Page 17 - การบริหารจัดการและกลยุทธ์ การสื่อสารชุมชน
P. 17
การบริหารจดั การและกลยทุ ธก์ ารสื่อสารเพือ่ การอนุรักษฟ์ ืน้ ฟูทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน 10-7
ส่วนนักวิชาการด้านส่ิงแวดล้อม ได้ให้ค�ำจ�ำกัดความแตกต่างกันไป ในท่ีนี้ขอยกตัวอย่าง
คำ� จำ� กดั ความโดย เกษม จนั ทรแ์ กว้ (2553) ไดส้ รปุ ความหมายของคำ� วา่ “สงิ่ แวดลอ้ ม” ไวว้ า่ สง่ิ แวดลอ้ ม
เป็นทุกสง่ิ ทกุ อยา่ งบนพน้ื โลก (อาจรวมไปทง้ั จกั รวาล) เปน็ ทง้ั ของแขง็ ของเหลว กา๊ ซ (ทง้ั เปน็ พษิ และไม่
เปน็ พษิ ) คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ (เสยี ง แสง ความรอ้ น ความสน่ั สะเทอื น) สารเคมี (ทง้ั เปน็ พษิ และไมเ่ ปน็ พษิ )
ต้นไม้ สตั ว์ มนษุ ย์ ดิน หนิ แร่ อากาศ วตั ถุธาตุ สง่ิ กอ่ สรา้ ง บา้ นเรอื น ถนน โรงเรยี น วดั เมอื ง ชุมชน
วัฒนธรรม (ศาสนา ประเพณี ความเชื่อ) กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นต้น หรือกล่าวอีกนัยหน่ึงได้ว่า
สงิ่ แวดลอ้ มอาจเปน็ สง่ิ ทใ่ี หค้ ณุ และโทษตอ่ มนษุ ยห์ รอื สง่ิ มชี วี ติ อนื่ ๆ เปน็ สง่ิ ซงึ่ สามารถสมั ผสั ดว้ ยการทงั้ หา้
ได้ หรอื อาจเปน็ ทรัพยากรหรอื ไมใ่ ช่ทรัพยากรกไ็ ด้
ทั้งน้ี อาจสรุปความหมายของส่ิงแวดล้อมได้ว่า คือ ทุกส่ิงทุกอย่างท่ีอยู่รอบตัวเรา เป็นสิ่งที่เกิด
ข้นึ เองตามธรรมชาติและส่ิงทมี่ นุษย์สร้างขึน้ ทงั้ ส่งิ ทม่ี แี ละไม่มีชวี ติ ทั้งสิ่งท่เี ป็นคุณและเปน็ โทษ
2.2 ประเภทของสงิ่ แวดลอ้ ม ในความหมายโดยทว่ั ไปแลว้ สงิ่ แวดลอ้ มแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื
1) ส่ิงแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (Natural Environment) จำ� แนกออกได้เป็น
2 พวก ไดแ้ ก่
1.1) สิ่งแวดลอ้ มท่มี ีชีวิต (Biotic Environment) มีลักษณะเฉพาะตัวและถูกควบคมุ
โดยพันธุกรรม เชน่ พืช สตั ว์ มนุษย์ เป็นต้น
1.2) สิ่งแวดล้อมท่ีไม่มีชีวิต (Abiotic Environment) ท้ังท่ีมองเห็นได้และมองไม่
เห็นได้ด้วยตา และไม่ถกู ควบคุมโดยพันธกุ รรม เชน่ ดิน อากาศ นํ้า แสงแดด แร่ เป็นตน้
2) ส่ิงแวดล้อมที่มนุษย์สร้างข้ึน (Man-made Environment) จ�ำแนกได้เป็น 2 พวก
ไดแ้ ก่
2.1) สงิ่ แวดลอ้ มทางชวี -กายภาพ (Bio-physical Environment) เชน่ ตน้ ไมท้ เี่ กดิ
จากการเพาะเน้ือเยอ่ื การโคลนแพะ แกะ และการตดั ตอ่ หน่วยทางพันธกุ รรมพชื ต่างๆ เพ่ือใช้เปน็ อาหาร
ของมนุษย์ ซ่ึงสิ่งที่สร้างข้ึนเหล่านี้เป็นส่ิงมีชีวิตทั้งส้ิน ดังนั้นจึงจัดเป็นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ส่วน
สง่ิ แวดลอ้ มทไี่ มม่ ชี วี ติ เชน่ บา้ น ถนน สะพาน รถ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ฯลฯ จดั เปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทาง
กายภาพ ซึ่งส่ิงแวดล้อมท้ังทางชีวภาพและกายภาพเป็นสิ่งแวดล้อมท่ีมนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อน�ำไปใช้
ประโยชน์ในการดำ� รงชวี ติ ใหม้ ีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น
2.2) สง่ิ แวดลอ้ มทางสงั คมหรอื นามธรรม (Social or Abstract Environment) เชน่
วฒั นธรรม กฎหมาย ศาสนา ความเชอื่ คา่ นยิ ม จารีตประเพณี เป็นต้น ซง่ึ จะเหน็ วา่ สิ่งแวดล้อมเหลา่ นี้
ไม่มีรูปรา่ ง จบั ตอ้ งไม่ได้ แต่มนษุ ย์สามารถน�ำมาปฏบิ ตั ิได้ เพอ่ื ให้มนษุ ย์และสงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ อาศยั อยู่
รว่ มกันในสังคมส่งิ แวดล้อมอย่างเปน็ ระเบยี บนั่นเอง (สุกาญจน์ รตั นเลศิ , 2546)
ส�ำหรับการแบ่งประเภทของส่ิงแวดล้อมของส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม (2553) ซึ่งปรากฏในรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมประจ�ำปี จะแบ่งตามประมวล
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในแตล่ ะด้าน สรปุ ไดด้ ังน้ี
1) มลพษิ (นํ้า อากาศ เสียง ขยะ สารอนั ตราย ของเสียอนั ตราย)
2) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

