Page 61 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 61
แนวคิดวา่ ด้วยชุมชน และความสมั พนั ธข์ องการสอ่ื สารกบั การพฒั นาชุมชน 4-51
หน้าทขี่ องส่ือมวลชนแบบเดมิ (เช่น หนา้ ท่ใี ห้ขอ้ มูลขา่ วสาร หน้าท่เี ชือ่ มประสานส่วนตา่ งๆ ในสงั คมเข้า
ไว้ด้วยกัน หน้าที่สร้างความบันเทิง หน้าที่สืบต่อมรดกทางวัฒนธรรม ฯลฯ) แต่ชุมชนส่ือใหม่ก็ยังแสดง
บทบาทหน้าที่ใหม่ๆ เอาไว้ด้วยเช่นกัน เช่น การเป็นพื้นท่ีสาธารณะท่ีน�ำไปสู่ขบวนการเคล่ือนไหวทาง
สงั คมรูปแบบใหม่ (ดังกรณีการใชเ้ ฟซบุ๊กของกลมุ่ “Dog Nation Team” ทไ่ี ด้กล่าวมาแล้วข้างตน้ ) การ
เปน็ ชอ่ งทางสอ่ื สารเรอ่ื งตอ้ งหา้ มของสงั คม (อาทิ การสอื่ สารเรอ่ื งเพศในพนื้ ทสี่ าธารณะ) การทำ� หนา้ ทเี่ ปน็
ภาคประชาสังคม (ดงั เชน่ การผลติ ความรนู้ อกสถาบันผา่ นเวบ็ ไซตม์ หาวิทยาลยั เทยี่ งคืน) ฯลฯ
นอกจากการวิเคราะห์เชิงบทบาทหน้าที่ของชุมชนสื่อใหม่ท่ีกล่าวมาแล้ว แนวทางการศึกษาอีก
ด้านหนึ่งท่ีเป็นท่ีสนใจของนักวิชาการรุ่นใหม่ก็คือ การตั้งค�ำถามต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่แปลกหน้า
หรอื ไมม่ สี ายสมั พนั ธก์ นั มากอ่ น กบั การสรา้ งความรว่ มมอื ระหวา่ งกนั ผา่ นชมุ ชนสอื่ ใหม่ หรอื ทอี่ าจเรยี กวา่
“พลังอำ� นาจแหง่ พวกเรา” (power of us) (กาญจนา แก้วเทพ, 2555: 49)
ท้ังน้ี รูปแบบการร่วมมือกันในชุมชนส่ือใหม่อาจมไี ด้อย่างน้อย 4 รูปแบบด้วยกัน คือ
• การรวมกลมุ่ ของคนทม่ี คี วามสนใจรว่ มกนั (collective interest) เชน่ ในหอ้ งตา่ งๆ ของ
หน้าเว็บไซต์พนั ทิป
• การรวมกลุ่มเพื่อตัดสนิ วินิจฉัยรว่ มกนั (collective judgment) เช่น บลอ็ ก (blog) ที่
เขียนรวี วิ ผลิตภณั ฑส์ ินค้าตา่ งๆ หรือหนา้ เว็บไซต์แนะนำ� ภาพยนตร์ เพลง หนังสอื ฯลฯ
• การรวมกล่มุ เพอ่ื แบง่ ปันทรัพยากรกนั (collective resource) เช่น โปรแกรมแชรไ์ ฟล์
ทางอินเทอร์เนต็ อยา่ ง BitTorrent
• การรวมกลุม่ เพื่อร่วมกนั ทำ� โครงการตา่ งๆ (collective project) เช่น เวบ็ ไซตโ์ ครงการ
สารานุกรมเสรอี ยา่ ง Wikipedia
ส่วนในกลุ่มท่ีมีทัศนะเชิงลบต่อชุมชนส่ือใหม่นั้น นักวิชาการท่ีโดดเด่นในปีกนี้ก็คือ นักคิดชาว
สเปนทช่ี อ่ื มานูเอล คาสเทลส์ (Manuel Castells) ผมู้ จี ดุ ยนื เชงิ วพิ ากษต์ อ่ สงั คมสารสนเทศ (information
society) โดยเห็นว่า ในยุคของสังคมสารสนเทศนั้น ข่าวสารไม่ได้ท�ำให้มนุษย์มีความเสมอภาคมากข้ึน
หรอื กา้ วหนา้ ขน้ึ ในเชงิ เศรษฐกจิ แตข่ า่ วสารกลบั เปน็ กลไกทใี่ ชร้ กั ษาผลประโยชนข์ องคนบางกลมุ่ และธำ� รง
รกั ษาส่งิ ท่ีเป็นอยู่ (status quo) ของความไมเ่ ท่าเทยี มกนั ในสังคม (social inequalities) เชน่ แมช้ มุ ชน
ออนไลนจ์ ะเปน็ พน้ื ทท่ี ใี่ ครกส็ ามารถเขา้ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ แตก่ ารเขา้ ถงึ พน้ื ทดี่ งั กลา่ วกย็ งั จำ� กดั ขอบเขตให้
กับคนบางกลุม่ ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสงั คมเทา่ นัน้ เป็นตน้ และในทา้ ยที่สุด สังคมสารสนเทศก็จะน�ำไปสู่
ความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารมาก (the information rich) กับกลุ่มผู้เข้าถึงข้อมูล
ขา่ วสารน้อย (the information poor)
ในขณะเดยี วกัน ในยุคที่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกพัฒนาตวั ไปเปน็ เศรษฐกิจที่ต้องพงึ่ พงิ ข้อมลู
ขา่ วสารอยา่ งเขม้ ขน้ ขน้ึ แนวโนม้ ของสงั คมกจ็ ะกา้ วเขา้ สกู่ ารเกดิ ระบบทุนนยิ มดิจทิ ลั (digital capitalism)
ในที่สุด และในระบบดังกล่าวน้ี เทคโนโลยีส่ือใหม่จะเช่ือมต่อผู้คนในพ้ืนท่ีท่ีแตกต่างเข้าสู่ชุมชนที่เรียกว่า
“สังคมเครือข่าย” (network society) เชน่ ในสังคมเครอื ข่าย พน้ื ท่ีของเว็บไซต์ทำ� ใหผ้ ูค้ นทไ่ี มร่ ู้จักกันมา
กอ่ น สามารถแลกเปล่ียนความคิดเหน็ กันผ่านกระท้หู รอื ส่งตอ่ เน้ือหาข่าวสารของตนใหค้ นอน่ื ต่อๆ กันไป

