Page 68 - การพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านภาษา
P. 68

5-58 การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยด้านภาษา

การจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กตอบสนองต่อการอ่านหนังสือ

       กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กตอบสนองต่อการอ่านในแต่ละกิจกรรมมีวิธีการที่ควรค�ำนึงถึง ดัง
ต่อไปนี้

       1. 	การสนทนาโต้ตอบและถามค�ำถาม
       กิจกรรมนี้จัดข้ึนก่อน ระหว่าง หรือหลังการอ่านออกเสียงให้เด็กฟังได้ตามความเหมาะสม โดย
เดก็ ใชค้ วามรู้ ความเขา้ ใจจากประสบการณเ์ ดมิ ของเดก็ รวมกบั ประสบการณใ์ หมจ่ ากหนงั สอื เรอื่ งทค่ี รอู า่ น
ให้ฟงั เพื่อการตอบคำ� ถามตามความคิดเห็นของตน ท�ำใหเ้ ดก็ ได้พฒั นาทกั ษะการพดู การฟัง และการคิด
และสรา้ งความเขา้ ใจหนงั สอื ทอี่ า่ นมากขนึ้ การสนทนาโตต้ อบและถามคำ� ถามมตี วั อยา่ งการใชค้ ำ� ถาม ดงั น้ี

            1) 	ใช้ค�ำถามที่ตอบได้หลายค�ำตอบ เช่น ถามเด็กว่า “คิดว่าเหตุการณ์หลังจากท่ีเกิด
เหตกุ ารณใ์ นเร่อื งเปน็ อย่างไร” หรือ “คดิ วา่ ตอนจบของเรอื่ งจะเปน็ อย่างไร”

            2) 	ใชค้ �ำถามทีช่ ่วยใหเ้ ด็กอธิบายประสบการณ์ ความร้สู กึ ความคิดของเดก็ ท่ีมีตอ่ หนังสือ
เรื่องทอ่ี ่าน เช่น“ชอบ (ชอ่ื ตัวละคร) ไหม” “ท�ำไมถงึ ชอบ/ไมช่ อบ” หรอื “รู้สึกอย่างไรกบั (ชื่อตวั ละคร)”

       2. 	การเล่าเร่ืองซ้ํา
       การเล่าเรื่องทเ่ี ด็กได้ฟังครอู า่ นซา้ํ ช่วยพัฒนาทกั ษะทางการพูด การอ่านภาพและการเรยี งลำ� ดับ
ความคดิ ทักษะในการเล่าเรอื่ งเกิดจากสภาพแวดล้อมทางภาษา ได้แก่ บทสนทนาทเ่ี ดก็ ไดย้ ิน และเร่อื ง
ราวท่ีเด็กฟัง ดังน้นั การอ่านหนังสือให้เด็กฟังหลายๆ เร่อื ง จะท�ำใหเ้ ดก็ ได้สะสมประสบการณเ์ ดมิ ได้มาก
ท�ำให้เด็กเล่าเร่ืองซํ้าได้อย่างครบถ้วน และเข้าใจความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องเล่ามากขึ้น การที่เด็ก
สามารถเลา่ เรอื่ งโดยมีการเริ่มต้นเร่ือง การด�ำเนนิ เรื่องในตอนกลางเร่ือง และการดำ� เนินเรอื่ งตอนจบเร่อื ง
เปน็ พืน้ ฐานส�ำคัญในการเขยี นของเดก็ ตอ่ ไป ครูอาจช่วยให้เด็กเลา่ เรอื่ งซํา้ ดงั นี้

            1) 	ใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบการเลา่ ทชี่ ว่ ยดงึ ความทรงจ�ำของเดก็ เชน่ ตวั ละครหนุ่ นว้ิ มอื ในเรอื่ ง
แผน่ แมเ่ หลก็ รปู ตวั ละครและฉากในเรอื่ ง ตกุ๊ ตาตวั ละครเดก็ ในเรอื่ ง หรอื หนงั สอื ภาพเรอื่ งทคี่ รอู า่ นออกเสยี ง
ใหฟ้ งั เพ่อื ให้เด็กดูภาพและเล่าเรอื่ งซาํ้ จากการชว่ ยบอกใบข้ องส่งิ ทีเ่ หน็

            2) 	ถามค�ำถามเพอื่ ชว่ ยให้เดก็ เล่าเรอ่ื ง เช่น “เรือ่ งมตี วั ละครอะไรบา้ ง” “ตัวละครท�ำอะไร”
“เกดิ อะไรข้ึนในเร่อื ง” “แล้วเกดิ อะไรขน้ึ ตอ่ จากน้นั ” หรือ “ตอนจบของเรอื่ งเป็นอย่างไร”

       3. 	การเล่นบทบาทสมมติ
       การเลน่ บทบาทสมมตชิ ว่ ยพฒั นาทกั ษะในการพดู และการทำ� ความเขา้ ใจตวั ละคร โดยเดก็ ไดแ้ สดง
บทบาทสมมติเป็นตัวละคร และได้มีประสบการณ์เช่นเดียวกับตัวละคร ท�ำให้เด็กได้ใช้จินตนาการในการ
สวมบทบาทเปน็ ตวั ละคร ไดเ้ ชอื่ มโยงโลกในชวี ติ จรงิ กบั โลกแหง่ จนิ ตนาการ รสู้ กึ สนกุ และเขา้ ใจเรอ่ื งทอ่ี า่ น
มากขนึ้ อกี ทั้งยังตอบสนองความต้องการของเดก็
       4. 	การทัศนศึกษาสถานที่จริงหรือเชิญผู้รู้มาให้ความรู้
       หลังจากอา่ นออกเสยี งให้เดก็ ฟัง ครอู าจพาเด็กไปทัศนศกึ ษาในสถานท่ีจริงในเร่ือง เพื่อใหเ้ ดก็ ได้
มีประสบการณ์ที่เช่ือมโยงเร่ืองราวในหนังสือกับชีวิตจริง เช่น การอ่านหนังสือเกี่ยวกับการปลูกข้าว และ
พาเด็กไปที่นาข้าวจริง หรือเชิญให้ชาวนาเอารวงข้าวจริงมาให้เด็กดู และเล่าเร่ืองการปลูกข้าวให้เด็กฟัง
ท�ำให้เดก็ ไดเ้ รยี นรกู้ ารสรา้ งความเขา้ ใจความหมายของคำ� และฉากในหนงั สอื จากบรบิ ทจริง
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73