Page 57 - ปรัชญาการเมือง
P. 57
พันธะทางการเมือง 8-47
เรื่องที่ 8.4.1
ข้อวิพากษ์ต่อพันธะทางการเมืองสมัยใหม่
กล่าวได้ว่าจุดก�ำเนิดและพัฒนาการของพันธะการเมืองสมัยใหม่มาจากการพิจารณาพันธะทาง
การเมืองยุคคลาสสกิ เป็นพันธะการเมอื งทปี่ ราศจากเง่ือนไข (unconditional obligation) บนสมมติฐาน
คำ� อธิบายที่ยึดโยงกับลำ� ดับขน้ั ของธรรมชาตใิ นลกั ษณะของสงิ่ ท่ีพฒั นากว่า อยใู่ นล�ำดับขน้ั ท่สี งู กว่าตอ้ งมี
ความสำ� คญั และปกครองส่งิ ท่ีด้อยกว่า อย่ใู นขน้ั ต�่ำกว่าขณะเดยี วกันสิ่งทดี่ ้อยกว่าก็ตอ้ งใหก้ ารเช่อื ฟงั การ
อ้างอิงถือสิ่งท่ีมีสถานะสูงกว่าอย่างเทพเจ้าและพระเจ้าหรือแม้แต่มาจากสถาบันอย่างครอบครัวที่สมาชิก
อย่างลูกหลานต้องให้การเช่ือฟังปฏิบัติตามผู้อาวุโสและผู้น�ำของครอบครัวโดยปราศจากเงื่อนไข ขณะท่ี
พนั ธะทางการเมอื งสมยั ใหมม่ รี ากฐานมาจากความยนิ ยอมและขอ้ ตกลงทเ่ี กดิ ขนึ้ ระหวา่ งผปู้ กครองกบั ผใู้ ต้
การปกครอง เรียกว่าเปน็ พนั ธะการเมอื งทมี่ เี งอื่ นไข (conditional obligation)80
ทฤษฎีสัญญาประชาคมในฐานะตัวแทนของพันธะทางการเมืองสมยั ใหม่ ไดร้ ับความนิยมและขนึ้
สู่จุดสูงสุดในช่วงปลายศตวรรษที่สิบแปด แต่ต่อมาค่อยเส่ือมความนิยมลงตามล�ำดับ ถูกวิพากษ์จาก
นกั ปรัชญาและนักกฎหมายอยา่ ง Giambattista Vico และ Montesquieu โดยทั้งคู่มองว่าทฤษฎสี ัญญา
ประชาคมนนั้ มจี ดุ ออ่ นอยทู่ กี่ ารอธบิ ายถงึ สภาวะธรรมชาติ รวมไปถงึ ทม่ี าและกำ� เนดิ ของรฐั นนั้ มาจากการ
คิดในเชิงจินตนาการคาดเดาของนักปรัชญา (intellectual abstract) เป็นสมมติฐานที่มีความเลื่อนลอย
เป็นไปในลักษณะที่ไม่มีการยึดโยงอยู่กับเหตุการณ์จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลและการศึกษาในทาง
ประวัติศาสตร์81 อย่างไรก็ตามการวิพากษ์ท่ีส่งผลอย่างรุนแรงต่อทฤษฎีสัญญาประชาคมมาจากกลุ่ม
อรรถประโยชนน์ ยิ ม (Utilitarianism) คนสำ� คญั อยา่ ง Jeremy Bentham โตแ้ ยง้ วา่ การทผี่ คู้ นจะเกดิ การ
เชื่อฟังท่ีน�ำไปสกู่ ารสร้างพันธะทางการเมอื งขึ้นมาไดน้ ั้น เกดิ มาจากการทบ่ี ุคคลและกลุ่มบุคคลเลง็ เห็นถึง
ผลประโยชน์และส่วนได้ส่วนเสียท่ีจะเกิดตามมาจากการมีพันธะทางการเมือง (consequence) อีกทั้งยัง
สามารถมีการสร้างข้อต่อรองเพื่อให้เกิดทางเลือกเพื่อให้ตัวเองเลือก ซ่ึงก็คือการเกิดพันธะทางการเมือง
โดยให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ จากการมตี ัวเลือกและการเลอื กในแตล่ ะคร้ัง (maximize utility) ยกตัวอยา่ ง
เช่นในเร่ืองของสิ่งท่ีประชาชนได้รับจากนโยบาย โครงการของรัฐบาลที่อยู่ในรูปของสวัสดิการและการได้
รับบรกิ ารในดา้ นตา่ งๆ
กอ่ นหนา้ ของการวพิ ากษจ์ ากกลมุ่ อรรถประโยชนน์ ยิ มจะเกดิ ขน้ึ ทฤษฎสี ญั ญาประชาคมทอี่ ธบิ าย
พนั ธะทางการเมอื งสมยั ใหมเ่ คยถกู โจมตจี ากนกั ปรชั ญาคนสำ� คญั ในชว่ งแสงสวา่ งทางปญั ญาอยา่ ง David
Hume โดย Hume พจิ ารณาตีความค�ำอธิบายถึงสภาวะธรรมชาติ (state of nature) วา่ เป็นเพยี งเรือ่ ง
80 G.W. Smith. (1991). Political Obligation. in The Blackwell Encyclopedia of Political Thought (pp.
378-382). Edited by David Miller. Cambridge: Basil Blackwell Inc.
81 โปรดดูพฒั นาการและการโตเ้ ถยี งของแนวคดิ ได้ใน C.E. Vaughan. (1960). Studies in the History of Political
Philosophy: before and after Rousseau, Volume I: from Hobbes to Hume. New York: Russell & Russell., บทท่ี V:
the eclipse of contract: Vico, Montesquieu.

