Page 25 - การบริหารจัดการและกลยุทธ์ การสื่อสารชุมชน
P. 25
การบริหารจัดการและกลยุทธก์ ารส่อื สารเพ่ือการอนรุ กั ษฟ์ ืน้ ฟทู รพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในชุมชน 10-15
มาตรา 6 ซง่ึ กำ� หนดใหบ้ คุ คลมสี ทิ ธหิ นา้ ทต่ี า่ งๆ เพอื่ รว่ มกนั สง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม
เชน่ สิทธิในการได้รับทราบขอ้ มูลและขา่ วสารจากทางราชการ เว้นแตข่ อ้ มูลที่ถือวา่ เปน็ ความลบั เก่ยี วขอ้ ง
กับการรักษาความม่ันคงแห่งชาติ หรือเป็นความลับเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สิน หรือสิทธิ
ในทางการค้า หรือกิจการของบุคคลใดที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และสิทธิในการได้รับชดใช้
ค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากรัฐ ในกรณีท่ีได้รับความเสียหายจากมลพิษท่ีเกิดจากกิจการหรือโครงการ
ท่รี ิเรม่ิ หรอื ดำ� เนินการโดยสว่ นราชการหรือรฐั วสิ าหกจิ เปน็ ตน้
มาตรา 7-8 ใหก้ ารรบั รองแกอ่ งคก์ รเอกชนทมี่ ฐี านะเปน็ นติ บิ คุ คลตามกฎหมายไทยหรอื กฎหมาย
ตา่ งประเทศซงึ่ มกี จิ กรรมเกยี่ วขอ้ งโดยตรงกบั การคมุ้ ครองสงิ่ แวดลอ้ มและอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และ
มิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือมุ่งค้าก�ำไร โดยให้มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการ
คมุ้ ครองสง่ิ แวดลอ้ มและอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตไิ ด้ และเมอ่ื จดทะเบยี นแลว้ กอ็ าจขอรบั ความชว่ ยเหลอื
และการสนบั สนนุ จากทางราชการในกจิ รรมตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การสง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม
อนั รวมถงึ การประชาสมั พนั ธ์ เผยแพรข่ อ้ มลู ขา่ วสารเพอ่ื สรา้ งจติ สำ� นกึ ทางดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม การศกึ ษาวจิ ยั
และการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน เพื่อริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ได้รับ
อันตรายหรือความเสียหายจากมลพิษ รวมทั้งเป็นผู้แทนในคดีที่มีการฟ้องต่อศาลเพ่ือเรียกร้องค่าสินไหม
ทดแทนหรือค่าเสยี หายใหแ้ ก่บคุ คลเหล่านั้น เปน็ ตน้
ทง้ั นใี้ นทางกฎหมาย ประชาชนสามารถมสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ได้หลายระดับและหลายรูปแบบ ในระดับนโยบายประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองผ่าน
กระบวนการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชนตามทรี่ ฐั ก�ำหนด และโดยหลกั การแลว้ ความคดิ เหน็ และขอ้ มลู
ต่างๆ ท่ีรัฐได้รับจากกระบวนการดังกล่าวควรจะน�ำไปสู่การตัดสินใจท่ีรอบคอบและต้ังอยู่บนพื้นฐานของ
ข้อมลู ที่ครบถ้วนมากขึ้น อันจะน�ำไปสกู่ ารใช้อำ� นาจรฐั ในการตดั สินใจอย่างมคี ุณภาพมากขึน้ อีกต่อหนึ่ง
อยา่ งไรก็ตาม เท่าทผ่ี า่ นมาวิธีการรับฟังความคิดเหน็ ของประชาชน ซึ่งบางครง้ั มกั จะถกู เรียกกัน
ทั่วๆ ไปว่า “การประชาพิจารณ์” จะถูกน�ำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งท่ีเกิดข้ึนจากการด�ำเนิน
โครงการต่างๆ ของรัฐเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมโดยวิธี
ประชาพจิ ารณโ์ ดยตรง มเี พยี งระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ สาธารณะโดยวธิ ี
ประชาพิจารณ์ พ.ศ. 2539 ที่ก�ำหนดแนวปฏิบัติส�ำหรับฝ่ายบริหารและส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องเท่านั้น
ยงั ไมม่ สี ถานะเปน็ กฎหมายทมี่ ผี ลผกู พนั ทว่ั ไป คณะกรรมการทปี่ รกึ ษาวา่ ดว้ ยประชาพจิ ารณซ์ ง่ึ ถกู แตง่ ตงั้
ข้ึนมาภายใต้ระเบียบน้ีได้มีประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธี
ประชาพจิ ารณ์ ลงวนั ท่ี 10 กนั ยายน 2540 แตป่ ระกาศดงั กลา่ วกย็ งั มปี ญั หาในการตคี วามและในการปฏบิ ตั ิ
อกี มาก นบั แต่มีการประกาศใช้ระเบียบสำ� นักนายกรฐั มนตรนี ้ีมา ก็ไดม้ ีการจดั ประชาพิจารณ์ตามระเบียบ
นี้แล้วหลายครั้ง เช่น การประชาพิจารณ์ร่าง พรบ. ป่าชุมชน การประชาพิจารณ์โครงการโรงไฟฟ้าที
ประจวบครี ขี นั ธ์ โครงการกอ่ สรา้ งศนู ยก์ ำ� จดั มลู ฝอยออ่ นนชุ ของกรงุ เทพมหานคร โครงการกอ่ สรา้ งทอ่ กา๊ ซ
ไทย-มาเลเซยี และรา่ ง พรบ. การศึกษาแหง่ ชาติ เปน็ ต้น

