Page 20 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 20
7-10 ทฤษฎแี ละการวิจารณภ์ าพยนตร์
ตอ่ ชวี ติ มากจนเกดิ ความจรงิ ทเี่ หนอื จรงิ เราอยใู่ นโลกภาพเสมอื นและลาํ้ จรงิ เชน่ ในรายการเรยี ลติ โ้ี ชวท์ าง
โทรทศั น์ ภาพยนตรเ์ รื่อง The Matrix (1999) สะท้อนแนวคิดนีอ้ ย่างชดั เจน
นอกจากนี้ บรบิ ทดา้ นเศรษฐกจิ วฒั นธรรม และอตุ สาหกรรมสอื่ หลงั ทศวรรษ 1970 ยงั กระตนุ้ ให้
แนวคิดเฟมินิสต์หรือสตรีนิยม มแี นวทางทเี่ ดน่ ชดั และมบี ทบาทในการเรยี กรอ้ งพนื้ ทแี่ ละสทิ ธติ า่ งๆ รวม
ทั้งมีอิทธิพลต่อการศึกษาภาพยนตร์ในทศวรรษ 1980 ดังจะเห็นได้จากการน�ำภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับ
การเรยี กรอ้ งความเทา่ เทยี มกนั ทางเพศมาวเิ คราะหใ์ นวชิ าภาพยนตรศ์ กึ ษา เชน่ ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง Thelma
& Louise (Ridley Scott, 1991)
สอื่ ทางเลอื กและขบวนการเคลอื่ นไหวทางสงั คม ไดเ้ รยี กรอ้ งเพอ่ื กลมุ่ ทม่ี สี ทิ ธมิ เี สยี งนอ้ ยในสงั คม
มอี ำ� นาจนอ้ ยหรอื ถกู เหยยี ดในสงั คม เชน่ ชนกลมุ่ นอ้ ย กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ คนผวิ สี เยาวชน กลมุ่ รกั เพศเดยี วกนั
กลุ่มผู้อพยพ กลุ่มผู้ล้ีภัย กลุ่มผู้ติดเอดส์ ภาพยนตร์ของกลุ่มคนเหล่าน้ีเริ่มปรากฏมากขึ้นหลังทศวรรษ
1980 รวมทง้ั นกั คดิ ดา้ นวฒั นธรรมศกึ ษาไดก้ อ่ ตวั ขนึ้ ในยโุ รปและอเมรกิ า อนั เปน็ อกี แนวทางหนงึ่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
กบั ทฤษฎีภาพยนตร์และการวจิ ารณ์ หลังทศวรรษ 1970 ภาพยนตรก์ ารต่อส้ขู องผู้ทตี่ ิดเชอ้ื เอชไอวี เรือ่ ง
Philadelphia (Jonathan Demme, 1993) ไดอ้ อกฉายตน้ ทศวรรษ 1990 นับเปน็ ภาพยนตรเ์ ร่อื งแรกๆ
ของฮอลลวี ดู ทเี่ ดนิ เรอ่ื งหลกั ของการสญู เสยี โอกาส งาน และหลายสงิ่ หลายอยา่ งของผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวี และ
นำ� มาซงึ่ การแสวงหาหนทางตอ่ สู้
ท่กี ล่าวมาขา้ งตน้ ทง้ั หมด คือ การเปลยี่ นแปลงของบรบิ ทดา้ นตา่ งๆ ที่สง่ ผลใหท้ ฤษฎที ่เี กี่ยวข้อง
กับภาพยนตร์เปล่ียนไป จากทฤษฎีคลาสสิกเช่น ทฤษฎีรูปแบบนิยมและสัจนิยม ซ่ึงมักจะให้คุณค่าทาง
รปู แบบและเทคนคิ ทางศลิ ปะการถา่ ยทำ� ภาพยนตรอ์ ยดู่ ว้ ย มาเปน็ ทฤษฎดี า้ นสงั คมศาสตรท์ วี่ ชิ าภาพยนตร์
ศึกษาหรือการวิเคราะหภ์ าพยนตร์ได้หยิบยมื มาใช้ โดยมไิ ด้เน้นด้านสนุ ทรยี ศาสตร์มากนกั แตใ่ ห้นํา้ หนัก
กับการตีความเน้ือหา อุดมการณ์ และการประเมินค่า “พลังของสื่อภาพยนตร์” ว่ามีความเช่ือมโยงกับ
สังคมหรอื ตอบคำ� ถามทางสงั คมอย่างไร
ด้วยการแปรเปลีย่ นเช่นนี้เอง ทางด้าน “การวิจารณ์ภาพยนตร์” กไ็ ด้รับอทิ ธิพลจากทฤษฎดี า้ น
สังคมศาสตร์เหล่านั้นด้วย กล่าวได้ว่า ในระยะแรกของก�ำเนิดการวิจารณ์ภาพยนตร์ นักวิจารณ์มุ่งเน้น
วิจารณ์ตัวบท (textual criticism) ที่เน้นการพิจารณาปัจจัยภายใน ของภาพยนตร์แต่ละเร่ือง เช่น โครง
เรอ่ื ง ประเด็นความคิด ตวั ละคร นักแสดง และองคป์ ระกอบทางเทคนคิ ตา่ ง ๆ (บญุ รกั ษ์ บญุ ญะเขตมาลา,
2552, น. 25)
พอหลังสงครามโลกครงั้ ท่สี อง กเ็ กดิ การวิจารณ์ภาพยนตร์แนวใหมค่ ือ การวิจารณ์ตัวบท-บริบท
(textual-contextual criticism) ซงึ่ มุ่งตดั สินตวั บทของภาพยนตรแ์ ตล่ ะเรอ่ื งภายในบรบิ ทของภาพยนตร์
เรอื่ งอนื่ ๆ จำ� นวนหนงึ่ และการวิจารณ์บริบท (contextual criticism) ทใ่ี หน้ าํ้ หนกั พเิ ศษแกก่ ารตรวจสอบ
ภาพยนตรด์ ว้ ยบรบิ ทจากทฤษฎแี ละลทั ธทิ างสงั คม (บญุ รกั ษ์ บญุ ญะเขตมาลา, 2552, น. 33-34) ทฤษฎี
ทบี่ ญุ รกั ษไ์ ดห้ ยบิ ยกมาไดแ้ ก่ ตระกลู สายพนั ธ์ุ (genre analysis- ค�ำวา่ ตระกลู สายพนั ธไ์ุ ดป้ รากฏในหนงั สอื
ของบุญรกั ษ์ บุญญะเขตมาลา (2552) แต่ในชุดวชิ าน้จี ะใชค้ ำ� วา่ การวิจารณ์เปรียบเทยี บตระกูล) ตระกลู
ทฤษฎปี ระพนั ธกร ตระกูลประวัติศาสตร์ ตระกลู สังคมศาสตร์ ลทั ธมิ าร์กซสิ ม์ และลทั ธสิ ตรีนิยม

