Page 25 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 25
กลยุทธ์การประชาสมั พนั ธ์ขององค์การไม่แสวงหากำ�ไร 6-15
พบิ ลู สงคราม ไดก้ อ่ ตง้ั สโมสรวฒั นธรรมหญงิ ซง่ึ มสี าขาทวั่ ประเทศขน้ึ เพอื่ สง่ เสรมิ กจิ กรรมทางสงั คม และ
วฒั นธรรมระหวา่ งสมาชกิ และทำ� งานสงั คมสงเคราะห์ ตอ่ มารวมตวั กนั เปน็ สภาสตรแี หง่ ชาติ นอกจากนนั้
ยังมีการก่อต้ังมูลนิธิปอเต็กต้ึง พ.ศ. 2480 และ พ.ศ. 2491 มีการก่อตั้งสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่ง
ประเทศไทยของกลมุ่ นสิ ติ เกา่ จฟุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั เพอ่ื แลกเปลย่ี นความรู้ และใชค้ วามรทู้ �ำประโยชน์
ใหส้ ว่ นรวม หลงั จากนน้ั เรมิ่ มอี งคก์ ารตา่ งประเทศเขา้ มาจดั ตงั้ องคก์ รพฒั นาเอกชนมากขน้ึ เชน่ The World
Association of Girl Guides Girl Scouts ได้ก่อต้ังสมาคมผู้บ�ำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยข้ึน
ในปี พ.ศ. 2501 กล่าวได้ว่าในยุคเปลี่ยนผ่านน้ีองค์การไม่แสวงหาก�ำไรเกิดการขยายตัวเพ่ิมมากข้ึนจาก
องค์การด้านศาสนา มีการรวมกลุม่ ดา้ นวัฒนธรรม กจิ กรรมดา้ นสโมสร การรวมกลุ่มสังสรรค์ แต่บทบาท
หลักยังคงเป็นเรื่องของกจิ กรรมการสังคมสงเคราะหแ์ ละบรรเทาทุกขเ์ ป็นหลกั เช่น น้ําทว่ ม ไฟไหม้ ไม่มี
กจิ กรรมการพฒั นาชมุ ชน และปราศจากการเกย่ี วขอ้ งกบั การเมอื งอยา่ งแทจ้ รงิ (อมรา พงศาพชิ ญ,์ 2534,
น. 15)
3.3 ยุคการพัฒนาประเทศตามแนวทุนนิยม (พ.ศ. 2504-2526) ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่กระแส
การพฒั นา หรอื ทอ่ี งคก์ ารสหประชาชาตเิ รยี กวา่ “ทศวรรษแหง่ การพัฒนา” ตง้ั แต่ พ.ศ. 2502 ชว่ งเวลา
นี้รัฐบาลได้จัดการประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรพัฒนา และต้ังเป็นสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
ข้ึน นอกจากน้ีประเทศไทยเริ่มได้รับความช่วยเหลือด้านอาสาสมัครจากต่างประเทศ เร่ิมต้นจากประเทศ
อังกฤษเข้ามา พ.ศ. 2504 หลังจากนั้นมีอาสาสมัครจากประเทศอเมริกา นิวซีแลนด์ และญ่ีปุ่นเข้ามาให้
ความช่วยเหลือ (พิสมัย บนบดี, 2527 อ้างถึง อมรา พงศาพิชญ์, 2534 น. 15) ในยุคนี้การพัฒนามี
เครื่องมือส�ำคญั คอื แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ซง่ึ แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2504-2508)
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534) มุ่งเน้นเศรษฐกิจทุนนิยม ซ่ึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจสูงเฉลี่ยร้อยละ 7 ต่อปี (ธ�ำรง อุดมไพจิตรกุล, 2543) แต่จากการพัฒนาตามแผนพัฒนา
ฉบับท่ี 1 เร่ิมปรากฏเค้ารางของปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาภาคชนบทท่ีเติบโตอย่างไร้ทิศทาง
และไม่เป็นธรรม ท�ำให้เกิดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท ดังน้ันในปี พ.ศ. 2510 ดร.ป๋วย อ้ึงภากรณ์
ซึ่งขณะนั้นด�ำรงต�ำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ จึงได้ริเร่ิมแนวคิดการพัฒนาชนบท โดยจัดท�ำโครงการบูรณะชนบท โครงการบัณฑิต
อาสาสมคั ร โครงการพฒั นาลมุ่ แมน่ าํ้ แมก่ ลอง และไดก้ อ่ ตงั้ มลู นธิ บิ รู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทยในพระบรม
ราชูปถัมภ์ ท่ีจังหวัดชัยนาท โดยมีสโลแกน คือ “ไปสู่ อยู่ด้วย ช่วยคิด จิตประสาน” เพื่อท่ีจะส่งเสริม
คณุ ภาพชวี ติ และองคก์ รประชาชนในชนบท กลา่ วไดว้ า่ มลู นธิ บิ รู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทยฯ เปน็ องคก์ าร
พัฒนาเอกชนท่ีปฏิบัติการพัฒนาชนบทแห่งแรกในประเทศไทย นับเป็นพ้ืนฐานส�ำคัญของงานพัฒนาใน
ชว่ งตอ่ มา (คณะกรรมการประสานงานองคก์ รเอกชนพฒั นาชนบท, 2562, สบื คน้ เมอ่ื 5 กรกฏาคม 2562,
จาก www.thaicivilsociety.com, อาจกลา่ วไดว้ า่ มลู นธิ บิ รู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทยฯ เปน็ องคก์ ารแรก
ทมี่ วี ตั ถปุ ระสงคก์ ารท�ำงานดา้ นพฒั นา องคก์ ารไมแ่ สวงหาก�ำไรในชว่ งเวลานย้ี งั มจี �ำนวนนอ้ ยและขยายตวั
ได้ไม่เร็วนกั บทบาทยงั คงเปน็ ด้านการสังคมสงเคราะห์แตเ่ ริ่มมอี งค์การฯทีม่ ีแนวคิดดา้ นการพฒั นา โดย
การยกระดับพืน้ ฐานของประชาชนเกดิ ข้นึ (สงวน นติ ยารมั ภพ์ งศ์ และสุรพล มุดาลา, 2544, น. 61)

