Page 42 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 42
13-32 ลทั ธิการเมอื งและยทุ ธศาสตรใ์ นการพัฒนา
ทุกชนชาติ ได้ช่วยสร้างเอกภาพในหมู่ชาวผิวขาวว่าจะไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติระหว่างชาวอังกฤษและ
ชาวอัฟริกาเนอร์อีกตอ่ ไป จะมีกแ็ ตก่ ารแบง่ แยกระหวา่ งชาวผวิ ขาวและชาวผิวดำ� เทา่ นน้ั
ชาวผวิ ดำ� สว่ นใหญเ่ กอื บทงั้ หมดทำ� งานเปน็ แรงงานในกจิ การของชาวผวิ ขาว มากทสี่ ดุ คอื คนงาน
เหมอื งแร่ รองลงไปคือคนงานท่าเรอื ขนสง่ มีบางส่วนท่ีประกอบอาชีพอสิ ระ ชาวผวิ ดำ� เหลา่ นี้จงึ พยายาม
ที่จะรวมตวั กนั จดั ตง้ั สหภาพแรงงานเพอ่ื พทิ ักษส์ ิทธแิ ละสวัสดกิ ารของผู้ใชแ้ รงงาน ซึง่ กส็ ามารถกระท�ำได้
ในระดบั หนงึ่ มกี ารจดั ตง้ั สหพนั ธข์ องสหภาพแรงงานเมอื งเคปทาวนใ์ น ค.ศ. 1916 ตอ่ มาใน ค.ศ. 1930 ได้
รวมกบั สมาคมแรงงานของทรานสวาล (Transvaal associations) เปน็ สภาแรงงานและผปู้ ระกอบการคา้
แอฟรกิ าใต้ (South African Trader, and Labour Council) ใน ค.ศ. 1954 จงึ ไดจ้ ดั ตง้ั สหภาพแรงงาน
ใหม่ชอ่ื สหภาพแรงงานการค้าแอฟริกาใต้ (Trade Union Council of South Africa: TUCSA)41 ใน
ช่วงน้ไี ดม้ ีสหภาพแรงงานตา่ งๆ เกิดขนึ้ อีกมากมายในเมอื งบลูมฟงแตน เดอรแ์ บน เคปทาวน์ โยฮนั เนส-
เบริ ก์ คมิ เบอรล์ ยี ์ และพอรต์ เอลซิ าเบต็ ซงึ่ มที ง้ั สหภาพแรงงานของชาวผวิ ดำ� ของชาวผวิ สอี น่ื ๆ และของ
ชาวอินเดีย สมาชกิ สหภาพแรงงานเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็ว จาก 9,178 คนใน ค.ศ. 1916 เปน็ 135,140 คนใน
ค.ศ. 1920 สหภาพแรงงานของชาวผิวด�ำได้มีส่วนสนับสนุนการชุมนุมนัดหยุดงานของคนงานชาวผิวด�ำ
หลายครั้ง เช่น การนัดหยดุ งานทท่ี า่ เรอื ใน ค.ศ. 1919-1920 เปน็ ตน้ ระหวา่ ง ค.ศ. 1916-1922 มีการนัด
หยุดงานถึง 373 ครั้ง42 และหลายครั้งมีการปะทะกันระหว่างคนงานกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจจนเกิดการบาด
เจ็บล้มตาย
ผ้ใู ช้แรงงานไมไ่ ด้มีแต่ชาวผิวด�ำ ชาวผิวขาวจ�ำนวนหนึ่งกเ็ ปน็ ผใู้ ช้แรงงานเช่นกัน ใน ค.ศ. 1922
ได้มีการประท้วงนัดหยุดงานโดยคนงานชาวผิวชาวเน่ืองจากไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลชาวผิวขาวท่ีจะ
ลดตน้ ทนุ การจา้ งงานโดยเกณฑแ์ รงงานชาวผวิ ด�ำเขา้ ทำ� งานในเหมอื งแรม่ ากขนึ้ เนอื่ งจากรฐั บาลไดก้ ำ� หนด
ให้ค่าแรงชาวผิวขาวสูงกว่าค่าแรงของชาวผิวดำ� การประท้วงลุกลามเป็นการก่อกบฏ เรียกว่า “กบฏเงิน
แรนด”์ (Rand Rebellion) โดยได้รบั การสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนสิ ต์แอฟริกาใต้ (South African
Communist Party: SACP) โดยมีค�ำขวัญในการต่อสู้ว่า “กรรมกรทั่วโลกจงสามัคคีกัน และต่อสู้เพ่ือ
แอฟริกาใต้ผิวขาว” แต่ได้เกิความแตกแยกในการต่อสู้ระหว่างชาวอัฟริกาเนอร์ที่นิยมลัทธิชาตินิยมและ
ฟาสซิสต์กับชาวอังกฤษที่มีแนวทางสากลนิยมซึ่งยอมรับแนวทางคอมมิวนิสต์ อีกท้ังไม่ได้แรงสนับสนุน
จากคนงานผิวด�ำ ทำ� ใหป้ ระสบความล้มเหลวในที่สุด
ชว่ งทพ่ี รรคนาซขี นึ้ สอู่ ำ� นาจในเยอรมนั ในทศวรรษ 1930 ถงึ สงครามโลกครงั้ ที่ 2 ในทศวรรษ 1940
ไดม้ กี ารกอ่ ตง้ั ขบวนการ Ossewa Brandwag (หนว่ ยพทิ กั ษเ์ กวยี น) ซง่ึ มนี โยบายตอ่ ตา้ นยวิ และชาวสผี วิ
โดยมชี าวอฟั รกิ าเนอรร์ าว 5 แสนคนทน่ี ยิ มฝา่ ยเยอรมนั เขา้ เปน็ สมาชกิ (แตช่ าวองั กฤษทเี่ ปน็ ฝา่ ยพนั ธมติ ร
ไมเ่ ขา้ รว่ ม) ตอ่ มาไดม้ ขี บวนการอน่ื ๆ เขา้ มาสมทบอหี ลายองคก์ าร อาทิ Boernasie (ชาตนิ ยิ มของชาวบวั ร)์
41 Anna M Cunningham. Records of the Trade Union Council of South Africa. Part I, 1915-1954. Johan-
nesburg: The Library, University of the Witwatersrand, 1964, Introduction, p. 1.
42 Lucien van der Walt. “The First Globalisation and Transnational Labour Activism in Southern Af-
rica: White Labourism, the IWW, and the ICU, 1904–1934”. African Studies, 66, 2–3, August–December 2007,
Routledge: Taylor & Francis Group, p. 299.

