Page 68 - ภาษาและทักษะเพื่อการสื่อสาร
P. 68
10-58 ภาษาและทักษะเพ่ือการส่ือสาร
แต่ถ้าก�ำกบั ความรสู้ กึ ไว้ดงั นี้
ก.-“(อุทาน-ดีใจ) อา - เหน็ แลว้ – อยู่ตรงนีเ้ อง!”
ข.-“(เรยี ก-ต่นื เต้น) อา - เหน็ แล้ว – อยตู่ รงนเ้ี อง”
การออกเสียง “อา” ใน 2 ประโยคนจ้ี ะออกเสียงต่างกัน คือ ประโยค ก. จะออกเสยี งอทุ านเชิง
ดีใจ แต่ไม่เปล่งเสียงเป็นค�ำในประโยค ส่วนประโยค ข. เสียงเรียกจะเปล่งเสียงแรงและหนักกว่าจนเป็น
เสียงตะโกนและพดู ด้วยความตนื่ เต้น
2. การเว้นวรรค บางครงั้ การพมิ พบ์ ทอาจจะเวน้ วรรคตอนไมถ่ กู ตอ้ ง ผแู้ สดงตอ้ งมคี วามสามารถ
เข้าใจบทไดอ้ ยา่ งดวี า่ ตรงไหนควรหยุดเวน้ วรรค เพราะถ้าเวน้ วรรคผดิ ที่ความหมายกจ็ ะผดิ ไปด้วย เช่น
ก.-คุณนายสมใจอยู่นั่นหรือเปล่า
ข.-คณุ นายสมใจอย่นู น่ั หรือเปล่า
ค.-คณุ นาย สมใจอยู่นัน่ หรือเปล่า
ประโยคทั้งสามนี้ ถา้ พดู ผดิ วรรคตอน ความหมายก็จะผดิ ไป
ประโยค ก. เป็นการถามถงึ “คณุ นายสมใจ” แตป่ ระโยค ข. เป็นการเรียก “คณุ ” แล้วจึงถามถงึ
“นายสมใจ” สว่ นประโยค ค. หมายถงึ ใครคนหน่ึงถาม “คุณนาย” ว่า “สมใจ” อยทู่ ีน่ ่นั หรอื เปลา่
3. การออกเสียงเน้นหนักเบา ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีการเน้นเสียงหนักเบาที่พยางค์ ค�ำหนึ่ง
อาจมหี ลายพยางค์ ถา้ การเนน้ ผดิ พยางค์ ความหมายกจ็ ะผดิ ไป ดงั นน้ั เมอ่ื อา่ นดบู ทแสดงแลว้ เวลาจะพดู
ตามบทนัน้ ๆ ต้องเข้าใจไดท้ ันทีวา่ ค�ำใดจะเนน้ ท่พี ยางคไ์ หน เช่น
3.1 สังเกตตัวอย่างการใช้ค�ำ
“อย่าช้านะ เดี๋ยวน�้ำเย็นหมด” หมายความว่า น�้ำเย็นหมด ถ้าเน้นเสียงที่ น�้ำ และ เย็น
หมายความว่า น้ำ� และเยน็ เป็นคนละค�ำ น�ำ้ เปน็ คำ� นาม เยน็ เปน็ คำ� กิรยิ า เปน็ การพูดเตอื นวา่ อยา่ ชักชา้
น�้ำจะเย็นเสยี หมดเพราะทิ้งไว้นาน
น้�ำเย็นหมด ถา้ เนน้ เสยี งที่ เยน็ นำ�้ เยน็ เปน็ คำ� ประสม หมายความวา่ นำ้� ทเี่ ยน็ ไมม่ แี ลว้ อาจ
มีแตน่ �้ำท่ไี ม่เยน็
ถา้ ต้องการจะใหห้ มายถึง “นำ้� เย็น” ซงึ่ ไมใ่ ช่ “น้ำ� รอ้ น” ต้องออกเสยี งหนกั ทค่ี �ำ “เยน็ ” แต่
ถา้ จะใหห้ มายถงึ “นำ�้ รอ้ น” ทจ่ี ะเปลยี่ นสภาพเปน็ นำ้� เยน็ เพราะทงิ้ ไวน้ าน กต็ อ้ งออกเสยี งหนกั ทง้ั 2 พยางค์
คือท่ีนำ้� และเยน็ เพ่อื สะดวกต่อการอ่านก็จะขีดเส้นใตค้ ำ� ทีต่ ้องการเน้นหนกั

