Page 50 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 50

4-40 ความร้เู บ้อื งตน้ การสอื่ สารชมุ ชน
            •	 แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์สังคมของชุมชน กลุ่มนี้เปล่ียนศูนย์กลางการศึกษา

จากประวตั ศิ าสตร์เร่ืองราวผนู้ �ำทางการเมอื ง มาเปน็ การทำ� ความเข้าใจวิถีชวี ติ ของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม
ซ่ึงได้รับการพัฒนามาเป็นการศึกษา “ประวัติศาสตร์หมู่บ้าน” หรือ “ประวัติศาสตร์ชุมชนชนบท” ซ่ึงมี
ความสมั พนั ธก์ ับบรบิ ทแวดลอ้ มทางสังคม

            •	 แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของชุมชน อันเป็นกลุ่มท่ีสนใจศึกษา
ประวัติศาสตร์ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน เช่น ระบบการผลิตและการแลกเปลี่ยน การค้าขาย
ระหว่างชุมชน ระบบการถือครองที่ดิน ฯลฯ โดยเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละยุค
ตัวอย่างงานศึกษาของไทยท่ีโดดเด่นในสายน้ีก็คือ งานของฉัตรทิพย์ นาถสุภา (2533) ที่ย้อนกลับไป
ท�ำความเข้าใจเศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีต และได้ข้อสรุปว่า สังคมไทยยุคก่อนทุนนิยมเป็นสังคมแบบ
ศกั ดนิ า ทป่ี ระกอบขนึ้ ดว้ ยโครงสรา้ ง 2 สว่ นคอื “บา้ น” กบั “เมอื ง” โดยบา้ นหรอื ชมุ ชนหมบู่ า้ นเปน็ ชมุ ชน
ที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ โดยมีชาวนาท�ำหน้าท่ีผลิตอาหารและปัจจัยเพื่อการด�ำรงชีพ ในขณะท่ีเมืองเป็น
ชุมชนที่สร้างข้ึนโดยรัฐ เป็นแหล่งรวมแห่งอ�ำนาจรัฐและการปกครอง และท�ำหน้าท่ีเก็บส่วยจากหมู่บ้าน
ดงั นนั้ เมือ่ เรียกค�ำทัง้ สองรวมๆ กันว่า “บ้านเมอื ง” ก็จะหมายถงึ สังคมไทยโดยรวม

            •	 แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของชุมชน อันหมายรวมตั้งแต่การศึกษา
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในระดับกว้างที่เก่ียวพันกับการวิเคราะห์ภาพรวมของสังคมในอดีต โดยผ่านมุม
มองของความคดิ วถิ ชี วี ติ ประเพณี และศลิ ปะทเ่ี คลอ่ื นไหวและเปลยี่ นแปลงอยใู่ นชมุ ชนตา่ งๆ กบั อกี กลมุ่
หนง่ึ ทเ่ี นน้ ศกึ ษา “ประวตั ศิ าสตรค์ วามคดิ ” ดงั ตวั อยา่ งผลงานทน่ี า่ สนใจของ นธิ ิ เอยี วศรวี งศ์ (2527) เรอื่ ง
ปากไก่และใบเรือ ท่ีศึกษาวัฒนธรรมกระฎุมพีกับสื่อวรรณกรรมยุคต้นรัตนโกสินทร์ เพ่ือให้เข้าใจ
กระบวนการเปลย่ี นแปลงความคดิ ในวรรณกรรม ภายใตบ้ รบิ ทความเปลย่ี นแปลงของระบบเศรษฐกจิ สงั คม
ในยุคดังกล่าว ซึ่งพบว่า เมื่อชนช้ันน�ำกลายเป็นกระฎุมพีและติดต่อกับชาวบ้านมากข้ึนผ่านการเข้าร่วม
คา้ ขาย ชนชน้ั นำ� กไ็ ดพ้ ยายามปลดปลอ่ ยตนเองจากกรอบคา่ นยิ มเดมิ ในยคุ ศกั ดนิ า และหนั ไปรบั เอาจารตี
ของชาวบ้านมาปรุงแต่งวรรณกรรมของตนเองตามรสนิยมใหม่ ท�ำให้ส่ือวรรณกรรมของยุคนี้มีชีวิตชีวา
ทำ� นองเดยี วกับวรรณกรรมพื้นบ้านมากขึ้นดว้ ย

       อย่างไรก็ดี แม้แนวทางการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ชุมชนท่ีได้อธิบายมาน้ี จะมีคุณูปการให้เรา
เหน็ ความตอ่ เนอื่ งและความเปลยี่ นแปลงในวถิ ชี มุ ชนทอ้ งถน่ิ แตด่ เู หมอื นวา่ ประเดน็ ทย่ี งั ไมค่ อ่ ยเปน็ ทสี่ นใจ
มากนักก็คือ แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์การส่ือสารชุมชน ซ่ึงแม้จะมีอยู่บ้าง แต่ก็มีปริมาณค่อน
ขา้ งนอ้ ย เชน่ การศกึ ษาประวตั ศิ าสตรก์ ารสอ่ื สารชมุ ชนทเี่ ปน็ สอื่ พนื้ บา้ นของ ทพิ ยพ์ ธู กฤษสนุ ทร (2551)
ว่าด้วยพัฒนาการในการปรับตัวของส่ือพ้ืนบ้านอย่างเพลงโคราช จากยุคเพลงโคราชด้ังเดิมและยุคเพลง
โคราชแกบ้ น จนมาถึงยคุ เพลงโคราชประยกุ ต์หรอื ซ่งิ และยุคการปรับตวั ของเพลงโคราชผ่านการทำ� งาน
กบั หนว่ ยงานภายนอกอยา่ งโครงการสอื่ พน้ื บา้ นสอ่ื สารสขุ (สพส.) หรอื การศกึ ษาประวตั ศิ าสตรก์ ารสอื่ สาร
ชุมชนที่เป็นส่ือมวลชนท้องถิ่นของ ภัทรา บุรารักษ์ (2551) ท่ีวิเคราะห์การก�ำเนิดและการด�ำรงอยู่ของ
โทรทัศน์ท้องถิ่น ตัง้ แต่ พ.ศ. 2502-2550 เพ่ือค้นหาตวั แปรปัจจยั ที่มผี ลต่อพฒั นาการและศกั ยภาพของ
สถานีโทรทัศน์ส่วนภูมิภาคที่ก้าวเข้าสู่ความเป็นส่ือเพ่ือท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นต้น ดังน้ัน ด้วยสัดส่วน
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55