Page 51 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 51

แนวคดิ ว่าดว้ ยชมุ ชน และความสมั พันธข์ องการสอ่ื สารกับการพฒั นาชมุ ชน 4-41
ของงานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์การส่ือสารชุมชนเช่นนี้ท่ียังค่อนข้างมีอยู่น้อย จึงอาจเป็นช่องว่างขององค์
ความรูแ้ ละการพฒั นาหวั ขอ้ วิจยั ทางดา้ นนิเทศศาสตรแ์ ละสอื่ ชมุ ชนต่อไปไดใ้ นอนาคต

       (4)	แนวทางการศึกษาเชิงวาทกรรม ดังท่ีได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นของหน่วยว่า แนวทางการ
ศึกษาชุมชนเชิงวาทกรรม (discourse approach) ได้รับอิทธิพลมาจากนักทฤษฎีหลายคน โดยเฉพาะ
นกั คดิ ชาวฝรงั่ เศสทช่ี อื่ มเิ ชล ฟโู กต์ (Michel Foucault) ซงึ่ พฒั นาความหมายของวาทกรรม (discourse)
จากท่ีเคยใช้อยู่ในแวดวงภาษาศาสตร์ด้ังเดิม มาเป็นการศึกษามิติเชิงอ�ำนาจของภาษาและการส่ือสารใน
การต่อสู้เชงิ สงั คมและวัฒนธรรมมากขึน้ (โปรดดรู ายละเอียดในเรอื่ งที่ 4.1.3 ข้างต้น)

3. 	แนวคิดและแนวทางการศึกษาชุมชนเมือง

       อนั ทจี่ รงิ แลว้ ปรากฏการณท์ เ่ี รยี กวา่ “เมอื ง” หรอื “นคร” เปน็ สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ มายาวนานแลว้ ตง้ั แต่
ยุคที่มีแหล่งอารยธรรมใหญ่ท่ีเจริญรุ่งเรืองปรากฏขึ้นในอดีต เช่น อารยธรรมแถบลุ่มแม่น้�ำไทกรีส-ยูเฟร
ตีส อาณาจักรอียปิ ต์ อาณาจักรกรีก อาณาจกั รโรมัน อารยธรรมจีน เปอร์เซยี อนิ เดีย จนถงึ การเกิดนคร
ตา่ งๆ ในยโุ รปตง้ั แตศ่ ตวรรษท่ี 10 เพอ่ื เปน็ แหลง่ การคา้ และเปน็ พนื้ ทใ่ี นการกอ่ ตวั ของชนชนั้ ใหมใ่ นสงั คม
ทเี่ รียกว่า “ชนชั้นกระฎุมพ”ี (the bourgeoisie) หรือชนช้ันกลางในปัจจุบัน

       อย่างไรก็ดี หากจะกล่าวเจาะจงมาถึงชุมชนเมืองที่ทันสมัยแล้ว น่าจะเป็นผลพวงที่เกิดข้ึนมาใน
ชว่ งศตวรรษที่ 19 อนั เป็นยคุ แห่งการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมในยโุ รปและโลกตะวนั ตก เม่อื เมอื งตา่ งๆ ขยาย
ตัวใหญ่ขึ้น โดยอาศัยการแบ่งงานกันท�ำและความช�ำนาญในอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง (industrial
specialisation) ท�ำให้ความแตกต่างระหวา่ งอตุ สาหกรรมกับเกษตรกรรม หรอื เมอื งกบั ชนบท ยิง่ ปรากฏ
ตวั ชดั เจนมากข้ึน ส่วนกรณขี องชุมชนเมอื งส่วนใหญใ่ นโลกทส่ี าม ถกู มองว่าเกดิ จากแรงผลักของแนวคิด
เรอื่ งการสร้างความทันสมัย (modernisation) ทเ่ี นน้ ใหเ้ กดิ ความจำ� เรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
จนท�ำให้เกิดการโยกย้ายและเจริญเติบโตของประชากร การขยายตัวของระบบราชการ (bureaucracy)
อตั ราการเกดิ และตายลดลง ศาสนามอี ทิ ธพิ ลนอ้ ยลง มกี ารยดึ ความสามารถเปน็ ตวั แปรของการเขยบิ ฐานะ
ทางสงั คม ความเปน็ ประชาธปิ ไตยมมี ากขนึ้ และในทา้ ยทสี่ ดุ กระบวนการสรา้ งความเปน็ เมอื ง (urbanisa-
tion) ก็เกิดขึ้นอย่างทวั่ ถงึ (ปรีชา คุวนิ ทรพ์ นั ธุ,์ 2545)

       เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนเมืองสมัยใหม่ เป็นปรากฏการณ์ส�ำคัญและต่อเน่ืองมาตั้งแต่
ศตวรรษที่ 19 อันเปน็ ช่วงเดยี วกบั ทีท่ ฤษฎีสังคมศาสตร์ไดก้ อ่ ตัวขึน้ มาอย่างจริงจัง ทฤษฎสี งั คมศาสตรท์ ี่
เน้นศึกษาชุมชนเมืองหรือสังคมเมือง จึงมีค่อนข้างหลากหลายตามพัฒนาการของทฤษฎีในแต่ละยุค อัน
ได้แก่

            •	 ทฤษฎีสังคมวิทยาว่าด้วยเมืองในยุคแรก เช่น แนวคิดของ แม็กซ์ เวเบอร์ (Max
Weber) ที่ศึกษาชุมชนเมืองในลักษณะที่เป็นระบบเศรษฐกิจการตลาด (market economy) ท่ีผู้คนใน
เมอื งตอ้ งเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งโดยตรงและสมำ่� เสมอ รวมทงั้ ความสนใจของเวเบอรท์ วี่ เิ คราะหห์ นา้ ทข่ี องรฐั และ
ระบบราชการ (bureaucracy) ทเี่ ขา้ มากำ� กบั โฉมหนา้ ความสมั พนั ธข์ องชมุ ชนเมอื งในบรบิ ทใหมใ่ นปจั จบุ นั
หรือแนวคิดของเกออรก์ ซิมเมล (Georg Simmel) ท่ีตง้ั ค�ำถามวา่ ชวี ติ ของเมืองใหญม่ อี ทิ ธพิ ลต่อความ
คิดและพฤติกรรมของพลเมอื งทีอ่ าศัยอยู่ในนนั้ อย่างไร
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56