Page 49 - ปรัชญาการเมือง
P. 49

พันธะทางการเมอื ง 8-39
       ในขณะทคี่ วามยนิ ยอมโดยพฤตนิ ยั นน้ั ลอ็ คยอมรบั วา่ เปน็ ความยนิ ยอมทเ่ี ปน็ ปญั หามากกวา่ ความ
ยินยอมแบบเปิดเผย ทางด้านของล็อคเองก็ไม่ค่อยให้ความส�ำคัญกับมันเท่าใดนัก60 ความยินยอมโดย
พฤตินัยมีปัญหาต้ังแต่เร่ืองของขอบข่ายและระดับของความยินยอมน้ันมีการขยายออกไปและครอบคลุม
แคไ่ หน อกี ทงั้ ปัญหาในเร่ืองระดับของการทีป่ ระชาชนจะผกู มดั กบั รัฐบาล61 ส่วนเนือ้ หาความยนิ ยอมโดย
พฤตินัยเริ่มข้ึนจากการท่ีบุคคลผู้นั้นได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกในลักษณะชั่วคร้ังช่ัวคราว ไม่ได้
ถาวรเหมอื นกบั ความยนิ ยอมในแบบเปดิ เผย จัดเปน็ ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั จากการไปอยพู่ กั อาศยั เพยี งชว่ั ครงั้
ช่ัวคราวของนักทอ่ งเท่ยี ว สิทธใิ นเรื่องของการถือครองทรพั ยส์ ินท่ีไดร้ ับการคุม้ ครองตามกฎหมายหรอื มา
จากการใช้สาธารณประโยชน์เชน่ การเดินทางการโดยสารบนทางหลวง62
       ความยินยอมโดยพฤตินัยมาจากการท่ีบุคคลผู้นั้นครอบครองทรัพย์สินในดินแดนหรือชุมชนนั้น
หรือไม่ก็มีการพ�ำนักตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนน้ันๆ แม้กระท่ังการเดินทางไปอยู่ในดินแดนน้ันๆ และการ
ปรากฏตวั อยใู่ นดนิ แดนนนั้ ไมว่ า่ จะมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ไปประกอบอาชพี ศกึ ษาหาความรแู้ ละการเดนิ ทาง
ท่องเที่ยว การกระท�ำในลักษณะดังกล่าวล็อคถือว่าบุคคลดังกล่าวได้สร้างและเกิดพันธะทางการเมืองข้ึน
มากับดินแดนดังกล่าว มีผลท�ำให้เขาต้องปฏิบัตตนเช่ือฟังตามกฎหมาย อยู่ภายใต้ข้อบังคับของดินแดน
ดังกล่าวด้วย เนื่องจากบุคคลได้รับประโยชน์และการปกป้องคุ้มครองในฐานะของการเป็นสมาชิกคนหน่ึง
ของชุมชนการเมือง แม้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เต็มรูปแบบเหมือนอย่างการเป็นสมาชิกในลักษณะของ
พลเมอื งกต็ าม63 ทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบของความเปน็ พลเมอื งอยา่ งเตม็ รปู แบบ ตงั้ แต่
เรือ่ งของการจา่ ยภาษี ไปลงคะแนนเสียงเลอื กไปจนถึงการไปเกณฑท์ หาร64
       ส่วนประเดน็ การด�ำรงอยู่ของรัฐบาลในฐานะเป็นตัวกลางอ�ำนวยความสะดวกและใช้อ�ำนาจบังคับ
ใหผ้ ้คู นเชื่อฟัง ปฏบิ ัตติ ามบนหลักการคุ้มครองชีวิต สิทธิ เสรภี าพและทรพั ย์สิน แต่เมอ่ื ใดกต็ ามทีร่ ฐั บาล
ไมส่ ามารถทำ� หนา้ ทด่ี งั กลา่ วหรอื ทำ� เกนิ ขอบขา่ ยอำ� นาจหนา้ ท่ี รฐั บาลกข็ าดความชอบธรรมในการปกครอง
ความเปน็ รฐั บาลกต็ อ้ งยตุ ลิ ง (dissolution)65 หรอื ในกรณเี กดิ การปฏวิ ตั กิ เ็ ปน็ ไปเพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดส้ ทิ ธิ
ตามธรรมชาติ (natural right) ทลี่ อ็ คใหค้ วามสำ� คญั ในฐานะสทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐานของมนษุ ยก์ ลบั คนื มา แตเ่ ปน็
ที่น่าสังเกตว่าการปฏิวัติในปรัชญาการเมืองของล็อคไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพื่อวางเป้าหมายของสังคมใหม่
ที่ดีกว่าหรือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองท่ีส่งผลอย่างยิ่งยวดต่อโครงสร้างทางการเมืองและสังคม

         60 John Rawls. (2007). Ibid. p. 135.	
         61 John Locke. (1988). Two Treatises of Government (p. 120).	
         62 John Locke. (1988). Two Treatises of Government (pp. 116-117).	
         63 John Locke. (1988). Two Treatises of Government (p. 119). ความยินยอมโดยพฤตนิ ัยมคี วามเช่ือมโยงกบั
แนวคดิ กฎธรรมชาติ (natural law) ของล็อคทีส่ รปุ ได้ว่า หา้ มทำ� ลายชีวิตตนเอง หา้ มท�ำลายชวี ิตสัตวอ์ ื่น หา้ มคกุ คามชีวิต สขุ ภาพ
เสรีภาพและทรพั ย์สนิ 	
         64 Richard Bellamy. (1996). Socrates and Locke on Political Obligation. in A Textual Introduction to
Social and Political Theory (p. 9). Edited by Richard Bellamy & Angus Ross. Manchester: Manchester Univer-
sity Press.	
         65 John Locke. (1988). Two Treatises of Government (p. 211).
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54