Page 31 - ภาษาเขมรเพื่อการท่องเที่ยว
P. 31
เทย่ี วเสียมเรยี บ 9-21
1.5 การใช้คําซ้อน คําซ้อนที่ปรากฏในบทสนทนาคือ คําว่า sJb;EsJg “เกรงขาม ทึ่ง” และคําว่า
FMeFg “ใหญ่โต” ท้ังคู่เป็นคําซ้อนเพ่ือความหมาย โดยแต่ละคําประกอบด้วยหน่วยคํา 2 หน่วยท่ีมีความหมาย
กล่าวคือ คําว่า sJb;EsJg ประกอบจาก sJb; หมายถึง “สยบลงด้วยความกลัว” และคําว่า EsJg หมายถึง
“แสยง หวาดเกรง” เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง “น่าเกรงขาม” โดยปริยายคํานี้ใช้หมายว่า “ทึ่ง”ได้ด้วย ดัง
ตวั อย่างประโยค
R)asaTenHemIleTAsJb;EsJgy:agxøaMgNas;.
“ปราสาทหลังน้ีดู ๆ ไปน่าท่งึ มาก”
ส่วนคําว่า FMeFg เกิดจากหน่วยคําว่า FM หมายถึง “ใหญ่” และคําว่า eFg หมายถึง “กว้าง เวิ้งว้าง”
รวมกันแล้วหมายถงึ “ใหญ่โตกว้างขวาง หรือยง่ิ ใหญ”่ ดงั ตวั อยา่ ง
R)asaTenHFMNas;. “ปราสาทนใี้ หญ่มาก”
R)asaTenHFMeFgNas;. “ปราสาทนใ้ี หญโ่ ตมาก ๆ”
ประโยคท่ใี ช้คําซํา้ FMeFg ขยายคํานาม “ปราสาท” ว่ามีขนาดใหญ่โตและกว้างขวางมากกว่าประโยคท่ี
มคี าํ ขยาย FM เพยี งลาํ พงั อนึง่ คาํ ว่า FM อาจประกอบกบั หน่วยคําอื่นได้ด้วย เช่น Fat; “อ้วน” เป็น FMFat; หรือ
คาํ ว่า Fat;FM แปลว่า “อว้ นใหญ”่ โดยปรยิ ายจะหมายวา่ “อวบ” กไ็ ด้ ดงั ตัวอย่าง
kUnRsIenaHkan;EtFat;FMehIy “ลกู สาวยง่ิ อวบขน้ึ ”
2. การใช้สํานวน
2.1 สํานวน RtUv)aneKsÁal; “...เป็ นที่รู้จัก” สํานวน RtUv)aneKsÁal; เกิดจากคําว่า RtUv หมายถึง
“ต้อง” คําว่า )an หมายถึง “ได้” คําว่า eK หมายถึง “เขา” และคําว่า sÁal; หมายถึง “รู้จัก” สํานวน
ดังกล่าวหมายถึง “...เป็นท่ีรู้จัก” โดยปกติสํานวนน้ีมักมีคํานามปรากฏนํา โดยปรากฏในโครงสร้าง คํานาม +
RtUv)aneKsÁal; ดังตัวอย่างข้อความว่า
GñkcMerogenHRtUv)aneKsÁal;. “นกั ร้องคนนเี้ ป็นท่รี จู้ ัก”

