Page 26 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 26
9-16 การระหว่างประเทศของไทย
ใน ค.ศ. 1898 รัฐบาลอังกฤษได้ทูลเกล้าถวายพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าแก่พระบาท
สมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว พระองคโ์ ปรดใหป้ ระดิษฐานไว้ ณ วัดสระเกศ เม่ือประเทศญีป่ ุน่ ไดข้ อมี
ส่วนร่วมบูชาพระธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ
เปน็ ของขวญั แกช่ าวญป่ี นุ่ ผนู้ ำ� ศาสนาทกุ นกิ ายของญป่ี นุ่ ไดห้ ารอื และเหน็ ชอบในการใหค้ วามรว่ มมอื สรา้ ง
วัดแห่งใหม่เพื่อรับพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้
พระราชทานพระบรมสารรี ิกธาตุ พระพทุ ธรปู ทองคำ� และพระราชทานทนุ ทรัพย์บางสว่ นส�ำหรบั ใชใ้ นการ
สร้างวดั นิทไทจิ (Nittaiji) ณ เมืองนาโกยา ซึง่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1904 ฉะน้ันวดั นทิ ไทจจิ ึงเป็นเสมอื น
สัญลักษณแ์ หง่ มติ รภาพระหวา่ งไทยกับญีป่ นุ่
หลังการปฏิรูปเมจิญ่ีปุ่นพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นมหาอ�ำนาจทั้งทางทหารและ
เศรษฐกจิ ในภมู ภิ าค ญป่ี นุ่ เรมิ่ ดำ� เนนิ นโยบายขยายอำ� นาจในปลายครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 19 โดยการทำ� สงคราม
และสามารถเอาชนะจนี ใน ค.ศ. 1895 ญปี่ นุ่ ทำ� สงครามชนะรสั เซยี ใน ค.ศ. 1904 ใน ค.ศ. 1910 ญป่ี นุ่ ผนวก
เกาหลี ตอ่ มาญป่ี นุ่ บกุ ยดึ แมนจเู รยี ในปี ค.ศ. 1930 เมอ่ื สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ปะทขุ นึ้ ญปี่ นุ่ ดำ� เนนิ การขยาย
อทิ ธพิ ลและไดย้ ดึ ครองหลายประเทศในเอเชยี ประเทศไทยตระหนกั วา่ “ลม” ญปี่ นุ่ มาแรง ไทยจงึ เขา้ รว่ ม
กับญ่ีปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 26 แม้ว่าในช่วงแรกของสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ประเทศไทยพยายาม
ด�ำเนินนโยบายต่างประเทศท่ีจะไม่เข้าสู่สงครามและพยายามรักษาเอกราช โดยประเทศไทยได้ทำ� สนธิ
สญั ญาไมร่ กุ รานกบั ประเทศฝรงั่ เศส และองั กฤษในวนั ที่ 12 มถิ นุ ายน ค.ศ. 1940 รวมทงั้ ทำ� สนธสิ ญั ญาว่า
ด้วยการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1940 แล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทย
กับฝรัง่ เศสกลับเสือ่ มถอยลงเน่ืองจากปญั หาเขตแดนทางอินโดจีน
ในทส่ี ุดไทยท�ำสงครามกับกองทัพอินโดจนี ของฝรัง่ เศสต้ังแตป่ ลาย ค.ศ. 1940 ต่อมา ค.ศ. 1941
ไทยและอาณานิคมอินโดจีนของฝร่ังเศสไดบ้ รรลขุ อ้ ตกลงสงบศกึ ด้วยการทำ� หน้าทไ่ี กล่เกล่ียของญปี่ นุ่ แม้
ประเทศไทยประกาศนโยบายเปน็ กลาง แตเ่ มอ่ื ตระหนกั ถงึ แสนยานภุ าพของญปี่ นุ่ ทน่ี บั วนั ยง่ิ ทวคี วามเขม้ แขง็
ย่งิ ขน้ึ ในขณะเดียวกนั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ผนู้ �ำรฐั บาลของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว มีความชน่ื ชอบ
ญปี่ นุ่ และใหก้ ารสนบั สนนุ นโยบายของญปี่ นุ่ ประเทศไทยจงึ ดำ� เนนิ นโยบายเขา้ รว่ มกบั ญปี่ นุ่ ในสงครามโลก
ครัง้ ที่ 2 โดยไทยยินยอมใหก้ องทัพญ่ีปุ่นเข้าสู่ประเทศไทย ในวันท่ี 8 ธนั วาคม ค.ศ. 19417 ตอ่ มาวนั ท่ี 21
ธนั วาคม ค.ศ. 1941 ประเทศไทยและญ่ีปุน่ ลงนามร่วมกนั ใน “กตกิ าสัญญารว่ มรุกร่วมรบระหว่างไทยกับ
ญีป่ นุ่ ” ในทส่ี ดุ ไทยประกาศสงครามกับสหรฐั อเมริกาและองั กฤษ ในวันที่ 25 ธนั วาคม ค.ศ. 1942 ความ
สมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ญปี่ นุ่ ชว่ งสงครามโลกครงั้ ที่ 2 แนน่ แฟน้ มากยง่ิ ขนึ้ เมอ่ื ไทยไดล้ งนามใน “ขอ้ ตกลง
เงินเยนพิเศษและการใช้จ่ายเงินเยนพิเศษ” โดยไทยให้ความช่วยเหลือในการจัดหาเคร่ืองอุปโภคบริโภค
แกก่ องทพั ญปี่ นุ่ นอกจากนยี้ งั มกี ารลงนามใน “ขอ้ ตกลงดา้ นวฒั นธรรมญป่ี นุ่ และไทย” ซง่ึ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่
6 ประเสรฐิ จติ ตวิ ฒั นพงศ,์ การเมอื งและนโยบายตา่ งประเทศญปี่ นุ่ , (กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั 2533),
170.
7 E. Bruce Reynoldes, Thailand and Japan’s Southern Advance 1940-1945, (New York: St. Martin’s Press
1994), 81-92.

