Page 24 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 24

6-14 กลยุทธก์ ารประชาสมั พนั ธ์
                 2) อทิ ธพิ ลของตะวันตก ปรากฏชดั เจนในสมยั รชั กาลที่ 5 ประเทศไทยได้รับอิทธิพล

จากตะวันตกเป็นอย่างมาก เห็นได้จากบทบาทของคณะมิชชั่นนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาและด�ำเนิน
กิจกรรมด้านการสงเคราะห์อย่างกว้างขวาง มีการตั้งโรงเรียนหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
เชน่ รร. กรุงเทพครสิ เตยี น รร.วัฒนาวทิ ยาลัย รร.ปรนิ สร์ อยแยลส์วทิ ยาลยั เป็นต้น ดา้ นการสาธารณสขุ
มีการริเร่ิมการรักษาแบบตะวันตก เช่น การรักษาโรคอหิวาต์ โรคไข้มาลาเรีย โรคฝีดาษ มีการก่อสร้าง
โรงพยาบาลขน้ึ หลายแห่ง เช่น พ.ศ. 2430 นพ. เจมส์ ดบั บริวส์ เมคเคน ได้ตงั้ สถาบันเมคเคนเพ่ือรักษา
โรคเรื้อนท่ีจังหวัดเชียงใหม่ คณะมิชชันนารีที่เข้ามามีจ�ำนวนมากแต่ที่มีชื่อเสียง คือ หมอบรัดเลย์ ซ่ึง
ไดน้ ำ� วธิ ปี อ้ งกนั ไขท้ รพษิ เขา้ มาใช้ และยงั เปน็ คนแรกทที่ ำ� การถา่ ยเลอื ด อกี คนคอื นายแพทยเ์ ฮาส์ ผปู้ ระสบ
ความส�ำเร็จในการให้ยาระงับความรู้สึกในการผ่าตัดเป็นคร้ังแรกๆ ในทวีปเอเชีย งานอาสาสมัครใน
ช่วงแรกๆ น้จี งึ กล่าวไดว้ ่าคณะมชิ ช่นั นารมี บี ทบาทอยา่ งมาก ซึง่ ตอ่ มา พ.ศ. 2500 รฐั บาลไทยไดใ้ ห้การ
รับรองแก่สภาครสิ ตจักรประเทศไทยเปน็ องคก์ รอิสระองคก์ รแรก (ธชั นี นุชสวาท, 2548, น. 42)

                 3) อิทธพิ ลของจีน ในสมัยรัชกาลท่ี 3 กลมุ่ อั้งยมี่ อี ิทธพิ ลอยา่ งมากมีการรวมกลุ่มกัน
เพอื่ คมุ้ ครองชาวจนี ตอ่ มามกี ารจดั ตงั้ เปน็ สมาคมตา่ งๆ เชน่ สมาคมแซ่ หรอื สมาคมภาษา บทบาทองคก์ ร
ชาวจีนยุคแรก คือ การช่วยเหลือกันเพราะไม่สามารถพึ่งพารัฐได้ สมาคมชาวจีนขยายตัวมากในช่วง
สงครามโลกครั้งท่ีสอง และเม่ือรัฐบาลมีแนวทางพัฒนาประเทศสู่ระบบทุนนิยมคนไทยเช้ือสายจีนก็กลาย
เปน็ กลมุ่ ทม่ี บี ทบาทสำ� คญั โดยพบวา่ บทบาทของสมาคมแซ่ สมาคมภาษาลดลง ในขณะทส่ี มาคมพาณชิ ย์
ท่ีกอ่ ตั้งภายหลงั มีบทบาทมากขึ้น

            ประการท่ีสองอิทธิพลด้านการปกครอง นอกจากอทิ ธพิ ลดา้ นวัฒนธรรม อทิ ธพิ ลด้านการ
ปกครองนับเป็นอทิ ธิพลส�ำคญั อกี ประการทส่ี ง่ ผลต่อพัฒนาการขององคก์ ารไม่แสวงหากำ� ไร ในยุคเริม่ ต้น
พัฒนาการขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรน้ันภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหา-
กษัตริย์ทรงมีฐานะเป็นประมุขเป็นศูนย์รวมของประเทศ กิจกรรมสาธารณกุศลส่วนใหญ่จึงด�ำเนินโดย
ชนชน้ั สงู ในสงั คม สถาบนั กษตั รยิ แ์ ละเชอื้ พระวงศ์ ชนชนั้ สงู มบี ทบาทสำ� คญั ตอ่ การจดั ตงั้ องคก์ ารไมแ่ สวงหา
ก�ำไรซ่ึงเป็นไปตามความเชื่อของศาสนาพุทธที่ว่าการสงเคราะห์หรือการให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศล
ในสมัยรัชกาลท่ี 5 ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) สถาบันกษัตริย์ได้จัดต้ัง “สภาอุณาโลมแดง” เพื่อช่วยเหลือ
ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตจากกรณีพิพาทดินแดนริมฝั่งแม่น้ําโขงระหว่างประเทศไทยกับประเทศ
ฝร่ังเศส ในปจั จุบัน คือ “สภากาชาดไทย” นอกจากนี้ พ.ศ. 2447 พระวมิ าดาเธอกรมพระสุทธาสินนี าฎ
ทรงบรจิ าคทรพั ยเ์ พอ่ื สรา้ งโรงเลย้ี งเดก็ อนาถาขน้ึ ทต่ี ำ� บลสวนมะลขิ นึ้ เปน็ แหง่ แรกในประเทศไทยดว้ ย และ
พ.ศ. 2477 รชั กาลท่ี 5 และขา้ ราชบรพิ าร ไดก้ อ่ ตงั้ สยามสมาคมในพระราชนิ ปู ถมั ภข์ น้ึ เพอ่ื จดั ทำ� หอ้ งสมดุ
พิพธิ ภณั ฑ์ และเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน

       3.2 	ยคุ เปลยี่ นผา่ นเขา้ สกู่ ารพฒั นา (พ.ศ. 2475-เรม่ิ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ พ.ศ.
2504) ชว่ งเวลาหลงั จากการเปลยี่ นแปลงการปกครองจนถงึ กอ่ นการมแี ผนพฒั นาฯ ฉบบั แรก (พ.ศ. 2504)
ในยุคนี้เริ่มมีการจัดตั้งองค์กรพัฒนามากขึ้น โดยไม่ได้มีเพียงองค์การด้านศาสนา แต่มีองค์การที่มี
วัตถุประสงคท์ ่นี อกเหนือไปจากการสงเคราะห์ เชน่ การก่อตัง้ สมาคมสตรไี ทยสยามขึ้น พ.ศ. 2475 เพื่อ
ความเสมอภาคทางการศึกษา การแต่งงาน และสวัสดิการคนงาน พ.ศ. 2486 ท่านผู้หญิงละเอียด
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29