Page 34 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 34

6-24 กลยทุ ธ์การประชาสมั พนั ธ์
                 1) เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารชว่ ยเหลอื สงั คม เปน็ การดำ� เนนิ งานสงเคราะหผ์ ปู้ ระสบภยั ตา่ งๆ และ

ผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เช่น การช่วยเหลือให้ ทรัพย์ สิ่งของ แก่ผู้ประสบภัยของมูลนิธิราชประชา-
นเุ คราะห์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ เชน่ กรณพี ายพุ ดั บา้ นเรอื นเสยี หาย นา้ํ ทว่ ม เปน็ ตน้ มลู นธิ อิ าสาเพอ่ื นพง่ึ
(ภาฯ) มลู นธิ ปิ อเตก็ ตง้ึ มลู นธิ ริ ว่ มกตญั ญู และอกี หลายองคก์ าร เปน็ ตน้ การแกป้ ญั หาชมุ ความแออดั และ
ยากจนในชุมชนคลองเตยของมลู นธิ ดิ วงประทีป การใหก้ ารอุปการะแก่เดก็ ก�ำพรา้ ของมลู นธิ นิ ิมิตใหม่เพือ่
ชวี ิต มลู นธิ สิ รา้ งสรรคเ์ ดก็ มลู นธิ ิบ้านนกขมิ้น สหทยั มลู นิธิ เปน็ ต้น

                 2) เพ่ือยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของสังคม คอื การรณรงค์ใหป้ ระชาชนทราบ
ความจำ� เปน็ ในการปรบั ปรงุ ตนเองในประเดน็ ใดประเดน็ หนงึ่ เชน่ การรณรงคร์ กั ษาความสะอาดของสมาคม
สรา้ งสรรคไ์ ทย (ตาวเิ ศษ) การวางแผนครอบครวั เพอื่ ลดจำ� นวนประชากรของสมาคมการวางแผนครอบครวั
แหง่ ประเทศไทย เป็นต้น

                 3) เพ่ือวัตถุประสงค์ด้านศาสนา ตวั อยา่ งเชน่ มลู นิธเิ ผยแพร่พระพทุ ธศาสนาแกช่ น
ถ่นิ กนั ดาร ครสิ ตจกั รความหวงั ใหม่ มลู นิธิรศั มแี หง่ ธรรม มลู นธิ ิเครอื ขา่ ยพุทธกิ า เปน็ ต้น

                 4) เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านสาธารณสุข ตัวอย่างเช่น การขอรับบริจาคโลหิตของ
สภากาชาดไทย การใหบ้ ริการด้านการแพทยแ์ กป่ ระชาชนในถนิ่ ทรุ กันดารของมูลนธิ แิ พทยอ์ าสาสมเด็จ-
พระศรีนครินทราบรมราชชนนี การให้ความรู้เก่ียวกับการดูแลสุขภาพของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่ง
ประเทศไทย เป็นต้น

                 5) เพ่ือวัตถุประสงค์ทางด้านการศึกษา เปน็ การจดั ตง้ั องคก์ ารเพอ่ื ดำ� เนนิ การสง่ เสรมิ
สนับสนุนให้ทุนการศึกษา การค้นคว้าวิจัยซึ่งจะท�ำให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการในสาขาต่างๆ
เช่น มูลนธิ ิอานนั ทมหดิ ล มูลนธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม มูลนธิ กิ องทุนการศึกษาเพ่ือการพัฒนา
มลู นธิ ิการศกึ ษาเพื่อโลกสเี ขยี ว เป็นต้น

       1.2 	องค์การไม่แสวงหาก�ำไรประเภทองค์การวิชาชีพ หรือสมาคมวิชาชีพ เกดิ จากการรวมกลมุ่
ของกลุ่มบุคคลที่มีความเห็น อุดมการณ์ หรือผลประโยชน์คล้ายคลึงกัน มารวมกลุ่มกันก่อต้ังเป็นชมรม
หรอื สมาคมโดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ประโยชนข์ องสมาชกิ ขององคก์ ารและสาธารณชนสว่ นรวม มกี ารดำ� เนนิ งาน
อยา่ งมรี ะเบยี บแบบแผน รวมทง้ั มกี ารดำ� เนนิ กจิ กรรมตา่ งๆ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ลกั ษณะทส่ี ำ� คญั คอื เปน็ องคก์ าร
ท่ีไมค่ ้าก�ำไร

            1.2.1	 ด้านรูปแบบ แบง่ ออกเปน็ 2 รปู แบบ คือ 1) สมาคมการคา้ 2) สมาคมวิชาชีพ
                 1) สมาคมการค้า เป็นองค์การทีเ่ กิดขน้ึ จากการรวมกล่มุ ของบรษิ ทั หา้ งรา้ น โรงงาน

ทเ่ี ป็นสถาบนั เอกชนที่มีสนิ คา้ หรือบรกิ ารท่ีคล้ายคลงึ กันหรือใกลเ้ คียงกัน มารว่ มมอื กันเพ่อื ท่จี ะสนบั สนนุ
ใหก้ ิจการของตนสามารถด�ำเนินไปได้ด้วยความราบรน่ื มคี วามกา้ วหน้า และมปี ระสทิ ธภิ าพ สมาชิกของ
สมาคมการคา้ จะไมอ่ ยใู่ นรปู ของบคุ คลแตจ่ ะเป็นบรษิ ัท หา้ งร้าน หรอื สถาบัน เช่น สมาคมเครอ่ื งหนงั ไทย
สมาคมธนาคารไทย สมาคมประกันชวี ิตไทย สมาคมพ่อค้าทองคำ� เป็นต้น

                 2) สมาคมวิชาชีพ เป็นองคก์ ารทีเ่ กดิ ข้นึ จากการรวมกลมุ่ ของบุคคลในวงการวิชาชพี
ตา่ งๆ โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื พฒั นาวทิ ยาการความก้าวหน้าของบคุ คลในแวดวงวิชาชพี เดยี วกัน สมาชกิ
ของสมาคมวิชาชีพมีลักษณะท่ีตรงกันข้ามกับสมาคมการค้า คือ สมาชิกจะเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ บริษัท
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39