Page 39 - วัฒนธรรมกับการท่องเที่ยว
P. 39
พิพิธภัณฑ์กบั การท่องเทย่ี ว 13-29
การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โดยคนในชุมชนท้องถิ่นร่วมกับนักวิชาการ การจดั ตงั้ พพิ ธิ ภณั ฑใ์ นสถาบนั
การศกึ ษาทไี่ ดก้ ลา่ วไปแลว้ นนั้ เปน็ กลไกของภาครฐั ทสี่ ง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ขน้ึ แตต่ อ่ มาหลงั จาก พ.ศ. 2530 เกดิ
กระแสความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ท้องถ่ินคร้ังนี้ไม่ได้เป็นแนวคิดริเริ่มของภาครัฐ แต่เป็นกลุ่ม
ปัญญาชน นกั วชิ าการ และชาวบ้านในชุมชนท้องถิน่ ร่วมกันจดั ท�ำพิพธิ ภัณฑข์ น้ึ เพราะนักวิชาการได้เล็ง
เหน็ ว่าการทพ่ี พิ ิธภณั ฑท์ ้องถนิ่ จะประสบความสำ� เรจ็ ไดต้ อ้ งพ่ึงพาคนในทอ้ งถ่ินเอง หากนำ� คนนอกเข้าไป
สร้างหรือด�ำเนินการแล้วเนื้อหาท่ีส่ือออกไปอาจผิดเพี้ยนและไม่เข้ากับบริบทของชุมชน ท�ำให้ขาด
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพิพิธภัณฑ์กับชาวบ้าน ขาดกิจกรรมที่น่าสนใจ และท้ายท่ีสุดก็กลายสภาพเป็นโกดัง
เก็บของขนาดใหญ่
โดยพพิ ธิ ภณั ฑท์ จี่ ดั การโดยชมุ ชนนส้ี ว่ นใหญจ่ ะไมเ่ นน้ วตั ถจุ ดั แสดง แตเ่ นน้ ใหค้ วามรเู้ นอื้ หาเกยี่ ว
กับประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์สังคม วิถีชีวิตของผู้คนในท้องถ่ิน ให้ผู้ท่ีมาชมได้สัมผัส
เอกลกั ษณข์ องท้องถิ่นนน้ั ๆ ซึง่ น�ำไปสคู่ วามเข้าใจและยอมรับในความแตกตา่ งหลากหลายทางวฒั นธรรม
(ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนัตกูล และคณะ, 2547) พลังอ�ำนาจและความกระตือรือร้นของคนในชุมชน
ท้องถ่ินนับวันย่ิงมีมากขึ้น จนในปัจจุบันเกิดพิพิธภัณฑ์ท้องถ่ินบริหารจัดการโดยชุมชนกว่า 80 แห่งทั่ว
ประเทศไทย ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากภาครัฐในเรือ่ งงบประมาณ เชน่ งบสนบั สนนุ จากองคก์ ารบรหิ ารส่วน
ตำ� บล หรอื จากเทศบาลต�ำบล
พลงั ของทอ้ งถน่ิ จงึ มคี วามหมายเกย่ี วกบั การทำ� ใหพ้ น้ื ทขี่ องสามญั ชนสามารถถอื กำ� เนดิ ดำ� รงอยู่
เน่ืองจากการสร้างโครงสร้างพ้ืนฐานเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากศักยภาพของท้องถิ่นแต่เพียงอย่าง
เดยี ว หากทอ้ งถน่ิ ใดไมม่ คี วามเขม้ แขง็ เพยี งพอกอ็ าจเปน็ ขอ้ จำ� กดั เพราะฉะนน้ั จงึ เปน็ หนา้ ทข่ี องนกั วชิ าการ
ทอ้ งถนิ่ ภาครฐั (องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ) ทจ่ี ะเขา้ ไปชว่ ยสนบั สนนุ ชแี้ นะวธิ กี ารดำ� เนนิ การพพิ ธิ ภณั ฑ์
หากร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่ายแล้วก็จะเกิดความสามารถในการออกแบบหรือการน�ำเสนอเนื้อหาใน
พิพิธภณั ฑ์ที่มีชวี ติ ชวี า (สมชาย ปรีชาศิลปกลุ , 2558)
พิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลและเอกชน ภายหลงั เกิดแนวคิดการสะสมสว่ นบคุ คลในประเทศไทย สว่ น
ใหญ่เป็นกิจกรรมของชนชั้นสูงท่ีมีฐานะรํ่ารวย พิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลแห่งแรกคือพิพิธภัณฑสถานส่วน
พระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ภายหลังประมาณ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เกิด
พิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลที่เป็นประชาชนทั่วไป เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงสุชาติ
ทรัพย์สิน พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทย คนกลุ่มนี้เป็นชนช้ันกลางท่ีพอมีฐานะและ
ต้องการนำ� ภมู ปิ ญั ญาความรู้ในอดีตมาถ่ายทอด
สรปุ แลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ คนไทยพฒั นาการรบั รแู้ ละยอมรบั ในพพิ ธิ ภณั ฑม์ ากขนึ้ และพพิ ธิ ภณั ฑเ์ องก็
พฒั นาตอบรบั กบั บรบิ ทความเปลย่ี นแปลงในสงั คมมากขนึ้ ในปจั จบุ นั พพิ ธิ ภณั ฑไ์ ดส้ รา้ งความทนั สมยั โดย
นำ� เทคโนโลยใี หม่ประเภทสือ่ สมั ผสั หนา้ จอ ส่อื สองทาง หรอื อ่ืนๆ มาใช้ อีกทัง้ ยังพัฒนาเน้ือหา กจิ กรรม
กลยุทธ์การนำ� เสนอ วัตถุจัดแสดง พ้ืนท่ีจัดแสดงใหต้ อบรบั กบั ความตอ้ งการของผู้ชมในปจั จบุ นั อกี ดว้ ย

