Page 44 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 44

13-34 ลัทธกิ ารเมอื งและยุทธศาสตร์ในการพฒั นา
เหมือนกับเป็นประเทศของตนเองต่างหากจากดนิ แดนแอฟริกาใต้ของชาวผิวขาวทอ่ี ย่ลู ้อมรอบ ชาวผิวดำ�
เหล่านีจ้ ะไมม่ ีสถานภาพเปน็ พลเมอื งของแอฟริกาใต้อกี ต่อไป แตจ่ ะเปน็ พลเมอื งของดนิ แดนอสิ ระท่ีจัดตงั้
ขน้ึ และเดนิ ทางขา้ มแดนมาท�ำงานในดนิ แดนแอฟรกิ าใตข้ องชาวผวิ ขาวเหมอื นกบั แรงงานตา่ งดา้ วทไ่ี ดร้ บั
อนญุ าตใหเ้ ขา้ มาทำ� งานชว่ั คราว โดยตอ้ งถอื หนงั สอื เดนิ ทาง (paspoort) ตดิ ตวั ดว้ ยเสมอ การดำ� เนนิ การ
ดงั กล่าวกค็ ือการแยกประเทศระหว่างประเทศของชาวผวิ ขาวกบั ประเทศของชาวผิวดำ� น่นั เอง รัฐบาลชาว
ผิวขาวเรียกนโยบายน้ีว่า “การพัฒนาที่แบ่งแยกจากกัน” (Afsonderlike Ontwikkeling/Separated
Development)44

       ใน ค.ศ. 1961 แอฟรกิ าใตไ้ ด้ออกจากการเปน็ สมาชิกเครือจกั รภพองั กฤษ และเปล่ยี นระบอบการ
ปกครองเป็นสาธารณรัฐ นายกรัฐมนตรีเฮนดริก แฟร์วูร์ดมีนโยบายสร้างเอกภาพในหมู่ชาวผิวขาว โดย
กลา่ ววา่ จะไมม่ กี ารแบง่ แยกระหวา่ งชาวองั กฤษและชาวอฟั รกิ าเนอรอ์ กี ตอ่ ไป จะมกี แ็ ตก่ ารแบง่ แยกระหวา่ ง
ชาวผวิ ขาวและชาวผวิ ดำ� เทา่ นน้ั ชาวองั กฤษสว่ นหนง่ึ เหน็ ดว้ ยกบั เฮนดรกิ แฟรว์ รู ด์ ซงึ่ มที ง้ั พวกอนรุ กั ษน์ ยิ ม
และพวกท่ีตระหนักว่าแอฟริกาใต้ได้ตัดขาดจากอังกฤษแล้ว ถ้าแอฟริกาใต้ประสบกับวิกฤตการณ์ใดๆ  
อังกฤษคงจะไม่เข้ายุ่งเกี่ยวช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภายในของแอฟริกาใต้ การรวมตัวกันในหมู่ชาวผิวขาว
จะท�ำให้มีพลังในการต่อต้านการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวผิวด�ำอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ของทวีป
แอฟรกิ า ดงั น้นั นโยบายของเฮนดริก แฟรว์ รู ์ดจึงได้รบั การสนบั สนุนจากชาวผิวขาวสว่ นใหญ่ แตก่ ม็ ชี าว
องั กฤษอกี จำ� นวนหนง่ึ ทย่ี งั เปน็ พวกเสรนี ยิ มและไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั นโยบายแบง่ แยกสผี วิ อยา่ งไรกต็ ามนโยบาย
การอพยพชาวพน้ื เมอื งผวิ ดำ� ไปยงั บนั ตุสถานกไ็ ด้เรมิ่ ข้นึ ระหวา่ งทศวรรษ 1960-1970 มีชาวพ้ืนเมอื งผิว
ด�ำราว 3.5 ล้านคนถูกบังคับให้เข้าไปต้ังถิ่นฐานในบันตุสถาน และอยู่ไปจนถึงการประกาศเลิกนโยบาย
ดงั กล่าวในตน้ ทศวรรษ 1980

       ใน ค.ศ. 1970 ได้มีการออกกฎหมายพลเมืองของบ้านเกิดเมืองนอนชาวผิวดำ�  (Black Home-
lands Citizenship Act, 1970) เพื่อให้มีการเปลี่ยนสัญชาติของชาวแอฟริกาใต้ผิวด�ำไปเป็นประชากร
ของประเทศท่ีตั้งขึ้นใหม่ถูกต้องตามกฎหมาย บันตุสถานทั้ง 10 แห่งมีช่ือประเทศและมีธงชาติเป็นของ
ตนเอง45 ซึ่งไดแ้ ก่ 1) ทรานสไก (Transkei) ของชนเผ่าโคซา 2) โบปฮตุ ฮัตสวานา (Bophuthatswana)
ของชนเผา่ สวานา  3) เวนดา (Venda) ของชนเผา่ เวนดา  4) ซิสไก (Ciskei) ของชนเผ่าโคซา 5) กา
ซันคูลู (Gazankulu) ของชนเผ่าซงกา 6) เลโบวา (Lebowa) ของชนเผ่าโซโทเหนือ 7) ควาควา
(QwaQwa) ของชนเผา่ โซโทใต้ 8) คา-งวาเน (KaNgwane) ของชนเผา่ สวาซี 9) ควานเดเบเล (KwaN-
debele) ของชนเผา่ นเดเบเล และ 10) ควาซูลู (KwaZulu) ของชนเผา่ ซูลู

       บันตุสถานเหล่าน้ีโดยท่ัวไปมีสภาพแห้งแล้ง ยากจน เมืองต่างๆ เต็มไปด้วยแหล่งเส่ือมโทรม
มแี หลง่ การพนนั และสถานเรงิ รมยม์ ากมาย มกี ารจำ� หนา่ ยสรุ าซง่ึ เปน็ สง่ิ ตอ้ งหา้ มในดนิ แดนแอฟรกิ าใตข้ อง
ชาวผิวขาว งานส�ำหรับรองรับคนงานมีน้อยไม่เพียงพอแก่ชาวพื้นเมืองชาวผิวด�ำ  ชาวผิวด�ำส่วนใหญ่จึง
ตอ้ งเดนิ ทางขา้ มแดนไปทำ� งานในแอฟรกิ าใตข้ องชาวผวิ ขาวเปน็ เวลานานครงั้ ละหลายเดอื น เชน่ ชนเผา่ สวานา

         44 “Bantustan”, Wikipedia, the free encyclopedia. http://en.wikipedia.org/wiki/Bantustan (17/11/2013)
         45 Ibid.
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49