Page 57 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 57
การเลา่ เรื่องในภาพยนตร์ 8-47
ต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด และท�ำในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าสภาวะแวดล้อมท่ีเลวร้ายก�ำลังท่ีจะคุกคามตัวเขา เล่าถึง
ความทกุ ขร์ ะทมทฝ่ี า่ ยดไี ดร้ บั จากตวั ละครฝา่ ยรา้ ยหรอื อปุ สรรค ขณะทต่ี วั ละครฝา่ ยรา้ ยนนั้ คอื ความดำ� มดื
อำ� นาจ ความมุ่งร้าย หายนะ หรือความไมเ่ ปน็ ระเบยี บ
ตัวอย่างของภาพยนตร์ที่มีการเล่าเร่ืองในแบบนี้และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ท่ีมีการเล่า
เรื่องในลักษณะน้ี คือ The Birth of a Nation (1915) ของ D.W. Griffith ซึง่ เป็นภาพยนตร์บนั เทิงท่ี
บกุ เบกิ ความยาวในการเลา่ เรอื่ งถงึ 3 ชวั่ โมง เปน็ เรอ่ื งแรก โครงสรา้ งในการเลา่ เรอื่ งนน้ั จะปรากฏคขู่ ดั แยง้
เปน็ คู่ๆ แก่ เหนอื กับใต้ ผวิ ขาวกับผิวสี ผูช้ ายกับผ้หู ญงิ ผมสีบรอนด์ (blond กบั ผมสีนำ�้ ตาล (brunette)
และมเี นอ้ื เรอ่ื งในลกั ษณะของเมโลดรามา่ และเรอื่ งราวกด็ ำ� เนนิ ไปภายใตค้ ขู่ ดั แยง้ ทงั้ คู่ และปญั หาทางดา้ น
อุดมการณ์ การเมอื งและเชอื้ ชาติ
การเล่าเรื่องแบบสมัยใหม่ (modernist narration)
ลกั ษณะของภาพยนตรใ์ นยคุ สมยั ใหมน่ น้ั เจมสส์ นั (Federic Jameson) เหน็ วา่ มลี กั ษณะเชน่ เดยี ว
กับศิลปะในแขนงอ่ืนๆ นั่นคือการมโี ครงสร้างทม่ี สี ไตล์ส่วนบุคคลของศลิ ปนิ ผู้สร้างสรรค์ผลงาน และเรอ่ื ง
ราวท่ีน�ำเสนอจะวางพื้นฐานอยบู่ นการแสดงออกถึงความเจ็บปวดของปัจเจกบคุ คลทีม่ ลี กั ษณะท่เี บีย่ งเบน
ออกไปจากสังคม เช่น ภาพวาดที่เป็นตัวแทนของงานศิลปะในยุคสมัยใหม่ก็คือภาพวาด The Scream
ของ Edward Munch สว่ นผกู้ �ำกบั ทมี่ ีผลงานจดั อยู่ในยุคสมยั ใหม่ อาทิ ออร์สนั เวลล์ (Orsan Wells)
และอลั เฟรด ฮิทซช์ อค (Alfred Hitchchock) ในอเมริกา ฌอง ลคุ โกดาร์ (Jean Luc Godard) และ
ฌอง เรอนัวร์ (Jean Renoir) ในฝร่ังเศส และคานิเยร์ เวอร์เนร์ ฟาสบินเดอ (Ranier Werner
Fassbinder) และวมิ เวนเดอร์ (Wim Wenders) ในเยอรมนี โดยภาพยนตรข์ องผกู้ ำ� กบั เหลา่ นม้ี ลี กั ษณะ
ท่ีแสดงความเป็นตัวตนของผู้ก�ำกับผ่านการจัดองค์ประกอบภาพ (mise-en-scène) และมักปรากฏ
ลายเซ็นของผกู้ �ำกับในสว่ นท้ายสุดของภาพยนตร์
เมอรเ์ ฟท (Murphet, 2005, pp. 55-57) ได้อธบิ ายลักษณะของภาพยนตรใ์ นยุคสมัยใหมไ่ วว้ า่
มีลักษณะท่ีปฏิเสธการเล่าเรื่องแบบคลาสสิกของฮอลลวี ดู โดยมลี ักษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) มีลักษณะรื้อถอนการเล่าเร่ืองท่ีบอกว่าเร่ืองเล่าเกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยาของตัวละครใน
ลกั ษณะของเหตแุ ละผล แตภ่ าพยนตรเ์ หลา่ นจ้ี ะเลา่ ในลกั ษณะทต่ี น้ เหตขุ องเรอื่ งมาจากปจั จยั ทางการเมอื ง
หรอื เปน็ การวพิ ากษ์ประเด็นทางสงั คม
(2) การเล่าเรื่องจะไม่ถูกเล่าจากมุมมองในการเล่าเรื่องเพียงคนเดียวเท่าน้ัน แต่เรื่องอาจถูกเล่า
จากหลายคน หลายแบบ เช่น ในกรณีของภาพยนตร์เรื่อง Citizen Kane (1941) เรื่องเล่าในลักษณะ
อตั ชวี ประวัติก็ถกู เลา่ จากมุมมองของนักหนงั สอื พมิ พท์ ่ที �ำการสืบสาเหตุการตายของเคน
(3) การล�ำดับเรื่องราวไม่เป็นไปตามการล�ำดับการเกิดก่อนหลังของเวลา แต่อาจเล่าเร่ืองใน
ลักษณะทย่ี อ้ นกลับไปกลบั มาระหว่างเร่ืองราวในอดีตกบั เรอ่ื งราวทเี่ กิดขึ้นปัจจบุ นั
(4) การให้ความสำ� คัญกับการจัดองคป์ ระกอบภาพ (mise-en-scène) ในฐานะทถี่ ือว่าเปน็ ส่ิงท่ี
แสดงความเปน็ ตวั ตนเอกลกั ษณข์ องผู้กำ� กับ