Page 29 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 29

กลยุทธ์การประชาสมั พนั ธ์ขององคก์ ารไม่แสวงหากำ�ไร 6-19
สัมพันธ์อันดีระหว่างองค์การฯ กับประชาชน การรับฟังข้อคิดเห็นส่ิงที่ประชาชนต้องการมายังองค์การ
และน�ำมาวิเคราะห์เพ่ือวางแผนโครงการต่างๆ จึงกล่าวได้ว่าบทบาทการประชาสัมพันธ์ที่มีต่อองค์การ
ไมแ่ สวงหากำ� ไรมอี ย่างกวา้ งขวางในหลายด้าน ซึ่งจะไดก้ ลา่ วในรายละเอยี ดตอ่ ไปในตอนที่ 6.2.

4. 	 บทบาทขององค์การไม่แสวงหาก�ำไร

       จากพัฒนาการขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรในประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนานนับร้อยๆ ปี
พบว่าบทบาทขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรเริ่มจากแวดวงด้านศาสนาโดยเน้นการให้การสงเคราะห์แก่ผู้ที่
ประสบภัย ผู้ยากไร้ ในรัชกาลที่ 5 องค์การไม่แสวงหาก�ำไรมีการก่อต้ังเป็นรูปร่างองค์การที่ชัดเจน ซึ่ง
สถาบันกษัตริย์และชนชั้นสูงมีบทบาทอย่างมาก อย่างไรก็ดีการด�ำเนินกิจกรรมยังคงเน้นบทบาทในด้าน
การให้การสงเคราะห์เป็นหลัก ต่อมาประเทศไทยมีการพัฒนาประเทศตามแนวทางทุนนิยมได้ท�ำให้เกิด
ปญั หาหลายประการ ดงั น้ันบทบาทขององคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรจงึ ขยายขอบเขตไปส่งู านด้านการพฒั นา
และในยุคปัจจุบันบทบาทขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรมีหลากหลายมาก เน่ืองจากผลกระทบของปัจจัย
ทั้งในและภายนอกประเทศส่งผลให้สังคมเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น
การศกึ ษาการสาธารณูปโภค การพฒั นาคณุ ภาพชีวติ การยกระดบั มาตรฐานความเปน็ อยู่ของประชาชน
เปน็ ตน้ แตใ่ นขณะเดยี วกนั ความเจรญิ ทางวตั ถกุ เ็ ปน็ ตน้ เหตขุ องปญั หานานปั การดว้ ยเชน่ กนั ตวั อยา่ งเชน่
ปัญหาขยะพลาสติก ปัญหาน้ําเสียท่ีโรงงานปล่อยลงสู่แม่นํ้าล�ำธาร ปัญหาการตัดไม้ท�ำลายป่า ปัญหา
สาธารณสุข เช่น ความเลื่อมล้ําของมาตรฐานทางการแพทย์ในชนบท การให้บริการด้านสาธารณสุขท่ี
ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีปัญหาความเล่ือมล้ําทางสังคม การเกิดแหล่งชุมชนแออัด การใช้แรงงานเด็ก
เป็นต้น ปัญหาเหล่าน้ีภาครัฐไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ
ดังนั้น ในระยะหลังนี้จะพบอัตราการเพ่ิมขึ้นขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรควบคู่ไปกับบทบาทท่ีทวีมาก
ย่งิ ข้ึน จากการส�ำรวจสถิตอิ งคก์ ารเอกชนทไ่ี มแ่ สวงหากำ� ไรของสำ� นกั งานสถติ แิ ห่งชาติ ซ่งึ จดั ทำ� ข้ึนทกุ ๆ
5 ปี ได้แสดงอตั ราการเพิ่มขึ้นขององคก์ ารไม่แสวงหากำ� ไรให้เห็นอย่างชัดเจน โดย พ.ศ. 2556 จ�ำนวน
องค์การเอกชนท่ีไม่แสวงหาก�ำไรทั่วประเทศ มีประมาณ 76,685 แห่ง อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มากที่สุด คือ มีจ�ำนวน 23,928 แห่ง ในขณะที่ พ.ศ. 2561 จ�ำนวนองค์การเอกชนท่ีไม่แสวงหาก�ำไร
ทั่วประเทศเพ่ิมจ�ำนวนมากขึ้น โดยมีจ�ำนวนประมาณ 84,099 แห่ง ซ่ึงในจ�ำนวนนี้มีองค์การฯที่อยู่ใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจ�ำนวน 27,713 แห่ง (ร้อยละ 32.2) ถือเป็นสัดส่วนท่ีมากที่สุด ซึ่งอัตรา
การเปลย่ี นแปลงจำ� นวนองคก์ ารฯ เปรยี บเทยี บ พ.ศ. 2561 กบั พ.ศ. 2556 พบวา่ มจี ำ� นวนองคก์ ารฯ เพม่ิ ขนึ้
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 9.7 ซง่ึ เพมิ่ ขนึ้ ในทกุ ภาค ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มสี ดั สว่ นเพม่ิ ขนึ้ มากทส่ี ดุ รอ้ ยละ 13.3
รองลงมาเปน็ องคก์ ารฯ ทต่ี งั้ อยใู่ นภาคเหนอื เพมิ่ ขนึ้ รอ้ ยละ 12.1 ดา้ นประเภทขององคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไร
จากสถิติรายงานว่ามีองค์การศาสนา มีจ�ำนวนมากท่ีสุดคิดเป็นร้อยละ 57.4 รองลงมา คือ องค์การท่ี
ด�ำเนินกิจการหลักเกยี่ วกบั การบริการสังคมสงเคราะห์ ร้อยละ 31.3 สมาคมการค้า หอการค้า ร้อยละ 4.2
องค์การท่ีเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ร้อยละ 4.0 และสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน สหแรงงาน
รัฐวิสาหกจิ รอ้ ยละ 2.1 6. และองคก์ ารประเภทอ่ืนๆ ร้อยละ 1.0 (ส�ำนกั งานสถติ แิ หง่ ชาต,ิ จาก www.
nso.go.th, สืบคน้ เมื่อ 5 กรกฎาคม 2562)
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34