Page 57 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 57

แนวคิดว่าด้วยชมุ ชน และความสัมพนั ธ์ของการส่ือสารกับการพัฒนาชุมชน 4-47
       ทง้ั น้ี รปู ธรรมทชี่ ดั เจนทสี่ ดุ ของความเปน็ ชมุ ชนทเี่ กดิ จากรสนยิ มและลลี าชวี ติ กค็ อื ชมุ ชนประเภท
แฟน (fan community) จุดเร่ิมต้นของปรากฏการณ์ท่ีเรียกว่า “แฟน” (fan) หรือ “ความเป็นแฟน”
(fandom) (หรือที่ในสมัยก่อนสังคมไทยอาจรู้จักกันในนิยามของค�ำว่า “พ่อยก/แม่ยก”) มาจากพื้นฐาน
ของผคู้ นกลมุ่ หนง่ึ ทมี่ ลี กั ษณะเปน็ ผรู้ บั สารเชงิ รกุ (active audiences) ซงึ่ มารวมตวั และสานสายใยระหวา่ ง
กนั เปน็ ชมุ ชนวฒั นธรรมของผทู้ มี่ รี สนยิ มและความสนใจปรากฏการณท์ างวฒั นธรรมบางอยา่ งรว่ มกนั เชน่
ชมุ ชนแฟนสโมสรฟตุ บอล ชมุ ชนคอเพลงเฮฟวเ่ี มทลั ชมุ ชนคนรกั เพลงสนุ ทราภรณ์ ชมุ ชนแฟนนกั ประพนั ธ์
ชุมชนแฟนคนรักตกุ๊ ตาบลายธ์ ชุมชนนกั เต้นบีบอย ชุมชนแฟนคลบั ศิลปินดารานกั ร้อง ฯลฯ
       ในขณะท่ีนักทฤษฎีส�ำนักแฟรงคเ์ ฟิร์ต (Frankfurt School) ผูม้ ีทัศนะเชิงลบและเคยวิจารณ์ว่า
ผู้บริโภคอตุ สาหกรรมวฒั นธรรมมแี นวโนม้ จะหัวออ่ น เชื่อง่าย และตกเปน็ เหย่อื ของธุรกจิ อุตสาหกรรมได้
โดยไม่ยากเย็น (เชน่ ศลิ ปนิ บนเวทีคอนเสิร์ตสง่ั ให้ส่งเสยี งกร๊ดี ก็สามารถกร๊ีดกนั ไดส้ นน่ั คอนเสิร์ตฮอลล)์
แตน่ กั ทฤษฎกี ลมุ่ แฟนศกึ ษา (fan studies) ทไี่ ดอ้ ทิ ธพิ ลจากสำ� นกั วฒั นธรรมศกึ ษาเชงิ วพิ ากษข์ ององั กฤษ
(British cultural studies) กลบั แย้งวา่ ผรู้ บั สารทเ่ี ปน็ แฟนหรอื มคี วามภักดตี อ่ ปรากฏการณว์ ฒั นธรรม
นั้น สามารถเป็นผู้รับสารท่ีชาญฉลาด มีใจรัก มีความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่ใช้สื่อเพื่อประกอบสร้าง
ความหมายบางอย่าง ทีเ่ กนิ ไปกวา่ จะกลายมาเปน็ เหยอ่ื ของระบบแบบงา่ ยๆ
       ในกรณีน้ีผู้เขียนขอยกตัวอย่างงานวิจัยของ ภูริน กสิณฤกษ์ (2556) ท่ีศึกษากลุ่มแฟนกันพลา
(Gunpla) อนั หมายถงึ คนทร่ี กั ในการต์ นู กนั ดม้ั (Gundam) ของญป่ี นุ่ แลว้ ขยบั ขยายมาเปน็ ผทู้ ร่ี กั ในการ
ต่อโมเดลพลาสติกของหุ่นกันด้ัม แฟนกลุ่มนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จุดเริ่มต้นของกันดั้มจะเป็นการ์ตูน
แบบเดก็ ผชู้ ายทเี่ นน้ เรอ่ื งสงครามตอ่ สรู้ นุ แรง แตพ่ วกเขากส็ ามารถ “รอ้ื ถอน” (deconstruct) ความหมาย
ของความรุนแรงออกไป และสร้างความหมายใหม่ขึ้นมาว่า การต่อโมเดลหุ่นกันด้ัมเป็นความคิดริเริ่ม
สรา้ งสรรค์ สามารถฝึกสมาธิ และสง่ เสริมความรักในงานศลิ ปะใหก้ บั บุรษุ เพศได้
       ในขณะเดยี วกนั เมอ่ื แฟนทเี่ ปน็ “ปจั เจกบคุ คล” เกดิ การรวมตวั กนั เปน็ เครอื ขา่ ย (network) หรอื
ชมุ ชนทม่ี าสบื สานอตั ลกั ษณร์ ว่ มกนั (collective identity) สถานะของแฟนกจ็ ะยกระดบั เปน็ “แฟนคลบั ”
(fan club) อันเป็นรูปแบบหนงึ่ ในการตอ่ สขู้ องบรรดากลุ่มแฟนทจ่ี ะเป็นผู้ผลติ ความหมาย (producer of
meaning) ไม่ใช่แค่เป็นเพียงผู้รับสารฝ่ายเดียว หรือไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับสารท่ีลุ่มหลงโดดเดี่ยวโดยล�ำพัง
(obsessed loner) ในกรณีดงั กลา่ ว ภรู นิ ได้ข้อค้นพบเพิ่มเติมว่า สำ� หรบั แฟนกันพลาทส่ี นใจตอ่ โมเดลกัน
ด้ัมเพียงเพ่ือการสะสมหรือความสุขล�ำพังนั้น มีแนวโน้มจะพบว่าความสุขของเขาในการเสพสื่อวัตถุอย่าง
โมเดลหุ่นยนต์ มักจะจบลงเมื่อโมเดลน้ันได้รับการต่อจนส�ำเร็จ แต่หากผู้บริโภคกลุ่มนี้มารวมตัวกันเป็น
ชมุ ชนแฟนคลบั และสรา้ งสรรคส์ อื่ กจิ กรรมอนื่ ๆ เพมิ่ ขนึ้ มา (เชน่ การจดั อเี วน้ ทแ์ สดงผลงาน การจดั ประกวด
ประชนั การตอ่ โมเดล การสานเครอื ขา่ ยออนไลน์ ฯลฯ) ความบนั เทงิ ในการเสพกนั พลากจ็ ะขยบั ขยายออก
ไป เพราะเกิดกระบวนการร้ือสร้างความหมายใหม่ๆ ให้กับโมเดลกันพลาออกไปไม่ส้ินไม่สุด และความ
หมายของกันพลาน้ันกไ็ ม่ได้ผูกขาดเปน็ ของปัจเจกบคุ คลเพียงล�ำพงั คนเดยี วอีกต่อไป
       ดว้ ยเหตุน้ี เราจงึ สรุปไดว้ า่ ชุมชนประเภทแฟนหรือแฟนคลับ ไม่เพียงแตเ่ ป็นชมุ ชนท่ีกลมุ่ คนมา
รวมตวั กนั ดว้ ยรสนยิ มและลลี าชวี ติ บางอยา่ งรว่ มกนั หากแตก่ ารรวมตวั ดงั กลา่ วนนั้ มกี ารยดึ โยงถกั ทอสาย
   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62