Page 22 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 22

6-12 กลยุทธก์ ารประชาสมั พนั ธ์
เพมิ่ ขึ้นอยา่ งรวดเร็ว โดยมีจ�ำนวนถงึ 750,000 แหง่ (Cutlip, Center & Broom, 2006) และจากการ
สำ� รวจเมอ่ื ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) National Center for Charitable Statistics/NCCS ไดร้ ายงานวา่
จำ� นวนองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรทขี่ น้ึ ทะเบยี นกบั กรมสรรพากรแหง่ สหรฐั อเมรกิ า หรอื Internal Revernue
Service (IRS) มจี ำ� นวน 1.5 ลา้ นแห่ง เพิม่ ขน้ึ จากปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) รอ้ ยละ 10.4 โดยปี ค.ศ.
2005 มอี งคก์ ารไมแ่ สวงหาก�ำไรทขี่ ้ึนทะเบียนไวเ้ ป็นจ�ำนวน 1.4 ลา้ นแห่ง (อา้ งถงึ ใน National Center
for Charitable Statistics, 2019 จาก http://nccs.urban.org, สบื คน้ เมื่อ 5 กรกฎาคม 2562) องคก์ าร
พัฒนาเอกชนของสหรัฐอเมริการุ่นบุกเบิกท่ีมีลักษณะองค์กรเอกชนไม่แสวงหาก�ำไรอย่างเป็นทางการ
เริ่มจากการรวมตัวของชาวเทนเนสซี ที่เป็นองค์กรเครือข่ายสามัญชนท่ีท�ำงานด้านส่ิงแวดล้อมคัดค้าน
หน่วยงานของรัฐท่ีมีช่ือว่า Tennessey Valley Authority/TVA จากผลส�ำเร็จในการคัดค้านดังกล่าว
ท�ำให้องค์กรพัฒนาเอกชนขยายตัวเพ่ิมข้ึนเพื่อตรวจสอบการด�ำเนินการโครงการต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐ
(เฉลิมพล ไวทยางกูร, 2560 จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/641520, สืบคน้
เมอ่ื 5 กรกฎาคม 2562) และตอ่ มาองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรมกี ารขยายบทบาทการทำ� งานในดา้ นอนื่ อยา่ ง
กวา้ งขวาง ดา้ นเชน่ ด้านการศกึ ษา ดา้ นการสาธารณสขุ ดา้ นแรงงาน ด้านวัฒนธรรม เปน็ ตน้ ในระยะ
แรกภาพลักษณ์ขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรในสายตาของประชาชนอเมริกันมีภาพลักษณ์ที่ดีเน่ืองจาก
ท�ำงานในด้านที่เก่ียวข้องกับการให้ความช่วยเหลือให้การสงเคราะห์ต่างๆ อย่างไรก็ดี ในระยะหลังๆ นี้
ประชาชนเรมิ่ ตง้ั ขอ้ สงสยั เกยี่ วกบั ความโปรง่ ใสของการดำ� เนนิ งานองคก์ าร เชน่ การใชเ้ งนิ บรจิ าคของโบสถ์
การคิดค่าบริการท่ีแพงของโรงพยาบาล การไม่ชี้แจงรายรับรายจา่ ยของสถาบันการศึกษา เป็นตน้

       ด้านสถานการณ์โดยทั่วไปขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรในประเทศสหรัฐอเมริกามีดังน้ี (Scott
M.Cutlip, Center & Broom, 2006)

       1. องค์การไม่แสวงหาก�ำไรมีบทบาทหน้าที่ในการให้บริการแก่ประชาชนเพิ่มข้ึนแทนที่ภาครัฐ
เนอื่ งจากภาครฐั ขาดแคลนงบประมาณ ตอ้ งจดั หาสวสั ดกิ ารตา่ งๆ เชน่ สวสั ดกิ ารแกค่ นวา่ งงาน โรงพยาบาล
การศึกษา จึงท�ำให้งบประมาณไม่เพียงพอ ดังนั้น องค์การไม่แสวงหาก�ำไรจึงเข้ามามีบทบาทในส่วนที่
ภาครัฐไมส่ ามารถใหบ้ ริการได้อย่างทั่วถึง

       2. การแขง่ ขนั ระหวา่ งองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรเพม่ิ สงู ขน้ึ จากจำ� นวนองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรทม่ี ี
จ�ำนวนเพิ่มมากข้ึน ท�ำให้องค์การแต่ละแห่งต้องเพ่ิมความพยายามในการหาทรัพยากรทั้งการหารายได้
ทรัพยากร และอาสาสมคั ร

       3. การขาดความเชอื่ ถอื ในองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไร องคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรทขี่ น้ึ ทะเบยี นกบั กรม
สรรพากรจะไดร้ บั การยกเวน้ การเกบ็ ภาษจี ากรฐั ดงั นน้ั ประชาชนจงึ ตง้ั ขอ้ สงสยั เกย่ี วกบั การกอ่ ตง้ั องคก์ าร
ว่าเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชน์สาธารณะหรือมีจดุ ประสงค์เพ่อื ต้องการการหลีกเลีย่ งภาษี

       4. การมีค่าใช้จ่ายที่เพ่ิมสูงขึ้นและการหางบประมาณยากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและ
จำ� นวนองคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรทเี่ พมิ่ มากขนึ้ ทำ� ใหก้ ารหารายไดข้ ององคก์ ารไมแ่ สวงหากำ� ไรเปน็ ไปอยา่ ง
ล�ำบากมากขึ้น
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27