Page 23 - ภาษาและทักษะเพื่อการสื่อสาร
P. 23

ภาษาวทิ ยุกระจายเสียง 10-13
       1.2 	รายการวิทยุกระจายเสียงประเภทความรู้ หมายถงึ รายการทม่ี งุ่ ใหค้ วามรู้ หรอื ใหก้ ารศกึ ษา
ที่จัดข้ึนเพื่อส่งเสริมวิชาการ อาชีพ วัฒนธรรม และแนวทางการด�ำเนินชีวิตที่ดีของประชาชน เน่ืองจาก
โลกมคี วามกา้ วหนา้ อยทู่ กุ ขณะในทกุ ๆ ดา้ น มคี วามเปลย่ี นแปลงทงั้ ในทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งและ
วัฒนธรรมอยู่ตลอดเวลา ประชาชนจ�ำเป็นต้องก้าวตามให้ทันความเปล่ียนแปลงต่างๆ จึงเป็นหน้าที่ของ
วิทยุกระจายเสียงท่ีจะต้องเสนอสิ่งท่ีเป็นความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ใหม่ๆ ก้าวทัน
วทิ ยาการ และความเปลยี่ นแปลงไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที ดงั นน้ั จงึ เปน็ ความจำ� เปน็ ทวี่ ทิ ยกุ ระจายเสยี งจะตอ้ งจดั
รายการประเภทความรแู้ ละใหก้ ารศกึ ษาแกป่ ระชาชนอยา่ งทวั่ ถงึ กนั โดยอาจนำ� เสนอในรปู ของการเลา่ การ
อธบิ าย การพดู คยุ การซักถาม การรวบรวมเรอื่ งราว การวเิ คราะห์ การสรปุ การเจาะลกึ ที่เรยี กวา่ เปน็
รายการบทความ รายการพูดคยุ สนทนา สัมภาษณ์ อภิปราย สารคดี และนิตยสาร เป็นตน้
       1.3 	รายการวิทยุกระจายเสียงประเภทบันเทิง หมายถงึ รายการท่มี ุ่งใหค้ วามเพลิดเพลนิ ความ
รน่ื เรงิ บันเทงิ ใจ ซ่ึงอาจเปรียบเสมอื นเป็นอาหารทางใจอยา่ งหนงึ่ ของมนษุ ย์ เพราะตามปกตมิ นษุ ยย์ อ่ มมี
ภาระหนา้ ที่ มงี านตอ้ งทำ�  มเี รอ่ื งตอ้ งคดิ มคี วามเครยี ด ดงั นน้ั จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมสี งิ่ ทผี่ อ่ นคลายความตงึ เครยี ด
ของมนุษย์ ซงึ่ วิทยุกระจายเสยี งเปน็ สอื่ มวลชนที่มหี นา้ ทห่ี ลกั ท่สี �ำคญั คอื การให้ความบันเทิงดงั กลา่ ว เพอื่
ให้ผู้ฟังเกดิ ความสบายใจ เพลดิ เพลนิ ใจไม่ต้องใช้สมองคดิ หรือจดจำ� มากนัก รูปแบบการน�ำเสนอรายการ
ประเภทบนั เทงิ สว่ นใหญจ่ งึ ไมค่ อ่ ยเครง่ ครดั ในเรอ่ื งของเนอื้ หา ลำ� ดบั ขน้ั ตอนและสาระตา่ งๆ แตม่ งุ่ ใหเ้ กดิ
ความบนั เทงิ ใจทไี่ มเ่ ปน็ พษิ เปน็ ภยั ใหเ้ หมาะสมกบั ผฟู้ งั ทกุ ระดบั ทกุ เพศ และทกุ วยั รายการบนั เทงิ ทน่ี ยิ ม
ฟังกันทางวิทยกุ ระจายเสยี ง เชน่ รายการเพลง รายการพดู คุย และรายการละคร เป็นต้น

2. 	 รูปแบบรายการวิทยุกระจายเสียง (Radio Program Formats)

       รูปแบบรายการวิทยุกระจายเสียง หมายถึง เทคนิควิธีการน�ำเสนอรายการประเภทต่างๆ ทั้ง
3 ประเภทท่กี ล่าวมาแลว้ ในยุคเริ่มแรกรายการวทิ ยกุ ระจายเสียงมีรปู แบบในการเสนอรายการอย่างง่ายๆ
คือ มเี ฉพาะเสียงพูด สลับกบั ดนตรีหรือเพลง ทำ� ให้เกดิ ความซำ�้ ซากนา่ เบ่อื ปัจจบุ ันนกั วทิ ยุกระจายเสยี ง
จึงได้พัฒนาวิธีการน�ำเสนอรายการรูปแบบต่างๆ หลายรูปแบบ เพ่ือดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง จนมี
รูปแบบท่นี ยิ ม 13 รูปแบบ ดงั น้ี

       2.1 	รายการพูดคุยกับผู้ฟังโดยตรง (Straight talk) เปน็ รายการท่ีมผี ูพ้ ูดเพียงคนเดยี ว พูดคยุ
กบั ผู้ฟงั ทางบ้านโดยตรง ผูพ้ ูดบางคนจะพดู แบบไม่ไดซ้ กั ซอ้ มมาก่อน พูดโดยไมม่ ีบท (ad-lib) หรอื บาง
ครงั้ อาจมบี ทแบบมเี ฉพาะโครงรา่ งครา่ วๆ (run-down sheet) หรอื บางคนอาจมบี ทแบบเตม็ รปู (complete
script) แต่ผู้พูดจะต้องพูดให้เหมอื นคยุ กับผู้ฟงั ไมใ่ ชอ่ า่ นบท ถา้ เป็นการอา่ นตามบท มกั จะทำ� ในรูปของ
บทความ และจะเรยี กรายการนน้ั วา่ รายการบทความ (straight piece) คอื การน�ำเอาช้นิ งานท่เี ขยี นเป็น
บทความมาอ่านใหผ้ ้ฟู ังฟงั

       2.2 	รายการสนทนา (Conversation program) เป็นรายการพูดคุยกันหรือสนทนากันระหว่าง
เจ้าของรายการ (host) หรือผ้ดู ำ� เนนิ รายการ กบั ผู้ร่วมรายการหรือแขกรับเชญิ (guest) โดยสนทนากนั
ให้ผู้ฟังทางบ้านฟัง ผู้ร่วมสนทนาอาจมีเพียงคนเดียวหรือ 2-3 คนก็ได้ ข้ึนอยู่กับเรื่องที่จะสนทนา และ
ความยาวของรายการ แตไ่ มค่ วรเกนิ 4 คน เพราะการสนทนากนั ทางวทิ ยกุ ระจายเสยี งนนั้ ผฟู้ งั ไดย้ นิ แตเ่ สยี ง
   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28