Page 70 - ภาษาและทักษะเพื่อการสื่อสาร
P. 70
10-60 ภาษาและทักษะเพ่อื การส่อื สาร
บ่นอย่างโมโหโทโส ถ้าเป็นการบ่นอย่างโมโหโทโสหรือไม่ได้อยา่ งใจ ผู้เขียนมักจะต้องต่อท้ายด้วยค�ำพูด
ทแี่ สดงอารมณร์ นุ แรงกวา่ นี้ เชน่ อาจตอ่ ทา้ ยดงั น้ี “ทำ� ไมหนอ เทวดาชา่ งโหดรา้ ยเสยี จรงิ โวย้ ” ลองเปรยี บ
เทยี บลกั ษณะของประโยค 3 ประโยค คือ
ก. - ทำ� ไมหนอ เทวดาชา่ งโหดร้ายเสยี จรงิ
ข. - ท�ำไมหนอ เทวดาช่างโหดรา้ ยเสียจรงิ ๆ
ค. - ท�ำไมหนอ เทวดาช่างโหดร้ายเสียจริงโวย้
การลงทา้ ยของประโยคท้งั 2 ประโยคข้างตน้ นี้ ตอ่ ทา้ ยค�ำตา่ งกนั ความหมายทแี่ สดงออก
ทางอารมณ์ของผพู้ ดู จะมีความรนุ แรงตา่ งกันมาก
ประโยค ก. – การแสดงออกทางอารมณ์จะมีความรนุ แรงน้อย เปน็ เชิงบน่ รำ� พงึ เอง คำ� ท่ี
ลากเสยี งยาว คอื ค�ำที่วา่ หนอ และจะออกเสียงเป็น นา้ แต่ไม่ตอ้ งดังนัก
ประโยค ข. – เป็นการบ่นแสดงอาการ “ไม่ได้อย่างใจ” การเน้นเสียงจะเน้นที่ค�ำลงท้าย
และมกั จะขึ้นเสียงสงู ท่คี ำ� ลงท้ายดว้ ย จงึ ออกเสียงเป็นดงั น้ี
“ทำ� ไมนา้ เทวดาช่างโหดรา้ ยเสียจริงจร๊งิ ”
ประโยค ค. – เป็นการบน่ แสดงอาการโมโหและขัดอารมณอ์ ยา่ งมาก เสียงท่ีเปลง่ จงึ มกั มี
ลักษณะโกรธเคือง การออกเสียงจะเน้นหนัก ลากเสยี งยาว เปล่งเสียงดังตรงทา้ ยประโยคท่ีคำ� ว่า “โวย้ ”
และตรงคำ� วา่ “ทำ� ไมหนอ” อาจกระแทกเสยี งหว้ น เป็น “ทำ� ไมนะ” ก็ได้
4.4 ภาษาท่ีใช้ในบทเปน็ ภาษาเขยี น ผ้แู สดงต้องเปลยี่ นเป็นภาษาพดู ไดท้ นั ที จากตวั อยา่ ง
บทละครขา้ งตน้ คำ� ที่พิมพต์ วั หนา เปน็ ค�ำที่จะตอ้ งเปล่ยี นเปน็ ภาษาพูด
บรรทัดท่ี 23 – คำ� วา่ หรือ จะออกเสียงสั้นเปน็ รึ
บรรทัดที่ 24 – คำ� ว่า หรือ จะออกเสียงยาวเปน็ เหรอ
บรรทัดที่ 25 – คำ� วา่ หรือ จะออกเสียงสัน้ และเสยี งสงู ข้ึนเปน็ เรอะ
บรรทดั ท่ี 26 – คำ� วา่ อย่างนี้ จะออกเสียงเป็น ยังง้ี
คำ� วา่ ซิ จะกระแทกเสยี งเปน็ ซ่ี เพราะเป็นการประชดประชนั
บรรทดั ท่ี 29 – ค�ำวา่ เถอะน่า จะออกเสียงเปน็ เทอน่า เพราะเปน็ การปลอบโยน
ค�ำวา่ อย่างไร ออกเสียงเป็น ยังไง
บรรทัดท่ี 31 – คำ� วา่ เถอะ จะออกเสยี งเปน็ เทอะ คอื เสยี งไมล่ ดต่�ำ บางครง้ั ภาษาพดู อาจแปลง
เป็น เทอะ กไ็ ด้

