็ พนื้ ฐานสำ� คญั ของพนั ธะทางการเมอื ง ในความคดิ ของรสุ โซมนั คอื การเปลยี่ นผา่ นทสี่ ำ� คญั (remark-
able change) ของมนษุ ยจ์ ากสภาวะธรรมชาตเิ ขา้ สกู่ ารมสี งั คมการเมอื งเกดิ รปู แบบและลกั ษณะของความ
สัมพันธ์แบบใหม่ทั้งกับตัวเองและผู้อ่ืนในลักษณะท่ีว่า ‘เม่ือความยุติธรรมเข้าแทนท่ีสัญชาตญาณใน
พฤติกรรมของผู้คนและให้ศีลธรรมแก่การกระท�ำซึ่งก่อนหน้าน้ันไม่มี มีแต่เสียงแห่งหน้าท่ีเข้ามาแทนท่ี
แรงเร้าทางกายภาพและสิทธิเข้าแทนท่ีความอยาก ในส่วนของมนุษย์ท่ีจวบจนบัดนี้ไม่เคยคิดถึงส่ิงใด
นอกจากตัวเอง ถกู บงั คับให้กระทำ� ตามหลกั การอ่ืนๆ และคิดด้วยเหตผุ ลก่อนทจ่ี ะท�ำตามใจตวั เอง’71

         68 Jean Jacques Rousseau. (1968). The Social Contract (book 1: chapter 3). Translated and Introduced by
Maurice Cranston. Harmondsworth: Penguin Books. ส�ำหรบั ผ้ทู ่ีสนใจโปรดดผู ลงานแปลของรสุ โซ สญั ญาประชาคม หลัก
แหง่ สิทธทิ างการเมือง. วิภาดา กติ ตโิ กวิท. (แปล). (2550). กรุงเทพฯ: ทบั หนงั สอื .	

         69 Jean Jacques Rousseau. (1968). The Social Contract (book 1: chapter 3).	
         70 Jean Jacques Rousseau. (1968). The Social Contract (book 1: chapter 4).	
         71 Jean Jacques Rousseau. (1968). The Social Contract (book 1: chapter 8).
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56