Page 45 - ประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจไทย
P. 45

การเมอื งและเศรษฐกจิ ไทย พ.ศ. 2475-2500 7-35
ใหค้ วบคมุ และจดั การกจิ การหรอื ทรพั ยส์ นิ ของชนศตั รู ตามกฎหมายควบคมุ และจดั การกจิ การหรอื ทรพั ยส์ นิ
ของคนต่างดา้ วบางจ�ำพวกในภาวะคบั ขัน77

       การออกประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ 2 ฉบบั น้ี ผนวกกบั การเขา้ รว่ มสงคราม ทำ� ใหก้ ารตดิ ตอ่ คา้ ขาย
ระหว่างไทยกับต่างประเทศถูกจ�ำกัดลงโดยปริยาย การค้าขายระหว่างประเทศของไทยมีเพียงญ่ีปุ่นและ
ดินแดนที่อยู่ภายใต้การดูแลของญ่ีปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าส�ำคัญ เพราะญี่ปุ่นเข้าควบคุมการค้าทางทะเลไว้
หมด และบังคับให้เรือสินค้าของไทยต้องติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นเท่านั้น แม้จะมีประเทศอ่ืน คือ สิงคโปร์
ชวา มลายู ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ตดิ ตอ่ คา้ ขายบา้ งกเ็ ปน็ จำ� นวนเลก็ นอ้ ย โดยการคา้ ขายกบั ญปี่ นุ่ นน้ั จะมชี าวญป่ี นุ่ ใน
ประเทศไทยตั้งส�ำนักงานด�ำเนินงานขึ้นในกรุงเทพฯ โดยการสนับสนุนจากรัฐบาลและกองทัพญี่ปุ่นใน
ประเทศไทย78 ภายใตส้ ถานการณเ์ ชน่ น้ี รฐั บาลมเี หตผุ ลเพยี งพอทจี่ ะควบคมุ ระบบเศรษฐกจิ เพราะไดเ้ กดิ
ปญั หาเงนิ เฟอ้ อยา่ งรนุ แรง ทำ� ใหส้ นิ คา้ มรี าคาแพง ประกอบกบั ภาวะการขาดแคลนสนิ คา้ คา่ ครองชพี สงู ขนึ้
เปน็ ลำ� ดบั ทำ� ใหร้ ฐั บาลในสมยั สงครามไดเ้ ขา้ ควบคมุ ระบบเศรษฐกจิ ทงั้ ในการพาณชิ ยแ์ ละการอตุ สาหกรรม

       การควบคุมการพาณิชย์
       สถานการณข์ องสงครามทำ� ใหก้ ารตดิ ตอ่ คา้ ขายระหวา่ งไทยกบั ตา่ งประเทศตอ้ งประสบปญั หาอยา่ ง
มาก สินค้าต่างๆ ท่ีไทยต้องพึ่งพาต่างประเทศต้องขาดแคลน เพราะประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เป็นประเทศ
คู่สงคราม ดังนั้นการค้าของไทยจึงต้องท�ำกับพันธมิตร คือญี่ปุ่นและดินแดนที่ญ่ีปุ่นยึดครองเท่าน้ัน ซึ่ง
ญ่ีปุ่นก็ไม่สามารถจัดหาสินค้าให้ไทยได้อย่างเต็มท่ี เง่ือนไขเช่นน้ี ท�ำให้สินค้าท่ีไทยต้องน�ำเข้าจาก
ต่างประเทศต้องประสบปัญหาขาดแคลน รฐั บาลจึงต้องเขา้ มาดำ� เนนิ การควบคุม
       การควบคมุ ของรฐั บาลในการสง่ั สนิ คา้ เขา้ ดว้ ยการกำ� หนดระเบยี บการควบคมุ สนิ คา้ เขา้ ออก โดย
รัฐบาลจัดให้มีเจ้าหน้าท่ีรวบรวมสินค้าต่างๆ และด�ำเนินการจัดสรรสินค้าน�ำเข้าให้แก่รัฐบาลในประเภท
สินคา้ ที่รฐั เปน็ ผู้ด�ำเนินการอยู่ เช่น นา้ํ มัน และสินค้าประเภทอื่นที่เหลอื ให้แยกออกเป็น 2 สว่ น คอื 60
เปอรเ์ ซน็ ตม์ อบใหบ้ ริษัทคนไทยเป็นผู้สั่งเขา้ โดยผ่านสมาคมพ่อคา้ ไทย และอกี 40 เปอร์เซน็ ต์ เปน็ ส่วน
ของบรษิ ทั ชาวตา่ งประเทศถา้ เขารอ้ งขอสงั่ เขา้ จากสดั สว่ นนจ้ี ะเหน็ ไดว้ า่ รฐั บาลไดใ้ หส้ ทิ ธแิ กส่ มาคมพอ่ คา้
ไทยอยา่ งมาก สมาคมจะเปน็ ผรู้ วบรวมบรษิ ทั หา้ งรา้ นคนไทยเขา้ มาเปน็ สมาชกิ ตามเงอ่ื นไข เชน่ ตอ้ งเปน็
บรษิ ทั คนไทย เคยท�ำการสง่ั สินคา้ จากตา่ งประเทศเขา้ มาจำ� หนา่ ยภายในประเทศไมต่ ํา่ กว่า 3 ปี คอื พ.ศ.
2482-2484 ซง่ึ บรษิ ทั หา้ งรา้ นทจี่ ะดำ� เนนิ การสง่ั สนิ คา้ เขา้ ประเทศจะตอ้ งเปน็ สมาชกิ ของสมาคมพอ่ คา้ ไทย
กอ่ น สว่ นการพจิ ารณาอนุญาตการส่ังสินค้าว่า บริษทั ห้างร้านจะได้รบั โควตา้ สินค้าเท่าใดน้ัน จะขึน้ อย่กู บั
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณชิ ย7์ 9

           77  ราชกิจจานุเบกษา. แผนกกฤษฎกี า เลม่ 59 ภาค 1, 451-454.	                              พ.ศ.  2484–2488,”
           78  สมโชค สวัสดิ์รักษ์, “ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยกับญ่ิปุ่นในสงครามมหาเอเชียบูรพา

(วิทยานพิ น7ธ9ป์ ผราิญณญติ ารมวหมาศบลิ ณั ปฑ.์ นิต,โยภบาาคยวกชิ าารปพรฒั ะวนัตาศิเศารสษตฐรก์ บจิ ัณสมฑยั ิตรวฐั ิทบยาลาจลอัยมจพฬุ ลาลปง.กพรบิณลู ม์ สหงคาวรทิามยาตลง้ั ยั แ,ต2่ 5พ2.ศ4).,2145881-ถ15งึ 9พ. .ศ. 2487,
469-471.
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50