Page 23 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 23

แนวคดิ ภาพยนตร์หลังทศวรรษ 1970 7-13
       โดยหลังจากทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา การศึกษาภาพยนตร์ได้ถูกบรรจุเป็นแขนงวิชาทั้งใน
สหรฐั อเมริกาและประเทศอ่นื ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในสาขาภาษาองั กฤษและประวตั ิศาสตรศ์ ลิ ปะ รวมทั้ง
มีวารสารวิชาการเฉพาะด้านภาพยนตร์ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง เช่น Film Comment และ Film
Quarterly (Corrigan and White, 2004)
       2) แนวคิดหลักสามแนวคิดให้ความสนใจต่อสื่อภาพยนตร์ ได้แก่ มาร์กซิสม์1 โครงสร้างนิยม
และสัญวิทยา ด้วยบริบทของโลกสมัยใหม่ (ดังท่ีอธิบายในเร่ืองท่ี 7.1.1) ท�ำให้แนวคิดด้านศิลปะ ที่ส่ง
อิทธิพลต่อส่ือภาพยนตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเอ็กซเพรสชันนิสเร่ิมลดลง กลายเป็นแนวคิดของส�ำนัก
วชิ าการแขนงตา่ งๆ ทห่ี นั มาใหค้ วามส�ำคญั กบั สอื่ ภาพยนตร์ การพจิ ารณาภาพยนตรด์ ว้ ยมมุ มองเดมิ ทม่ี อง
ดว้ ย ทฤษฎีคลาสสิกด้านรูปแบบนิยม หรือสัจนิยม คลค่ี ลายเปน็ แนวคดิ ทฤษฎอี นื่ ๆ ทใี่ หค้ วามสนใจดา้ น
ภาพยนตร์และสง่ อทิ ธพิ ลต่อการวิจารณแ์ ละวเิ คราะหภ์ าพยนตร์ในเวลาต่อมา
       ในสหรฐั อเมริกา ทฤษฎภี าพยนตรจ์ ะมุ่งเน้นศกึ ษา คุณสมบัติพิเศษของส่ือ ในขณะทยี่ โุ รป เชน่
ประเทศฝร่ังเศสได้ให้ความสนใจภาพยนตร์อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาชนในหลากหลาย
แขนงวชิ า ทั้งส�ำนักมาร์กซิสม์ (Marxism) โครงสร้างนิยม (Structuralism) และสัญวิทยา (Semiotics)
กลา่ วได้วา่ หลงั ทศวรรษ 1970 นักทฤษฎหี ลายส�ำนกั ได้สนใจศึกษาภาพยนตร์ในฐานะวิชาการอยา่ งเปน็
ระบบ มากกว่าสนใจศึกษาด้วยความรักความชอบในเชิงสุนทรียศาสตร์ท่ีได้รับอิทธิพลจากศิลปะอิมเพรส
ชันนสิ ม์ (Corrigan and White, 2004)
       สำ� หรบั รายละเอยี ดของแนวคดิ โครงสรา้ งนยิ ม และสญั วทิ ยา นกั ศกึ ษาสามารถศกึ ษารายละเอยี ด
ได้ในหน่วยท่ี 8 การเล่าเร่ืองในภาพยนตร์ ส่วนแนวคิดกลุ่มมาร์กซิสม์ซึ่งพัฒนามาเป็น กลุ่มมาร์กซิสม์
ใหม่ จะไดก้ ลา่ วในตอนถดั ไปของหนว่ ยนี้
       3) 	แนวคิดทฤษฎีอ่ืน ๆ ท่ีพิจารณามุมมองภาพยนตร์แตกต่างจากแนวคิดหลัก นอกจากสาม
แนวคดิ ส�ำคญั ทสี่ ่งอิทธิพลต่อการศึกษาภาพยนตรแ์ ล้ว คอื มารก์ ซิสม์ โครงสรา้ งนิยม และสญั วทิ ยา ยงั มี
แนวคดิ ทฤษฎแี ยกยอ่ ยอ่นื ๆ ทส่ี นใจศึกษาภาพยนตร์ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงหลงั ทศวรรษ 1980 ท่บี รบิ ทด้าน
เทคโนโลยีการส่ือสารและวัฒนธรรมของโลกเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต และเกิดแนวคิดของขบวนการต่อสู้ของ
กล่มุ คนท่ีไม่มอี �ำนาจทางสงั คม คนเฉพาะกลุม่ เช่น กลมุ่ เกย์ กลมุ่ เลสเบี้ยน กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ และการตอ่ สู้
ของกลุ่มคนธรรมดาสามญั ตา่ งๆ บนส่อื ออนไลน์ดว้ ย
       ในช่วงเวลาน้เี องอีกสองแนวคดิ หลักส�ำคัญ ได้แก่ แนวคิดเฟมินิสต์และเควียร์ (Feminism and
Queer) และแนวคิดหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) ได้ปรากฏขึ้นและมีอิทธิพลไปในการศึกษาหลาย
แขนงวิชา รวมทง้ั วชิ าภาพยนตร์ศึกษา ท�ำใหเ้ กดิ แนวคิดภาพยนตรโ์ พสต์โมเดิรน์ และแนวคิดภาพยนตร์
เพอ่ื การต่อสูต้ อ่ รองของกลุ่มรกั เพศเดียวกนั โดยจะกลา่ วรายละเอียดในตอนต่อไป

         1	 ในชุดวชิ าน้ี จะใช้คำ�วา่ มาร์กซิสม์ (Marxism) อันหมายถึงแนวคดิ มารก์ ซสิ ม์ และจะใช้คำ�ว่า มารก์ ซสิ ต์ (Marxist)
อนั หมายถึงนักคิดหรือตัวบุคคลทีม่ ีแนวคดิ นี้
   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28