Page 34 - การผลิตภาพยนตร์เบื้องต้น
P. 34

3-24 การผลิตภาพยนตรเ์ บ้ืองตน้

3. 	การตีความแรงจูงใจของตัวละคร

       ในการเกิดขึ้นของสถานการณ์หนึ่งๆ คนหลายคนย่อมมีทีท่าอาการแสดงออกมาแตกต่างกันไป
แมว้ ่าจะมีส่งิ เรา้ สงิ่ เดียวกนั สิ่งทีท่ ำ� ให้ต่างกันนี้เรียกว่า แรงจงู ใจ (motivation) แรงจูงใจเปน็ ส่ิงท่อี ยเู่ บื้อง
หลังพฤติกรรมของตัวละคร เป็นสิ่งท่ีท�ำให้ตัวละครมีเหตุผลที่จะท�ำบางส่ิงบางอย่างข้ึนมา และเป็นสิ่งที่
ท�ำให้คนอ่านเข้าใจตัวละครมากขึ้น ตัวอย่างแรงจูงใจ เช่น การป้องกันตัวเพ่ือเอาตัวรอด การปกป้องลูก
ของพ่อแม่ การสร้างแรงจงู ใจและพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกจะตอ้ งสมเหตสุ มผล
กิจกรรม 3.3.1

       1.	 เพราะเหตุใดถึงต้องตีความความต้องการของตัวละคร
       2.	 เพราะเหตุใดถงึ ต้องตคี วามแรงจูงใจของตวั ละคร
แนวตอบกิจกรรม 3.3.1
       1.	 เพ่ือให้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวละคร ซึ่งจะช่วยออกแบบการแสดงให้เข้ากับ
เนอ้ื เรอ่ื งและมคี วามซับซอ้ นสมจริง
       2.	 เพราะวา่ ทกุ การกระทำ� มที ม่ี า การทราบแรงจงู ใจของตวั ละครทำ� ใหก้ ารแสดงทป่ี รากฏออกมา
มเี หตุมผี ล

เรื่องที่ 3.3.2
การตีความบีทหรือช่วงของการกระท�ำ

1. 	การตีความบีทหรือช่วงของการกระท�ำ

       โดยท่วั ไปภาพยนตร์แบง่ ออกเป็นหน่วยใหญ่เรียกวา่ องก์ (act) และแต่ละองก์เหลา่ นั้นแบ่งออก
เป็นหลายๆ ฉากทตี่ ่อเนอื่ งกนั เรียกว่าซีเควนซ์ (sequence) แบง่ เล็กลงเรยี กว่า ฉาก (scenes) และหลงั
จากน้ันแบ่งเป็นคัต (cut) หรือภาพหน่ึงภาพท่ียังไม่ตัดต่อ และการแสดงในแต่ละคัตจะถูกแบ่งออกเป็น
หน่วยการแสดงย่อยทีเ่ รยี กว่า บีท (beat) ซึ่งเปน็ หน่วยการกระท�ำทเ่ี ล็กในการแสดง มจี ดุ เร่มิ ตน้ กลาง
และท้ายท่แี ตกตา่ งกนั ชดั เจน หนา้ ท่ีของบที คือช่วยใหก้ ารแสดงมสี ีสัน นา่ สนใจ ไมร่ าบเรียบ คือ ถา้ การ
แสดงฉากไหนพิจารณาแล้วไม่น่าสนใจ ขาดจังหวะ ให้สงสัยได้ว่าฉากน้ันอาจจะขาดบีท ท้ังผู้ก�ำกับและ
นกั แสดงจะตอ้ งคยุ กนั แลว้ วา่ จะแกป้ ญั หากนั อยา่ งไร ในแตล่ ะบที ตวั ละครจะมวี ตั ถปุ ระสงคง์ า่ ยๆ อยหู่ นง่ึ อยา่ ง
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39