Page 73 - การพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านภาษา
P. 73

หนงั สือส�ำหรบั เดก็ ปฐมวยั 5-63
ให้เด็กเข้าใจเรื่องเล่า ในช่วงเวลาการเล่นเกมการศึกษา ครูอาจเตรียมความพร้อมเด็กโดยการจัดเกม
การศกึ ษาให้เดก็ เรียงเหตกุ ารณใ์ นภาพ ซงึ่ มาจากหนงั สือเรื่องท่ีครอู ่านออกเสียงให้เดก็ ฟังแล้ว

       โดยสรุป การเตรียมความพร้อมในการแนะน�ำหนังสือให้เด็กอ่านด้วยตนเอง ประกอบด้วย
1) การเตรยี มพรอ้ มของครใู นการจดั เวลาใหเ้ ดก็ อา่ น การจดั เตรยี มหนงั สอื สำ� หรบั ทด่ี มี คี ณุ ภาพ การคดั เลอื ก
หนงั สือเพ่ือแนะน�ำใหเ้ ดก็ สนใจหยบิ อ่านดว้ ยตนเอง และการเตรยี มสถานที่ และอุปกรณต์ า่ งๆ เพอ่ื จดั วาง
หนงั สือให้น่าสนใจ และ 2) การเตรียมความพรอ้ มใหแ้ กเ่ ดก็ ในการเปิดหนงั สอื การสังเกตภาพ และความ
เข้าใจเรอื่ งเล่า

การแนะน�ำหนังสือให้เด็กอ่านด้วยตนเอง

       การแนะน�ำหนังสือใหเ้ ด็กอ่านดว้ ยตนเองนั้น มีวธิ กี ารที่ควรคำ� นงึ ถงึ ดงั ต่อไปน้ี
       1. 	แนะน�ำพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือ เพื่อใหเ้ ดก็ สนใจอยากหยิบหนังสือไปอ่านด้วยตนเอง โดยใน
แต่ละสัปดาหค์ รูเลือกหนังสือจากชน้ั หนังสอื ในห้องเรยี นหรอื หอ้ งสมุดประมาณ 5-10 เล่ม เพ่ือแนะน�ำเด็ก
ให้รู้จักหนังสือท่ีหลากหลายมากขึ้น ท�ำให้เกิดความสนใจในการอ่านหนังสือคุณภาพดี ซ่ึงแตกต่างจาก
หนงั สือท่ีเดก็ เลือกอ่านดว้ ยตนเองตามปกติ
       2. 	ให้เด็กได้เห็นหนังสือเล่มจริง เพ่ือให้เด็กเห็นภาพปก ความหนา ขนาด และรูปทรงของ
หนงั สอื
       3. 	พูดให้สั้น บอกรายละเอยี ดเทา่ ท่จี ำ� เป็น ไม่พดู นานเกิน 2-3 นาที หากบอกเร่ืองในหนังสือ
มากเกนิ ไป เดก็ จะไม่เห็นความจ�ำเปน็ ในการอ่าน ครอู าจบอกเก่ียวกบั หนงั สือประมาณ 4-6 บรรทดั โดย
ไมบ่ อกโครงเรอ่ื ง หรอื อา่ นตอนเปดิ เรอื่ ง บอกเหตกุ ารณท์ นี่ า่ สนใจในเรอื่ งแตไ่ มบ่ อกผลในตอนจบของเรอื่ ง
หรือเลา่ ให้เด็กเห็นภาพเร่ืองราวและตัวละครทเี่ ก่ยี วข้อง แต่ไม่พดู ถงึ ฉากท่ีทำ� ใหเ้ ดก็ รหู้ รอื คาดเดาตอนจบ
ของเร่อื งได้
       4. 	 เลอื กแนะน�ำหนงั สอื เพม่ิ เตมิ จากเรอ่ื งทเี่ ดก็ สนใจ แนะนำ� หนงั สอื โดยเลอื กเรอ่ื งทมี่ คี วามใกลเ้ คยี ง
กบั เรอ่ื งทเ่ี ดก็ สนใจ หากเดก็ ชอบอา่ นหนงั สอื เรอ่ื งหนง่ึ นา่ จะชอบอา่ นหนงั สอื อกี เรอ่ื งทมี่ แี นวเดยี วกนั หรอื
แนะน�ำหนงั สอื ทเ่ี ขียนโดยนกั เขียนคนเดยี วกับหนงั สือท่เี ด็กรจู้ ักดี
       5. 	สร้างตวั อย่างในการอา่ นใหเ้ ดก็ เหน็ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ เหน็ การใหค้ วามสำ� คญั กบั การอา่ นจากตน้ แบบ
โดยจัดช่วงเวลาทที่ ุกคนอา่ นใหเ้ ดก็ เห็นโดยไมท่ ำ� อย่างอ่ืน หรือที่เรียกว่า “วางทกุ งาน อ่านทุกคน”
       6. 	ไม่แทรกแซงระหว่างที่เด็กอ่าน ใหเ้ ดก็ อา่ นหนงั สอื ทเี่ ลอื กดว้ ยตนเองอยา่ งอสิ ระโดยไมจ่ ำ� เปน็
ตอ้ งใหค้ ำ� แนะนำ� ระหวา่ งทเ่ี ดก็ อา่ น ครเู พยี งอา่ นหนงั สอื ของตนไปจนกระทงั่ หมดเวลา เมอื่ หมดเวลาในการอา่ น
ใหท้ ำ� กิจกรรมอ่นื ๆ ตามแผนท่ีวางไว้ โดยไมจ่ �ำเป็นตอ้ งออกแบบใหเ้ ดก็ ทำ� กิจกรรมอะไรเพ่ิมเติมจากส่งิ ที่
อา่ น หากครสู ังเกตเห็นว่าเดก็ มที ักษะใดทค่ี วรเรียนรู้ ใหค้ รจู ัดกจิ กรรมเพือ่ เสรมิ ทักษะนัน้ ตอ่ จากการอ่าน
ออกเสียงใหเ้ ดก็ ฟงั หรือจดั กจิ กรรมเพอื่ เสริมทกั ษะในช่วงการจัดกจิ กรรมอ่ืน
       7. 	จัดกิจกรรมอย่างสม่ําเสมอ การจัดกิจกรรมให้เด็กเลือกอ่านอย่างอิสระด้วยตนเองอย่าง
สมาํ่ เสมอ จะชว่ ยพัฒนาทักษะการอา่ นของเด็กและทำ� ใหเ้ ด็กมพี ื้นฐานท่ดี ใี นการเรียนร้ตู อ่ ไปในอนาคต
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78