Page 54 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 54

4-44 ความรู้เบอ้ื งตน้ การสือ่ สารชุมชน
ประเภท บางระจนั ขนุ ศกึ อตตี า และ สายโลหติ ฯลฯ เหล่าน้คี ือกระบวนการทที่ �ำให้ความเป็น “ชาติ”
ดำ� รงอย่ไู ด้ และตดิ ตัง้ อยใู่ นชวี ิตประจ�ำวนั ของคนไทย

       ทิม อีเดนเซอร์ (Tim Edensor) ตั้งข้อสังเกตว่า ความเป็นชาติมีลักษณะสองด้าน โดยที่ด้าน
หนงึ่ “ชาต”ิ กอ็ าจมคี วามเขม้ แขง็ และดำ� รงอยไู่ ด้ (เชน่ การขยายตวั ของ “มวยไทย” ออกไปสกู่ ารแขง่ ขนั
“Thai Fight” ทเ่ี ป็นสากลในยุคโลกาภิวตั น์ ฯลฯ) แตใ่ นอกี ดา้ นหน่ึง สำ� นกึ ความเป็นชาตกิ อ็ าจถูกทำ� ให้
อ่อนแอลงได้เช่นกัน (เช่น เม่ือกระแส “เกาหลีฟีเวอร์” ถาโถมเข้ามาในสังคมไทย ภาครัฐก็เร่ิมกังวลว่า
เยาวชนรุ่นใหม่จะละทิ้งความเป็นไทย แต่หันไปช่ืนชมกระแสวัฒนธรรมเกาหลีแทน) ดังนั้น “ความเป็น
ชาต”ิ จงึ มีลักษณะทีไ่ มเ่ คยหยุดน่ิง (dynamic) เป็นเวทขี องการตอ่ สู้แข่งขัน (contested) มคี วามหลาก
หลาย (multiple) และเคลอ่ื นไหวแปรเปลย่ี นไดต้ ามสถานการณ์ (fluid) และดว้ ยเหตดุ งั กลา่ ว อเี ดนเซอร์
จงึ สรุปวา่ “ชาต”ิ ไมใ่ ช่ “ส่งิ ที่เปน็ อยจู่ ริง” (being) แต่เปน็ “กระบวนการกลายมาเปน็ ” (becoming)
(Edensor, 2002)

       ในกลุ่มของนักทฤษฎีท่ีสนใจศึกษาเร่ืองการสื่อสารกับความเป็นชาตินั้น นักวิเทศคดีศึกษาชาว
ไอรชิ ชอ่ื เบเนดกิ ท์ แอนเดอรส์ นั (Benedict Anderson) ถอื วา่ มบี ทบาทโดดเดน่ ทสี่ ดุ คนหนง่ึ แอนเดอรส์ นั
ต้ังข้อสังเกตว่า ชาติไม่ใช่สิ่งท่ีเกิดมาเองตามธรรมชาติ หากแต่เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม
(cultural artifact) หรอื ทเ่ี ขาบญั ญตั ศิ พั ทเ์ รยี กวา่ ชาตเิ ปน็ “ชุมชนจินตกรรม” (imagined community)
อนั หมายถงึ ชมุ ชนทไี่ มเ่ พยี งจะมพี รมแดนหรอื พน้ื ทท่ี างกายภาพใหผ้ คู้ นไดย้ นื เหยยี บเทา่ นน้ั หากแตเ่ ปน็
ส�ำนึกหรือจินตกรรมร่วมกัน ให้ผู้คนท่ีไม่จ�ำเป็นต้องรู้จักกับคนอ่ืนทุกคน สามารถยึดโยงความรู้สึกเกี่ยว
พนั กนั ได้ เพราะฉะนนั้ หากเราเกดิ เปน็ คนไทยและมสี ำ� นกึ หรอื เรยี กตนเองวา่ เปน็ “คนไทย” แลว้ เมอื่ เรา
เดินทางไปสหรฐั อเมรกิ า เรากย็ ังมจี นิ ตกรรมหรือสำ� นึกร่วมกบั บคุ คลอ่ืนๆ ทีเ่ ปน็ “คนไทย” เหมอื นกนั ว่า
เราก็คือ “คนไทย” ไม่ใช่ “คนอเมริกัน” แมว้ า่ เราจะอยู่ในบรบิ ททางสังคมที่แตกต่างไปจากเดิม

       ชมุ ชนจินตกรรมของความเปน็ ชาติ เปน็ ส่งิ ที่ถกู ประดิษฐข์ นึ้ โดยรัฐสมยั ใหม่ ตั้งแต่ครสิ ตศ์ ตวรรษ
ที่ 18 ภายหลังจากชุมชนศาสนาเรมิ่ เสือ่ มอำ� นาจลง จนเปดิ ทางใหช้ มุ ชนจินตกรรมแหง่ ชาตไิ ดส้ ถาปนาตัว
ขึ้นมา โดยมีกลไกของส่ือมวลชนอย่างนวนิยายและหนังสือพิมพ์ ท�ำหน้าที่ก่อร่างชุมชนจินตกรรมแบบน้ี
ขนึ้ มาจนกลายเปน็ “ชาติ” ในทีส่ ุด

       ส�ำหรับสื่อนวนิยายนั้น แอนเดอร์สันพบว่า ตัวละครที่มีอยู่มากมายในท้องเรื่อง ไม่ได้มีความ
สัมพันธ์ใดๆ ต่อกันเลย บางคร้ังตัวละครเหล่านี้อาจเพียงแค่เดินผ่านกันไปมาในท้องถนนโดยไม่พูดจา
ทักทายกันเลย แต่จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นในท้องเร่ืองท่ีถูกเรียงร้อยเอาไว้ อย่างน้อยก็ท�ำให้คนอ่านรู้สึกว่า
ตัวละครทอี่ าจไม่มสี ายสมั พนั ธร์ ะหว่างกันเหล่าน้อี ยใู่ นหนังสือนวนยิ ายเลม่ เดยี วกัน นอกจากน้ี จากการตี
พิมพ์หนังสอื เปน็ ภาษาพน้ื บา้ นทอ้ งถน่ิ การใช้สรรพนามเรียกขานตวั ละคร ตลอดจนการใชส้ ถานที่ (บาง
อยา่ งท่ีมอี ย่จู รงิ ) ก็ยงิ่ ท�ำให้ภาษาถ่นิ และความทรงจ�ำที่เราอาจจะเคยมกี บั สถานท่ีเหลา่ น้นั เชอ่ื มโยงผูอ้ ่าน
เขา้ กับชุมชนจินตกรรมร่วมกันในทสี่ ดุ

       ส่วนในกรณีของส่ือหนังสือพิมพ์น้ัน เพราะการท�ำงานของสื่อเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อ
เนอื่ ง สมำ�่ เสมอ และเปน็ ประจำ� ทกุ วนั หรอื ทกุ สปั ดาห์ และทสี่ ำ� คญั ทง้ั ๆ ทเ่ี หตกุ ารณท์ ห่ี นงั สอื พมิ พร์ ายงาน
จะเกดิ ข้นึ กนั คนละพืน้ ที่ แต่ทวา่ คนอ่นื ก็รบั รู้ว่า นเ่ี ปน็ เหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขนึ้ ในเวลาเดยี วกนั สำ� หรับผูอ้ า่ นทุก
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59