Page 52 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 52
8-42 ทฤษฎแี ละการวจิ ารณภ์ าพยนตร์
ในการศกึ ษาความขดั แยง้ ในภาพยนตรน์ นั้ นอกจาการศกึ ษาคน้ ควา้ วา่ ความขดั แยง้ ทนี่ ำ� เสนอนน้ั
เปน็ ความขดั แยง้ ประเภทใดบา้ งระหวา่ งความขดั แยง้ ระหวา่ งคนกบั คน ความขดั แยง้ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในจติ ใจ
ของตัวละคร ความขัดแย้งระหว่างตัวละครกับสังคมหรือธรรมชาติแล้ว งานวิจัยด้านภาพยนตร์ส่วนหนึ่ง
เรมิ่ ตง้ั คำ� ถามในการท�ำหนา้ ทขี่ องปมขดั แยง้ ในเรอ่ื งเลา่ ทนี่ อกเหนอื ไปจากการสรา้ งความบนั เทงิ เชน่ งาน
ของสภุ า จติ ตวิ สรุ ตั น์ (2545) ซงึ่ ทำ� การศกึ ษาการสรา้ งความหมายทางสงั คมและการรบั รคู้ วามเปน็ จรงิ ใน
ภาพยนตรอ์ งิ เรอ่ื งจรงิ พบวา่ ปมขดั แยง้ นนั้ เปน็ องคป์ ระกอบหนง่ึ ทผ่ี สู้ รา้ งใชใ้ นการประกอบสรา้ งความเปน็
จริงในภาพยนตร์ เพื่อร้ือความหมายเดิมและสร้างความหมายใหม่ (Mode of deconstruction and
reconstruction) เพราะปมขดั แยง้ นน้ั เปน็ องคป์ ระกอบสำ� คญั ทจ่ี ะผลกั ดนั ใหเ้ กดิ การพฒั นาเหตกุ ารณเ์ รอื่ ง
ราวต่างๆ ตามมา แม้เรื่องเล่าอาจจะเป็นเร่ืองเดียว แต่ผู้สร้างสามารถที่จะสร้างปมขัดแย้งในเรื่องเล่า
แตกตา่ งกนั ออกไป เชน่ เรอ่ื ง แมน่ าค ในอดตี นน้ั สอื่ ภาพยนตรห์ รอื สอื่ ละครกด็ ี มกั เลา่ ใหเ้ ปน็ ความขดั แยง้
ระหว่างคนกับผีแม่นาค แต่ในภาพยนตร์เรื่อง นางนาก ได้สร้างปมขัดแย้งข้ึนมาใหม่เป็น “นางนากกับ
ความตาย” (คนกับธรรมชาต)ิ ซึง่ ความขัดแย้งสามารถคลีค่ ลายลงได้ในท่ีสุดเมอ่ื นางนากเกิดความเขา้ ใจ
และยอมรบั ในธรรมชาตชิ องมนษุ ยว์ า่ เราไมส่ ามารถหลกี หนคี วามตายพน้ หรอื ในงานของขจติ ขวญั กจิ วสิ าละ
(2553) ซง่ึ ศกึ ษาความหมายของการขดั ขนื อำ� นาจของสงั คมผา่ นการเลา่ เรอื่ งในภาพยนตรไ์ ทยกไ็ ดอ้ ธบิ าย
ถึงกลยุทธ์หน่ึงที่ใช้ในการครอบง�ำอุดมการณ์หลักนั่นคือ การไม่บอกคู่ขัดแย้ง/ศัตรูที่แท้จริง บิดเบือนให้
ผู้ที่น่าจะเป็นศัตรูท่ีแท้จริงกลายเป็นผู้มีพระคุณท่ีตัวละครต้องทดแทนพระคุณหรือมิตร นอกจากนี้ยังอาจ
ลดทอนระดบั ปญั หาทต่ี วั ละครเผชญิ ใหเ้ ปน็ ความขดั แยง้ ภายในจติ ใจตวั เองหรอื ความขดั แยง้ ระหวา่ งปจั เจก
กับปจั เจก มากกว่าทจี่ ะเล่าวา่ เป็นความขดั แย้งระหวา่ งปัจเจกกบั โครงสร้างสังคม
เทคนิคภาพ
กล้องในทรรศนะของมเิ ชล ฟูโกต์ (Michael Foucault) น้นั ถือวา่ เป็นเทคโนโลยที างอำ� นาจทีใ่ ช้
ในการจับจอ้ ง (gaze) และใหค้ วามหมายกับสง่ิ ตา่ งๆ ดังนั้นการใช้กล้องจบั ภาพ การใชเ้ ทคนิคทางภาพ
ในรปู แบบตา่ งๆ จงึ เทา่ กบั เปน็ การใชอ้ ำ� นาจในการใสค่ วามหมายหรอื อดุ มการณท์ างสงั คมบางอยา่ งเขา้ ไป
ในการน�ำเสนอ เช่น การเลือกท่ีจะจบั ภาพอะไร และไม่จบั ภาพอะไร การใชม้ ุมกล้อง มุมต่าํ มุมสงู การใช้
ขนาดภาพ การเลอื กใช้แสง การตัดตอ่ ภาพ
องคป์ ระกอบนถ้ี อื เปน็ องคป์ ระกอบสำ� คญั ในการเลา่ เรอ่ื งในสอื่ ภาพยนตรท์ อี่ าจไมพ่ บในสอื่ รปู แบบ
อน่ื ดงั เชน่ ทเี่ มอรเ์ ฟต (Murphet, 2005, pp. 47-48) ไดแ้ สดงความเหน็ วา่ เครอ่ื งมอื ส�ำคญั ในการเลา่ เรอื่ ง
ในภาพยนตร์ ไดแ้ ก่ การจัดองค์ประกอบภาพและการตดั ตอ่
หนังสือท่ีอธิบายเทคนิคทางด้านภาพมักจะอธิบายในประเด็นว่าการใช้ภาพ ใช้มุมกล้อง การจัด
องค์ประกอบภาพเชน่ นี้จะใหค้ วามรสู้ ึกเช่นไรกบั ผ้ชู ม แตม่ กั จะไมไ่ ดอ้ ธบิ ายถงึ ความหมายทีซ่ ่อนอยใู่ นน้นั
เบอรเ์ กอร์ (Arthur Asa Berger) ได้ให้ค�ำอธิบายถงึ การส่อื ความหมายของเทคนิคทางภาพทง้ั
ขนาดภาพและการตดั ตอ่ ทใ่ี ชใ้ นสอื่ โทรทศั นไ์ ว้ ซง่ึ ในทนี่ จี้ ะนำ� มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั การวเิ คราะหเ์ ทคนคิ ทางภาพ
ของภาพยนตรไ์ ว้ดังน้ี