Page 26 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 26

6-16 กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พนั ธ์
       ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทางการเมือง 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516 เป็นชว่ งกระแสประชาธิปไตยผลิบาน

บทบาทองค์การไม่แสวงหาก�ำไรจึงมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น การเป็นปากเสียงเรียกร้องค่าแรง
ขน้ั ตา่ํ ราคาพชื ผลแทนผดู้ อ้ ยโอกาส การวพิ ากษว์ จิ ารณร์ ฐั บาล การมสี ว่ นในการพฒั นาประชาธปิ ไตยดว้ ย
การส่งอาสาสมัครไปอบรมกระบวนการทางประชาธิปไตยในท้องถิ่น การรณรงค์เร่ืองสิทธิมนุษยชน การ
สง่ เสรมิ การรวมกลมุ่ เพอ่ื รกั ษาสทิ ธผิ ลประโยชน์ เปน็ ตน้ อยา่ งไรกด็ จี ากเหตกุ ารณท์ างการเมอื ง 6 ตลุ าคม
2519 องคก์ รพฒั นาถกู รฐั บาลเพง่ เลง็ ทำ� ใหต้ อ้ งหยดุ การทำ� งานไประยะหนง่ึ จนกระทงั่ พ.ศ. 2522 รฐั บาล
มีนโยบายลดความขัดแย้งทางการเมืองและมีการให้เงินสนับสนุนมูลนิธิดวงประทีปซึ่งเป็นองค์การ
ไม่แสวงหาก�ำไรท่ีท�ำงานในชุมชนเมือง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบาย 66/2523 สร้างบรรยากาศ
ประชาธิปไตยส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง องค์การไม่แสวงหาก�ำไรที่ท�ำงานด้านการพัฒนาจึง
เร่ิมมีบทบาทอีกครั้ง บทบาทขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรจึงได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศทางการเมือง
อย่างมาก

       3.4 	ยุคการประสานเครือข่าย (พ.ศ. 2527-2533) เป็นช่วงท่ีองค์การไม่แสวงหาก�ำไรขยายตัว
เพ่มิ มากข้นึ ไดร้ ับการสนับสนนุ ดา้ นเงินทุนจากรฐั บาลแคนาดา และ พ.ศ. 2539 โครงการ DANCED
ของประเทศเดนมาร์กให้เงินสนับสนุน 62.5 ล้านบาท (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, จาก
https://tdri.or.th/2012/09/wb55/, สบื คน้ เมอ่ื 5 กรกฎาคม 2562) เพอ่ื ดาํ เนนิ โครงการจดั การทรพั ยากร
ธรรมชาติอย่างยั่งยืนท�ำให้เกิดเครือข่ายการอนุรักษ์ธรรมชาติขึ้น องค์กรพัฒนาเอกชนท่ีเกิดข้ึนในช่วงน้ี
เชน่ ศุนยข์ ่าวผหู้ ญงิ ซึ่งตอ่ มาเปลย่ี นชื่อเป็นมูลนิธผิ ู้หญงิ โครงการตาวิเศษซงึ่ พัฒนาเปน็ มูลนธิ ิสร้างสรรค์
ไทย มูลนิธิเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต มูลนิธิเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นไทย เป็นต้น จากการเห็นสมควรท่ีจะ
รว่ มมอื กนั พ.ศ. 2527 องคก์ ารพฒั นาเอกชนจงึ ไดร้ วมกนั ทำ� หนงั สอื ถงึ กระทรวงมหาดไทย เสนอใหจ้ ดั ตง้ั
คณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนขึ้น ซ่ึงจากการประชุมเมื่อวันท่ี 13-14
ธนั วาคม 2528 ไดม้ มี ตจิ ัดตง้ั คณะกรรมการประสานงานองคก์ รเอกชนพัฒนาชนบทหรือ กป.อพช ระดบั
ชาติ ขึ้นเพ่ือเป็นกลไกองค์กรพัฒนาเอกชนในการประสานกับภาครัฐ และในแต่ละภูมิภาคก็มีการจัดตั้ง
ระดับภาคเช่นกัน ต่อมาได้เปล่ียนช่ือเป็น คณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชน เน่ืองจากขยาย
ความรว่ มมอื กบั องคก์ รดา้ นอนื่ ๆ นอกจากการพฒั นาชนบท ปจั จบุ นั มสี มาชกิ มากวา่ 300 องคก์ รทว่ั ประเทศ
ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ สอื่ กลางขององคก์ รพฒั นาเอกชนกบั ภาครฐั ในทกุ ระดบั เชอื่ มรอ้ ยความรว่ มมอื ระหวา่ งองคก์ ร
ตลอดจนสนบั สนนุ การขับเคล่ือนของภาคประชาสงั คม ไปสู่การพัฒนาทย่ี งั่ ยนื (อมรา พงศาพชิ ญ,์ 2534,
น. 15, สงวน นิตยารมั ภพ์ งศ์ และสรุ พล มลุ ะดา, 2544, น. 84-85) และ พ.ศ. 2533 ได้เกดิ การรวมตวั
ในรูปแบบ “เครือข่าย” ตามประเด็นปัญหาขององค์กรพัฒนาเอกชนขึ้นอีกหลายเครือข่าย พ.ศ. 2534
ธนาคารโลกได้จัดประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกในประเทศไทย องค์กรพัฒนาเอกชน ได้จัดการประชุม
“เวทชี าวบา้ น” หรอื “People Forum 91” โดยมกี ป. อพช. เปน็ ผดู้ าํ เนนิ การหลกั มกี ารเชญิ องคก์ รพฒั นา
เอกชนตา่ งประเทศเขา้ รว่ มดว้ ย จงึ นบั วา่ เปน็ จดุ เรม่ิ ของการสรา้ งพนั ธมติ รกบั นานาประเทศหรอื อกี นยั หนงึ่
คอื มคี วามเป็นสากลมากขึ้น

       นับแต่ พ.ศ. 2528 มีการให้ความรู้ด้านสิทธิท�ำให้ชาวบ้านกล้าเรียกร้องค่าชดเชยจากรัฐมากขึ้น
เหตุการณส์ ำ� คัญคือ พ.ศ. 2534 รัฐบาลจัดทำ� โครงการจดั สรรทีด่ ินท�ำกนิ แก่เกษตรกร (คจก.) ท�ำใหต้ อ้ ง
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31