Page 31 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 31
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งไทยกับญ่ปี นุ่ 9-21
เร่ืองท่ี 9.1.4
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามเย็น
ยคุ หลงั สงครามเยน็ ซง่ึ หมายถงึ การลม่ สลายของคา่ ยคอมมวิ นสิ ตแ์ ละสหภาพโซเวยี ตใน ค.ศ. 1991
นอกจากจะนำ� ไปสกู่ ารสนิ้ สดุ ของสงครามเยน็ ระหวา่ งสหรฐั อเมรกิ าในฐานะผนู้ ำ� คา่ ยโลกเสรกี บั สหภาพโซเวยี ต
ในฐานะผ้นู �ำค่ายคอมมวิ นิสต์แลว้ ยังน�ำไปส่กู ารส้ินสดุ ของระบบสองขัว้ (Bipolarity) ในยคุ หลังสงคราม
เย็นญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของระบบระหว่างประเทศ
ญป่ี นุ่ ยงั ดำ� เนนิ การปรบั บทบาททางการเมอื งและการทหารขนานใหญเ่ นอื่ งจากสภาพแวดลอ้ มทางการเมอื ง
ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลง14 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญ่ีปุ่นในยุคหลังสงครามเย็นยังคงด�ำเนินต่อ
ไปบนพนื้ ฐานของความสมั พนั ธฉ์ นั มติ รทใี่ กลช้ ดิ เฉกเชน่ เดมิ โดยทคี่ วามสมั พนั ธอ์ นั แนน่ แฟน้ ระหวา่ งพระ
ราชวงศข์ องทง้ั สองประเทศเปน็ พนื้ ฐานคขู่ นานไปกบั ปฏสิ มั พนั ธใ์ นระดบั รฐั และตำ่� กวา่ รฐั ในยคุ หลงั สงคราม
เย็นประเทศไทยและญ่ีปุ่นด�ำเนินความสัมพันธ์อันดีต่อกันครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม
วัฒนธรรมและวิทยาการ ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญ่ีปุ่นเติบโตแน่นแฟ้นอย่างรวดเร็ว
จากการขยายตัวของกิจการของบริษัทญ่ีปุ่นในประเทศไทยต้ังแต่ทศวรรษ 1960 นอกจากน้ีกระแสการ
ลงทนุ โดยตรงจากญปี่ นุ่ มกี ารขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ เนอ่ื งจากพน้ื ฐานอตั ราแลกเปลยี่ นเงนิ เยนทแี่ ขง็ คา่ ขนึ้ ในชว่ ง
ปลายทศวรรษ 1980
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งไทยกบั ญ่ปี นุ่ ในยคุ หลงั สงครามเยน็ แบ่งเปน็ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ ความสัมพนั ธ์
ด้านการเมือง ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ด้านสังคม วัฒนธรรม โดยความสัมพันธ์
ดา้ นการเมอื ง ในชว่ งสงครามเยน็ นน้ั ประเทศไทยและญป่ี นุ่ มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งพง่ึ พาสหรฐั อเมรกิ าเปน็ อยา่ ง
มากในดา้ นความมน่ั คงและการทหาร แตเ่ มอื่ สภาวะแวดลอ้ มดา้ นการเมอื งระหวา่ งประเทศเปลย่ี นแปลงไป
โดยการสน้ิ สุดลงของสงครามเยน็ ใน ค.ศ. 1991 การเปลย่ี นแปลงดงั กล่าวส่งผลใหบ้ ทบาทดา้ นการเมอื ง
ของสหรฐั อเมรกิ าและสหภาพโซเวยี ตในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตล้ ดลงเปน็ อยา่ งมากและทำ� ใหเ้ กดิ สญุ ญากาศ
แหง่ อำ� นาจขนึ้ ในภมู ภิ าค และยงั เปน็ โอกาสใหป้ ระเทศทม่ี คี วามเขม้ แขง็ ในภมู ภิ าคกา้ วขนึ้ มามอี ทิ ธพิ ลและ
แสดงบทบาทในฐานะผู้เล่นที่ส�ำคัญ ซ่ึงก็คือประเทศจีน สถานการณ์ดังกล่าวท�ำให้ญี่ปุ่นมีความวิตก
เนอื่ งจากตลอดเวลากวา่ 50 ปหี ลงั สงครามโลกครง้ั ทส่ี องสหรฐั อเมรกิ าทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ผปู้ กปอ้ งคมุ้ ครองญปี่ นุ่
มาโดยตลอด การขยายอิทธิพลของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท�ำให้ญ่ีปุ่นเร่ิมรู้สึกว่าจีนก�ำลังกลายมา
เปน็ คแู่ ขง่ ทส่ี ำ� คญั ในภมู ภิ าค ดงั นน้ั ญป่ี นุ่ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารปรบั เปลย่ี นนโยบายดา้ นความมน่ั คงและการทหาร
คร้ังใหญ่ อีกปัจจัยหน่ึงที่ท�ำให้ญ่ีปุ่นต้องปรับบทบาทด้านความม่ันคง คือ แรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเห็นว่าญ่ีปุ่นแสดงความรับผิดชอบและบทบาททางด้านความม่ันคงน้อยตลอด
ยุคสงครามเย็น นอกจากน้ีช่วงปลายสงครามเย็นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองก็เร่ิมถดถอยและประสบ
14 Marie Soderberg and Ian Reader, Japanese Influences and Presences in Asia, (Surrey: Curzon Press
2000), 148-150.

