Page 42 - ปรัชญาการเมือง
P. 42

8-32 ปรชั ญาการเมอื ง

                       ความน�ำ

การเปล่ียนผ่านแนวคิดรัฐและผู้ปกครอง

       สังคมการเมืองของยุโรปในชว่ งการปฏิรปู ศาสนา (Reformation) มีความเป็นพลวตั ค่อนข้างสงู
โดยปรากฏความขัดแย้งภายในของคริสต์ศาสนากันเอง สุดท้ายต้องแยกออกมาเป็นนิกายคาทอลิคกับ
นิกายโปรเตสแตนท์ เฉพาะอย่างย่ิงความคิดจากฝ่ายท่ีแยกตัวออกมาอย่างนิกายโปรเตสแตนท์ เป็น
ปรากฏการณ์ท่ีสร้างส�ำนึกตั้งแต่ในเร่ืองการตีความและการติดต่อกับพระเจ้าโดยตรงโดยไม่ผ่านตัวกลาง
เหมอื นอยา่ งทเี่ ปน็ มาอกี ตอ่ ไป สรา้ งใหเ้ กดิ ความเปลย่ี นแปลงของโลกทศั นใ์ นความคดิ ทเ่ี ปน็ ของบคุ คลแยก
ออกจากชมุ ชนและศาสนจกั รกลาง จนพฒั นาเปน็ ทม่ี าของแนวคดิ ปจั เจกบคุ คลสมยั ใหม่ ประกอบกบั ปจั จยั
ในเรอ่ื งของการขยายตัว การเจรญิ เติบโตของโลกทางการคา้ การเดินทางแลกเปล่ยี นสินคา้ การพาณิชย์
ท่ีสร้างให้เกิดความร�่ำรวยม่ังค่ังมาสู่ทั้งระดับของตัวบุคคล ชนช้ันและเมืองไปจนถึงรัฐตลอดจนผลของ
สงครามครูเสด (Crusade War) ทเี่ ป็นสงครามขยายใหญ่ระหวา่ งชาวครสิ ต์กบั ชาวมุสลิมในชว่ งศตวรรษ
ที่ 11 ถึง 13 ผลของสงครามมีผลต่อผคู้ นได้เดนิ ทางไปยังดินแดนต่างๆ ได้พบกับวฒั นธรรมและความคิด
ใหมๆ่ จงึ มผี ลตอ่ ความเปลยี่ นแปลงในโลกทศั นบ์ คุ คลกลายมาเปน็ ผทู้ มี่ เี จตจำ� นงเสรี (free will) มคี วามคดิ
ในเชิงเหตุผล (rationalism) และการด�ำเนินการใดๆ เป็นส่ิงท่ีตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ
(voluntaristic)

       ขณะท่ีความสัมพันธ์ภายใต้การค้าและระบบของตลาดสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
การเมอื งเกดิ สังคมทเี่ รยี กวา่ ทุนนยิ มตามมา (capitalism) ที่มผี ลท้งั ในระดับโลกทัศน์และชีวทัศนแ์ กผ่ คู้ น
จ�ำนวนมาก ซ่ึงความเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่านของสังคมยุโรปท่ีเกิดข้ึนทั้งในทางศาสนาและ
เศรษฐกจิ ดงั กลา่ วมผี ลกระทบและสง่ อทิ ธพิ ลในเรอ่ื งของเสรภี าพ บทบาทและหนา้ ทข่ี องผปู้ กครองและความ
ยินยอมของบุคคล (individual consent) ทจ่ี ะตดิ ตามมาด้วยแนวคิดสทิ ธิธรรมชาติ (natural right) ใน
การเปน็ รากฐานสำ� คญั สำ� หรบั การปกปอ้ งคมุ้ ครองและรกั ษาสทิ ธแิ ละเสรภี าพในชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของบคุ คล
จงึ กล่าวได้ว่าแนวคดิ พนั ธสญั ญาทางการเมอื งสมัยใหม่ มสี าระหลกั ส�ำคัญอยูท่ ่กี ารขยายอำ� นาจ เสรภี าพ
และสิทธิของบุคคลประสานกับความพยายามในการควบคุม จ�ำกัด ตรวจสอบและลดอ�ำนาจของฝ่าย
ผปู้ กครองหรอื รฐั ลงมา ซงึ่ มคี วามแตกตา่ งอยา่ งมนี ยั สำ� คญั เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ยโุ รปชว่ งกอ่ นหนา้ ศตวรรษ
ที่ 16 ผา่ นคำ� อธบิ ายในเรอื่ งอำ� นาจความชอบธรรมทางการเมอื งมแี หลง่ ทม่ี าหากไมอ่ า้ งองิ กบั กฎธรรมชาติ
(natural law) ก็ยดึ โยงอยู่กับแนวคดิ ในเรื่องเจตจำ� นงของพระเจ้า (divine will) ทป่ี รากฏผ่านแนวคิด
เทวสทิ ธิ์ (divine right)42

       พันธะทางการเมืองที่แสดงผ่านมาทางแนวคิดสิทธิธรรมชาติ (natural right theory) สภาวะ
ธรรมชาติ (state of nature) ของกลุ่มสญั ญาประชาคม (social contract theory) และหลักการในเรื่อง
ของความยินยอมคือส่ิงท่ีสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและความเปลี่ยนแปลงในความคิดทางปรัชญาการเมือง

         42 Tudor Jones. (2002). Modern Political Thinkers and Ideas (pp. 36-37). London: Routledge.
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47