Page 31 - การพูดและการแสดง สำหรับวิทยุกระจายเสียง
P. 31

บุคลิกภาพเสียงพูด 3-21
ฟังต่อ ในทางตรงกันข้าม การพูดด้วยระดับเสียงท่ีค่อยมากก็ท�ำให้ผู้ฟังต้องใช้สมาธิและความตั้งใจเป็น
พิเศษในการฟัง ดังน้ันเม่ือฟังนานๆ ผู้ฟังจะเหนื่อย หมดสมาธิ หรือความสนใจท่ีจะติดตามฟังต่อ ด้วย
เหตนุ ี้ผู้พดู จงึ ตอ้ งระมัดระวังในการใช้ระดับเสียงดงั -คอ่ ยทีเ่ หมาะสม

       อย่างไรก็ตาม ในงานกระจายเสียง ระดับเสียงดังหรือค่อยจะอยู่ภายใต้การก�ำกับควบคุมของ
ผู้ควบคุมเสียง เมื่อนักกระจายเสียงพูดผ่านไมโครโฟน เสียงพูดจะถูกปรับให้มีระดับเสียงท่ีเหมาะสม
รวมทง้ั ปรบั ระดบั เสยี งสงู -ตาํ่ ใหม้ คี วามทมุ้ แหลมพอเหมาะ ใหผ้ ฟู้ งั ฟงั ไดส้ บายๆ แตส่ ง่ิ ทน่ี กั กระจายเสยี ง
พึงระมดั ระวังคือ เม่อื เจา้ หนา้ ท่ผี ู้ควบคมุ เสยี งปรบั เสียงใหอ้ ย่ใู นระดบั ทเี่ หมาะสมแลว้ ผ้พู ดู ไมค่ วรเปลย่ี น
ตำ� แหน่งทีน่ ัง่ หรอื ไมโครโฟน หรอื ระวงั ไมเ่ คลอื่ นท่ีเข้าๆ ออกๆ จากไมโครโฟน เพราะจะท�ำให้ไดเ้ สยี ง
ดังบา้ งค่อยบา้ ง สลบั ไปมา น่าร�ำคาญ

       3.	 อารมณ์ของผู้พูด การสง่ สารผา่ นสอื่ วทิ ยุ แมจ้ ะไดย้ นิ เฉพาะเสยี ง ไมเ่ หน็ ภาพหรอื อากปั กริ ยิ า
ทา่ ทางของผูพ้ ูด แต่ผฟู้ ังจะสามารถรับรู้ถงึ อารมณ์ของผู้พดู ไดโ้ ดยผ่านทางเสียงของผูพ้ ดู น่นั เอง จงึ มีการ
บอกกล่าวสืบทอดต่อกันมาส�ำหรับนักกระจายเสียงว่า เม่ือใดก็ตามที่น่ังหน้าไมโครโฟนจะต้องระมัดระวัง
อารมณ์ใหด้ ี ไมน่ ำ� ความโกรธจากท่อี ืน่ มาปลดปลอ่ ยสู่ผูฟ้ งั ผา่ นไมโครโฟน สิง่ ที่ตอ้ งฝกึ เสมอจนกลายเปน็
นสิ ยั กค็ อื การมอี ารมณท์ ่ีแจ่มใส แชม่ ชน่ื เม่ือนั่งหน้าไมโครโฟน เพราะด้วยอารมณท์ แี่ จม่ ใส จะพาใหเ้ สยี ง
ที่พูดออกอากาศแจ่มใสไปด้วย เช่นเดียวกันหากพูดในขณะท่ีอารมณ์ขุ่นมัว เสียงก็จะส่ือสารอารมณ์
ดังกล่าวสูผ่ ฟู้ งั ด้วยเชน่ กนั และทีแ่ นน่ อนก็คือไมม่ ีผฟู้ งั คนใดอยากฟังผพู้ ูดท่ีหงดุ หงดิ อารมณเ์ สีย

       4.	 วิธีการถ่ายทอดสาร อาจถ่ายทอดดว้ ยการอา่ น การพูดขึน้ อยกู่ บั เน้ือหารปู แบบรายการ เชน่
เมอ่ื เปน็ ขา่ วอา่ นยอ่ มตอ้ งนำ� เสนอดว้ ยการอา่ น แตถ่ า้ เปน็ รายการอภปิ รายการนำ� เสนอสารจะใชว้ ธิ พี ดู เพอ่ื
แสดงจุดยืน แสดงความคิดเห็นของตนท่ีมีต่อประเด็นน้ันๆ หรือรายการเพลงก็จะเป็นการพูดคุยกับผู้ฟัง
การถ่ายทอดสารสู่ผู้ฟังไม่ว่าจะด้วยวิธีการอ่านหรือการพูดที่ถือว่าเป็นมาตรฐานในงานกระจายเสียง
จะตอ้ งมบี ท (Script) เป็นกรอบกำ� กับการพดู หรอื อ่านเสมอ ดังน้ันผ้พู ดู จงึ ตอ้ งรู้วธิ ีวา่ จะพูด จะอ่านตาม
บทอยา่ งไร จงึ จะเชิญชวนให้ผู้ฟงั ติดตามฟงั ไม่หมนุ หนไี ปสถานีฯ อื่น

       หลกั การอยา่ งกว้างๆ ในการถ่ายทอดสารเพื่อให้ได้เสียงพดู ท่ชี วนฟงั ก็คอื
            4.1	 ผพู้ ดู จะตอ้ งเขา้ ใจในสาร (Message) ทจ่ี ะสง่ นน่ั คอื ตอ้ งเขา้ ใจวา่ กำ� ลงั อา่ น หรอื กำ� ลงั พดู

“อะไร”
            4.2	 การอ่านน้ันจะต้องมีลีลาการน�ำเสนอที่น่าสนใจ ชวนติดตาม (ดังจะได้อธิบายต่อไป)

ไม่ใช่ลกั ษณะการอา่ นแบบนกั เรียนประถม
            4.3	 การพูดควรมีลักษณะเป็นการพูดคุย “Talk” ไมใ่ ชก่ ารอา่ นบทพดู และเปน็ การพดู คยุ

ในลกั ษณะ “Talk To A Friend” (Gough, 1976, p. 3) นน่ั คอื การนำ� เสนอดว้ ยการพดู คยุ แบบตวั ตอ่ ตวั
(Person To Person) การพูดน้ันเป็นการพูดกับผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน มีความเท่าเทียมกันกับตัวเรา
ดังนั้นจึงไม่ใช่การส่ังสอน แต่เป็นการถ่ายทอดสารสู่เพื่อนคนหนึ่ง เพราะวิทยุกระจายเสียงแม้จะสื่อสาร
สมู่ วลชนนบั ร้อย นบั พนั พร้อมๆ กนั แต่ผทู้ ีฟ่ ังรายการขณะนนั้ อาจฟงั เพียงคนเดยี ว หรอื สองสามคนเป็น
กล่มุ ย่อย ไม่ใชม่ วลชน
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36