Page 52 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 52
4-42 ความรู้เบื้องตน้ การส่ือสารชมุ ชน
• ทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่นิยมกับการศึกษาชุมชนเมือง ท่ีมนี ักวิชาการเดน่ ๆ คอื เอมิล
เดอรไ์ คม์ (Emile Durkheim) ทส่ี นใจวเิ คราะหส์ มานฉนั ทแ์ บบอนิ ทรยี ์ (organic solidarity) ของชมุ ชน
เมือง อันเป็นสภาวะของชุมชนท่ีมีผู้คนมาอยู่ร่วมกันเป็นจ�ำนวนมาก จนเกิดการเรียกร้องให้มีระบบการ
แบง่ งานกนั ทำ� ตามความชำ� นาญเฉพาะทาง (specialisation) ทำ� ใหม้ คี วามหลากหลายในอาชพี ตา่ งๆ และ
คนแต่ละอาชีพต้องพ่ึงพาอาศัยกัน (interdependence) ในชุมชนเมือง ประหนึ่งอวัยวะส่วนต่างๆ ของ
ร่างกาย (organic) ทที่ ำ� งานเฉพาะหน้าทขี่ องตนโดยประสานกับส่วนอ่นื ๆ เพ่ือความคงอยขู่ องชีวิตนัน้ ๆ
• ทฤษฎีมาร์กซิสม์กับการศึกษาชุมชนเมือง เปน็ กลมุ่ ทฤษฎีท่มี ศี นู ย์กลางความสนใจอยู่
ท่กี ารวเิ คราะหบ์ ทบาทของระบอบทุนนิยม การสะสมทุน การรวมศูนย์อ�ำนาจและความมนั่ คง และความ
สมั พนั ธท์ างชนชนั้ ในสงั คมเมอื ง โดยเชอ่ื วา่ ชมุ ชนเมอื งคอื ตวั แทนของความไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ในอำ� นาจและ
การถือครองทรัพยากร และเป็นเวทีต่อสู้ทางชนชั้นท่ีเข้มข้นชัดเจน โดยนักคิดที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ก็คือ
มานูเอล คาสเทลส์ (Manuel Castells) ที่ตัง้ คำ� ถามถงึ พื้นทขี่ องเมืองในฐานะเวทขี องการจดั ระเบยี บทาง
เศรษฐกิจของสังคม และการแสดงออกทางกายภาพของระบบทุนนิยม ท่ีมีท้ังการส่ังสมทุนและความ
ขดั แย้งทางชนช้นั
• ทฤษฎีส�ำนักชิคาโกกับการศึกษาชุมชนเมือง นักคิดผู้โดดเด่นท่ีสุดของส�ำนักชิคาโกท่ี
สนใจศกึ ษาชมุ ชนเมืองของสหรฐั อเมริกากค็ ือ โรเบิรต์ พารค์ (Robert Park) ผวู้ างรากฐานแขนงวชิ าที่
เรียกว่า “นเิ วศวทิ ยานคร” (urban ecology) ซงึ่ ศกึ ษาสภาพทางกายภาพของเมือง และลกั ษณะการใช้
ประโยชนต์ ่างๆ จากพน้ื ที่ของเมือง รวมท้งั ประยกุ ต์วธิ วี ิจยั แบบชาติพนั ธุว์ รรณนา (ethnography) หรอื
เก็บข้อมลู ในสนามของ “วถิ ชี ีวติ ” (way of life) จริงๆ ของคนในสงั คมเมอื ง เช่น การศึกษาวิจัยชวี ติ
ของคนเรร่ ่อนในเมืองกบั การใช้ส่ือในชวี ติ ประจำ� วนั ของคนกลมุ่ นี้ เปน็ ตน้
อยา่ งไรกต็ าม หากเนน้ เฉพาะการศกึ ษาชมุ ชนเมอื งในสงั คมไทยแลว้ ปรชี า ควุ นิ ทรพ์ นั ธ์ุ (2545)
ได้สรุปว่ามีแนวทางการศึกษา (approaches) เด่นๆ 2 แนวทางด้วยกันคือ (1) แนวทางการศึกษาเชิง
วฒั นธรรม (culturalism) กับ (2) แนวทางการศึกษาเชงิ โครงสรา้ ง (structuralism)
ในกลุ่มของแนวทางการศึกษาเชิงวัฒนธรรม มีข้อตกลงพ้ืนฐาน (assumption) ว่า พ้ืนท่ีของ
เมืองเปน็ ตัวแปรก�ำหนดชวี ิต พฤติกรรม และการสอื่ สารของคนในสงั คมเมือง โดยแนวทางการศกึ ษาน้จี ะ
วิเคราะหช์ ุมชนเมอื งในฐานะทปี่ ระกอบด้วย (1) กลมุ่ วัฒนธรรมยอ่ ยทง้ั ในชวี ิตสว่ นรวมของคนเมอื ง และ
(2) ชีวิตของชุมชนตา่ งๆ ทีอ่ ยู่ในสงั คมเมือง เชน่ ชมุ ชนแออดั สลัม ชีวิตของกลุ่มอาชีพต่างๆ ตลอดจน
กลุ่มชาตพิ ันธุ์และกล่มุ วฒั นธรรมตา่ งๆ ท่มี ีความหลากหลายและตอ่ สดู้ นิ้ รนเพื่อใหเ้ กิดการยอมรับมากขนึ้
ตามแนวทางการศกึ ษานี้ เราอาจตงั้ คำ� ถามถงึ การสอื่ สารทกี่ ลมุ่ วฒั นธรรมและวฒั นธรรมยอ่ ยทห่ี ลากหลาย
ใช้เพื่อสร้างการยอมรับอัตลักษณ์ ศักดิ์ศรี อ�ำนาจ และความเท่าเทียมกันในสังคม เช่น การศึกษาการ
สอ่ื สารของกลมุ่ เดก็ วยั รนุ่ หรอื คนแก่ การสอ่ื สารของกลมุ่ โสเภณี การสอ่ื สารของชมุ ชนมสุ ลมิ การสอ่ื สาร
ของกลุ่มเกยแ์ ละเลสเบี้ยน เป็นต้น
ส่วนในกลุ่มแนวทางการศึกษาเชิงโครงสร้างนั้น เริ่มข้ึนในราวทศวรรษท่ี 1960 โดยประยุกต์
มุมมองของทฤษฎีเศรษฐศาสตรก์ ารเมืองหรอื มาร์กซิสมม์ าศกึ ษา พ้ืนฐานของแนวคดิ น้เี ชื่อวา่ สงั คมเมือง
เปน็ ผลผลติ ของความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ และการเมอื งของโลก ความสนใจของกลมุ่ ทฤษฎนี จ้ี งึ อยทู่ ปี่ ญั หา

