Page 66 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 66
9-56 การระหวา่ งประเทศของไทย
นับตั้งแต่ ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา ประเทศไทยและญี่ปุ่นได้ขยายความสัมพันธ์ทางด้านสังคม
วัฒนธรรม และวิทยาการมาโดยตลอด ทัง้ 2 ประเทศไดจ้ ดั กิจกรรมที่มีส่วนช่วยส่งเสริมความเข้าใจอนั ดี
ระหว่างประชาชนของทง้ั สองประเทศ ดงั นี้
1. การแลกเปลี่ยนด้านสังคม เปน็ ความสมั พนั ธใ์ นลกั ษณะทร่ี ฐั บาลญป่ี นุ่ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ น
สงั คมแกร่ ฐั บาลไทยในสาขาตา่ งๆ อาทิ ด้านสาธารณสุข สง่ิ แวดลอ้ ม การศึกษา การเกษตร การพัฒนา
ทรัพยากรมนษุ ย์ ซงึ่ ส่งผลดตี ่อการพฒั นาประเทศในหลายๆ ด้าน ดงั ตวั อยา่ ง วันท่ี 21 กรกฎาคม ค.ศ.
2014 ประธานสภา กทม. เป็นประธานพิธีรบั มอบรถดบั เพลงิ จากสภาจงั หวดั ฟุกโุ อกะ ประเทศญี่ป่นุ ตาม
บนั ทกึ ขอ้ ตกลงเกย่ี วกบั การสง่ มอบและรบั มอบรถดบั เพลงิ และความรว่ มมอื เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเกยี่ วกบั โครงการ
สง่ มอบรถดบั เพลงิ ระหวา่ งสภากรงุ เทพมหานคร และสภาจงั หวดั ฟกุ โุ อกะ ซง่ึ ไดร้ ว่ มลงนามตงั้ แตว่ นั ที่ 25
มีนาคม ค.ศ. 2014 โดยสภาจังหวัดฟุกุโอกะมอบรถดับเพลิงที่ปลดประจ�ำการของเทศบาลและส�ำนักดับ
เพลิงในจังหวดั ฟุกุโอกะ จำ� นวน 9 คัน โดยรถทุกคันมสี ภาพพรอ้ มใชง้ าน เปน็ รถทีม่ ีระยะการใช้งานนอ้ ย
ตง้ั แต่ 6,000-50,000 กโิ ลเมตร แลว้ นำ� มาปรบั แตง่ อปุ กรณใ์ หเ้ หมาะกบั หวั ประปาทใ่ี ช้ และสง่ มอบใหส้ ำ� นกั
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพ่ือน�ำไปใช้งานในพ้ืนที่ กทม. ตามความเหมาะสม ซึ่งรถท่ีได้มาเพิ่มจะ
ท�ำให้การเข้าถึงพ้ืนท่ีในสถานีรอบนอกเป็นไปตามเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้คือ 10 นาที ก่อนหน้านี้สภา กทม.
และสภาจังหวัดฟุกุโอกะ ได้สถาปนาความสัมพันธ์สภาบ้านพี่เมืองน้องระหว่างกันเม่ือวันท่ี 16 มกราคม
ค.ศ. 2007 เพ่ือแลกเปล่ียนและส่งเสริมความร่วมมือในด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา การท่องเที่ยว
อตุ สาหกรรม การกฬี า เศรษฐกจิ รวมถงึ พฒั นาเมอื งในดา้ นตา่ งๆ และเนอ่ื งจากทผ่ี า่ นมาไดเ้ กดิ เหตเุ พลงิ ไหม้
ในพ้นื ทกี่ รุงเทพฯ บอ่ ยคร้ัง โดยเฉพาะในแหล่งท่ีเป็นชมุ ชนแออัดยากตอ่ การเข้าถงึ ทางสภาฟกุ โุ อกะจงึ
เสนอตอ่ สภากรุงเทพมหานคร วา่ ยินดีมอบรถดบั เพลงิ ปลดประจำ� การให้ทาง กทม. ประเทศไทยถือเปน็
ประเทศแรกทท่ี างญปี่ นุ่ มอบรถดบั เพลงิ ใหเ้ นอ่ื งจากทง้ั สองประเทศมคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ ตี อ่ กนั อยา่ งยาวนาน
2. การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ถือเป็นอีกช่องทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย
กบั ญป่ี นุ่ ในเดอื นสงิ หาคม ค.ศ. 2014 กรมศลิ ปากรและญป่ี นุ่ ไดม้ กี ารลงนาม “ความรว่ มมอื ดา้ นการแลกเปลย่ี น
งานโบราณคดี นาฏศิลป์” เพื่อปกป้อง คุ้มครองมรดกวัฒนธรรมท่ีมีความส�ำคัญในทางประวัติศาสตร์
โบราณคดแี ละศลิ ปะ การลงนามความรว่ มมอื กบั ญปี่ นุ่ ครง้ั นชี้ ว่ ยสรา้ งมาตรฐานการทำ� งานของกรมศลิ ปากร
สู่ระดับสากล ซ่ึงจะก่อให้เกิดผลดีท้ังด้านวิชาการและการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ใน
โอกาสนกี้ รมศลิ ปากรยงั มกี ารลงนามความรว่ มมอื กบั สถาบนั วจิ ยั มรดกทางวฒั นธรรมแหง่ ชาติ กรงุ โตเกยี ว
ในการศึกษาองคค์ วามรดู้ า้ นงานชา่ งลงรกั ปดิ ทองประดบั กระจก และแลกเปลี่ยนบคุ ลากรดา้ นการอนรุ กั ษ์
มรดกทางวฒั นธรรมผา่ นการวจิ ยั และการอนรุ กั ษบ์ านประตมู กุ วดั ราชประดษิ ฐสถติ มหาสมี ารามราชวรวหิ าร
สบื เนอื่ งจากประเทศไทยไดส้ ง่ บานประตมู กุ มาใหผ้ เู้ ชยี่ วชาญจากประเทศญป่ี นุ่ ศกึ ษาเปรยี บเทยี บองคป์ ระกอบ
ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ต้งั แต่ ค.ศ. 2007 เนือ่ งจากในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
รัชกาลที่ 4 ประเทศไทยมีการส่ังซ้ือบานประตูมุกน�ำเข้ามาจากประเทศญ่ีปุ่น แต่ในปัจจุบันประเทศไทย
ขาดบคุ ลากรทม่ี คี วามรเู้ กย่ี วกบั การบรู ณะซอ่ มแซม ประเทศไทยจงึ ขอเขา้ รบั การศกึ ษาในทกุ ขน้ั ตอน ตง้ั แต่
วธิ กี ารสรา้ ง วสั ดทุ ใี่ ชก้ ารประกอบบานประตไู ปจนถงึ การบรู ณะเพอ่ื ใหม้ คี วามสมบรู ณแ์ ละถกู ตอ้ งตามหลกั
วชิ าการมากทส่ี ดุ การลงนามความรว่ มมอื กบั ประเทศญปี่ นุ่ นช้ี ว่ ยสรา้ งมาตรฐานการทำ� งานของกรมศลิ ปากร

